โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศุกร์ (สุข) ละวัด ‘วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร’ ร่องรอยแห่งอดีต สืบสานถึงปัจจุบัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 06.50 น. • The Bangkok Insight

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร (ไช-ยะ-พฺรึก-สะ-มา-ลา) ตั้งอยู่ริมคลองมหาสวัสดิ์ ในแขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเมื่อปี 2300 ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดร้าง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ (ร.2) รื้ออิฐวัดชัยพฤกษ์ไปสร้างกำแพงพระนคร ส่วนที่พระองค์ทรงเป็นนายด้าน (ควบคุมงาน)

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

จนในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดชัยพฤกษ์ขึ้นใหม่ เป็นการทดแทนวัดเดิมที่ถูกรื้อ โดยมีพระราชดำริให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก่อนทรงผนวช เป็นแม่กองดำเนินการสร้างวัดชัยพฤกษ์

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดชัยพฤกษ์เข้าในบัญชีพระอารามกฐินหลวงพระราชทาน และโปรดให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงพระผนวช เสด็จฯ มาทรงจุดเทียนพรรษาและถวายพระกฐินทุกปี

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ และโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส เป็นแม่ข่ายดำเนินการซ่อมสร้างจนแล้วเสร็จ พร้อมกับพระราชทานสร้อยนามวัดว่า วัดชัยพฤกษมาลา

ทั้งยังจัดทำสวน ขุดคูรอบวัด สร้างพระอุโบสถ และพระวิหารเดิมให้แล้วเสร็จ สร้างศาลาการเปรียญ ก่อพระเจดีย์ใหญ่พร้อมด้วยพระเจดีย์ทิศ 4 มุม หอสวดมนต์ หอระฆัง สะพานท่าน้ำ

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

วัดชัยพฤกษมาลาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2514 มี
พระอุโบสถเก่า ตั้งอยู่คู่กับพระวิหาร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยพระวิหารอยู่ทางด้านทิศเหนือ พระอุโบสถอยู่ทางทิศใต้

เดิมพระอุโบสถหลังนี้อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก โดยเฉพาะเมื่อหลังน้ำท่วมใหญ่ในปี 2541-2542 มีการบูรณะจนปัจจุบันอยู่ในสภาพดี

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

ด้านหน้าพระอุโบสถมีช่องประตู 3 ช่อง ด้านหลัง 1 ช่อง ช่องหน้าต่างที่ผนังด้านข้างทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 5 ช่อง กรอบประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นรูปดอกพุดตานใบเทศปิดทอง มีเสานางเรียงรับชายคาด้านข้าง

หน้าบันของพระอุโบสถเป็นลวดลายปูนปั้น หน้าบันประธานเป็นภาคครุฑยุดนาค (พระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) อยู่ท่ามกลางลายพุดตานใบเทศ

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

ส่วนหน้าบันของมุขหน้า-หลัง เป็นพระมหามงกุฎ (พระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) แวดล้อมด้วยลายพุดตานใบเทศเช่นกัน

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป พระประธานเป็นพระทำจากหินทรายแดง หุ้มปูนปั้นปิดทอง เรียกกันว่า "หลวงพ่อโต" มีแผ่นจารึกหินอ่อนจารึกพระนามที่ฐานชุกชีว่า "พระพุทธชัยพฤกษธิกามหาบพิตร"

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

พระวิหาร มีขนาด และแผนผังใกล้เคียงกับพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูป และพระประจำวันให้คนเข้าไปสักการะได้ ลวดลายปูนปั้นที่หน้าบัน (เฉพาะส่วนที่ยังหลงเหลือ) เป็นแบบเดียวกับพระอุโบสถ คือ หน้าบันของมุขเป็นภาพพระมหามงกุฎ พระราชลัญจกรในรัชกาลที่ 4

ส่วนหน้าบันหลักเป็นครุฑยุดนาค พระราชลัญจกรในรัชกาลที่ 2 ที่ผนังด้านทิศตะวันตกยังปรากฏร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังเดิมของพระวิหาร เขียนเป็นลายประจำยามรักร้อย ด้วยสีแดงและสีเขียวบนพื้นสีเหลือง อยู่ในสภาพรางเลือน

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

พระอุโบสถหลังใหม่ หันหน้าไปทางทิศเหนือ สู่คลองมหาสวัสดิ์ สร้างขึ้นเมื่อปี 2516 แล้วเสร็จในปี 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานทรงประกอบพิธียกช่อฟ้า และเททองหล่อพระประธานเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2521

พระอุโบสถหลังใหม่สร้างขึ้นในตำแหน่งเดียวกับศาลาการเปรียญเก่าที่ได้รื้อออกแล้ว ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของกลุ่มอาคารเก่า ไม่ได้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเหมือนพระอุโบสถหลังเก่า

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

หน้าบันพระอุโบสถชั้นบนมีปูนปั้น เป็นรูปครุฑพ่าห์ ซึ่งเป็นพระราชลัญจกรของรัชกาลที่ 2 และที่มุขลดของหน้าบัน มีปูนปั้นเป็นรูปพระมหามงกุฎ ซึ่งเป็นพระราชลัญจกรของรัชกาลที่

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน เป็นพระพุทธชินราชจำลอง ใบเสมาสร้างไว้ติดกับผนังพระอุโบสถ เป็นภาพลายพระนารายณ์ทรงครุฑ

พระเจดีย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถหลังเก่า และพระวิหาร สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ ปฏิสังขรณ์เมื่อปี 2378

วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

ต่อมาเจดีย์องค์นี้เป็นที่บรรจุอัฐิของราชสกุลลดาวัลย์ รวมทั้งยังเชื่อกันว่ามีพระบรมอัฐิ (บางส่วน) ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ด้วย

ลักษณะของเจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆังกลมขนาดใหญ่ มีเจดีย์บริวาร 4 มุม พระเจดีย์ยังมีสัญลักษณ์ของต้นชัยพฤกษ์ปรากฏอยู่ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...