โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พี่ใหญ่...ท่านพ่อคือใครหรือ ..(ภาคเด็ก)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 03.25 น. • Moo9197
หัวหน้าหน่วยรบพิเศษทะลุมิติเป็นเด็กอายุ 6 ขวบ และมีน้องสาวอีกคน สองพี่น้องเด็กกำพร้ามารดาเพิ่งตายไป ที่ไม่รู้ว่าใครคือพ่อของตน มีบางอย่างที่มารดาทิ้งไว้ให้เท่านั้น พี่ใหญ่จะพาน้องสาวไปหาพ่อได้หรือไม่

ข้อมูลเบื้องต้น

บทนำ

" มู่หยวนเฉิง " ลืมตามองบนเพดานเรือนเก่าๆ เขากำลังมองและคิดว่าเขาอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่ เขายกมือน้อยๆของเขาขึ้นมามอง แล้วถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมสวรรค์ถึงได้แกล้งเขาแบบนี้ เขาอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่หรอ

เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาไปทำภารกิจกับพวกก่อการร้าย ทีมของเขาโดนหากระสุนจากปืนกล แน่นอนว่ามีหลายคนบาดเจ็บ แต่เขาน่าจะตายแล้ว เพราะโดนเข้าที่หัวใจเต็มๆ

เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน คือทุกคนตะโกนเรียกเขา

"ผู้พันมู่ ผู้พันมู่" นั่นคือเสียงของลูกน้องของเขา

" หน่วยพยาบาล หน่วยพยาบาลอยู่ที่ไหน ช่วยผู้พันมู่ก่อนเร็ว…" เสียงของลูกน้องของเขาตะโกนเรียกหน่วยพยาบาลของทีม

ก่อนที่จะมาที่นี่ เขาได้มองเห็นความวุ่นวายของทุกคน ที่วิ่งวุ่นไปมาเพื่อช่วยชีวิตของเขา แต่มันไม่ทำแล้ว ดวงวิญญาณของเขาออกมามองดูทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนจะมีคุณตาใส่ชุดจีนโบราณผมขาว พูดกับเขาขึ้นว่า

" ไปกันเถอะ ถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางแล้ว มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เจ้าจะต้องไปที่นั่น มีเสียงเรียกร้องไห้เจ้าไปช่วยพวกเขา " คุณตาคนนั้นพูดขึ้น

" ทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ พวกเขามีอะไรให้ผมช่วยอย่างนั้นหรือ แต่ผมเป็นดวงวิญญาณ ผมตายแล้ว ผมจะไปช่วยใครได้…." ผู้พันมู่พูดขึ้น

"จริงอยู่ที่ว่าดวงวิญญาณของเจ้าหลุดออกจากร่างแล้ว ภารกิจบนโลกใบนี้ของเจ้าเสร็จเรียบร้อย อายุใครของเจ้าอยู่ที่นี่ก็หมดแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าต้องเดินไปข้างหน้าต่อ "พูดจบสถานที่ที่เขายืนอยู่ก็เปลี่ยนไป

*****************************

ตัวละครหลัก

มู่หยวนเฉิน พี่ชายฝาแฝด

มู่หยวนเฉิง พระเอก

มู่หยวนหลิน น้องสาวพระเอก

ปัจจุบันทั้งสองคนอายุ 6 ขวบ มารดาเพิ่งจากไปเมื่อ 2 วันก่อนที่ผู้พันจากโลกอนาคตจะมาเข้าร่าง เนื่องจากเด็กน้อยป่วยและเสียชีวิต โดยที่น้องสาวที่นอนกอดทั้งคืนไม่รู้

มู่หยางหลง บิดาผู้ให้กำเนิด

ชินอ๋อง เว่ยหมิงเย่ บิดาบุญธรรม และมีศักดิ์เป็นท่านน้าสามแฝด

ตัวละครจะมีขึ้นเยอะมากในภายหลัง

***************************

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง และจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ชื่อและสถานที่หลายอย่างเป็นเรื่องสมมุติ และอาจจะคำหลายคำไม่ถูกต้องฝากติชมด้วนะคะ ไรต์จะกลับมาแก้ไขอีกครั้ง

นิยายเรื่องนี้ ในเรื่องอาจมีดราม่าเล็กน้อย เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องฝาแฝด เปิดเรื่องมาพวกเขาก็กลายเป็นเด็กกำพร้า แม่เพิ่งตายจากไป ส่วนพ่อก็เป็นใครก็ไม่รู้ ผู้พันมู่ หัวหน้าหน่วยรบพิเศษจากโลกปัจจุบัน ได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของพี่ชายฝาแฝดอายุ 6 ขวบ เด็กน้อยมีชื่อเหมือนเขา โลกใบนี้ไม่เหมือนกับโลกปัจจุบันที่เขาอยู่ มาลุ้นและให้กำลังใจสองพี่น้องฝาแฝด ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตยังไง และอยู่รอดได้ยังไงท่ามกลางความโหดร้ายของโลกใบนี้ พวกเขาจะมีโอกาสได้เติบโตหรือไม่ แล้วจะมีโอกาสได้พบกับพ่อหรือไม่ ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้น้องๆด้วยค่ะ

ขอขอบคุณมิตรรักนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ

การมาของมู่หยวนเฉิง

การมาของมู่หยวนเฉิง

" มู่หยวนเฉิง " ลืมตามองบนเพดานเรือนเก่าๆ เขากำลังมองและคิดว่าเขาอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่ เขายกมือน้อยๆของเขาขึ้นมามอง แล้วถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมสวรรค์ถึงได้แกล้งเขาแบบนี้ เขาอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่หรอ

เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาไปทำภารกิจกับพวกก่อการร้าย ทีมของเขาโดนหากระสุนจากปืนกล แน่นอนว่ามีหลายคนบาดเจ็บ แต่เขาน่าจะตายแล้ว เพราะโดนเข้าที่หัวใจเต็มๆ

เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน คือทุกคนตะโกนเรียกเขา

"ผู้พันมู่ ผู้พันมู่" นั่นคือเสียงของลูกน้องของเขา

" หน่วยพยาบาล หน่วยพยาบาลอยู่ที่ไหน ช่วยผู้พันมู่ก่อนเร็ว…" เสียงของลูกน้องของเขาตะโกนเรียกหน่วยพยาบาลของทีม

ก่อนที่จะมาที่นี่ เขาได้มองเห็นความวุ่นวายของทุกคน ที่วิ่งวุ่นไปมาเพื่อช่วยชีวิตของเขา แต่มันไม่ทำแล้ว ดวงวิญญาณของเขาออกมามองดูทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนจะมีคุณตาใส่ชุดจีนโบราณผมขาว พูดกับเขาขึ้นว่า

" ไปกันเถอะ ถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางแล้ว มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เจ้าจะต้องไปที่นั่น มีเสียงเรียกร้องให้เจ้าไปช่วยพวกเขา " คุณตาคนนั้นพูดขึ้น

" ทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ พวกเขามีอะไรให้ผมช่วยอย่างนั้นหรือ แต่ผมเป็นดวงวิญญาณ ผมตายแล้ว ผมจะไปช่วยใครได้…." ผู้พันมู่พูดขึ้น

"จริงอยู่ที่ว่าดวงวิญญาณของเจ้าหลุดออกจากร่างแล้ว ภารกิจบนโลกใบนี้ของเจ้าเสร็จเรียบร้อย อายุใครของเจ้าอยู่ที่นี่ก็หมดแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าต้องเดินไปข้างหน้าต่อ "พูดจบสถานที่ที่เขายืนอยู่ก็เปลี่ยนไป

กลายเป็นสถานที่ ที่งดงามเต็มไปด้วยธรรมชาติ กลิ่นควันจากการเผาหญ้าลอยเตะจมูกของเขา กลิ่นหุงหาอาหารของชาวบ้านหอมอบอุ่นแม้จะรู้สึกว่าเป็นเมนูธรรมดา บรรยากาศรอบๆดีมาก ทุ่งนาเขียวชะอม นอกจากนี้ยังมีพืชพันธุ์อื่นๆที่ชาวบ้านปลูกไหม ภูเขาน้อยใหญ่ล้อมรอบหมู่บ้าน

เขามองไปที่หมู่บ้านพบว่ามีประมาณ 200 หลังคาเรือน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่พอสมควร

เรือนจีนโบราณตั้งตระหง่านอยู่ในหมู่บ้านมากมายหลายหลัง ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด พวกเขาออกแบบตามงบประมาณของตนเอง แต่ละครอบครัวมีหลายฐานะ

" หมู่บ้านนี้คือที่ไหนครับ " เขาตั้งสติและถามคุณตาที่อยู่ข้างๆ

" หมู่บ้านนี้เรียกว่าหมู่บ้านไผ่เขียว ชื่อหมู่บ้านก็เห็นอยู่ว่าแถบนี้เต็มไปด้วยไผ่สีเขียว ชาวบ้านที่นี่อยู่กันอย่างสงบ มีบ้างที่กระทบกระทั่งกัน แต่ก็เป็นปกติของชาวบ้านในยุคนี้ ที่นี่มีหลายอย่างที่ยังไม่ได้พัฒนา เป็นสถานที่ก่อนประวัติศาสตร์ " คุณตาบอกกับเขา

เขามองตามและพยักหน้าพยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาจะอยู่ได้ยังไง

" นั่นคือบ้านที่เจ้าจะต้องไปอยู่ ที่บ้านหลังนั้นมีเด็กอยู่ 2 คน มารดาเพิ่งตายไปเพราะพิษไข้ และเหลือเพียงเด็กน้อย 2 คน อายุ 6 ขวบ พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน เป็นชายและหญิง เด็กน้อยผู้ชายเป็นคนร้องขอให้เจ้ามาที่นี่ เขาได้หมดอายุขัยที่นี่แล้ว แต่เขาเป็นห่วงน้องสาว ที่เหลือเพียงตัวคนเดียว ข้าพูดเท่านี้เจ้าน่าจะเข้าใจ" คุณตาผมขาวพูดขึ้น ทำเอาเขาสะอึกไปทันที

6 ขวบ เขาต้องมาอยู่ในร่างกายเด็ก 6 ขวบ ที่มีน้องสาวฝาแฝด เจ้าของร่างตายแล้ว และเรียกให้เขามาที่นี่เพื่อมาอยู่แทน ผู้พันมู่ถอนหายใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าสู่ปอดอีกครั้ง

"คุณตาครับ ผมไม่ได้มาอยู่ที่นี่ฟรีๆใช่ไหม คุณตามีตัวช่วยให้ผมหรือเปล่า อย่างเช่นในนิยายและซีรีย์ที่ผมติดตาม พวกเขามีระบบพิเศษ และยังมีมิติที่มีข้าวของเอาออกมาได้ไม่อั้น ผมมีแบบนั้นไหม " ผู้พันหนุ่มรีบถามทันที

ไหนๆก็มาแล้ว ถ้ามีของพวกนั้นอยู่ด้วยมันก็คงจะอุ่นใจ ไม่ใช่อะไรเขาอายุแค่ 6 ขวบ 6 ขวบในโลกใบนี้จะทำอะไรได้ เด็กน้อยจะอยู่ได้ยังไงกัน

"เจ้าไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องนี้ เจ้าเด็กน้อยคนนั้นได้ขอให้ข้ามอบของขวัญให้เจ้า นี่คือสิ่งที่ข้าจะมอบให้เจ้าตามที่เจ้าต้องการ มิติอนันต์ เจ้าและน้องสาวสามารถเข้าไปสำรวจในนั้นได้ มีเพียงแค่เจ้ากับน้องสาวเท่านั้นที่เข้าไปได้ " คุณตาจิ้มที่หน้าผากของเขาและพาเขาเข้ามาอยู่ในมิติของตัวเองทันที

เขาเลยลืมตาขึ้นแล้วมองด้วยความตื่นเต้น มันเป็นสิ่งของที่มาจากโลกก่อนของเขา แน่นอนว่ามีทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า และมีอีกหลายอย่างซึ่งเขาจะมาสำรวจอีกครั้ง ของพวกนี้มันช่วยให้เขามีชีวิตรอด และช่วยให้เขาสามารถตั้งตัวได้ อย่างน้อยเขาก็ไม่พาน้องสาวลำบาก

"ข้าจะเปลี่ยนเงินเก็บของเจ้าให้เป็นเงินตำลึงของที่นี่ เพื่อให้เจ้าได้มีเงินเอาไว้ใช้จ่าย และไม่ทำให้ตัวเองกับน้องสาวลำบาก ภารกิจของเจ้าก็คือดูแลน้องสาวให้เติบโตขึ้นอย่างดี และตามหาพ่อผู้ให้กำเนิด มันมีเรื่องราวและเงื่อนงำมากมายที่เจ้าจะต้องรู้ เมื่อเจ้าเปิดกล่องที่อยู่ใต้ที่นอนของมารดาเจ้า จะรู้ได้เองว่ามันคืออะไร

"อีกอย่างโลกนี้เป็นโลกวรยุทธ์ มีผู้ฝึกพลังลมปราณมากมาย เหมือนกับโลกของเจ้า ดังนั้นถ้าจะมอบของขวัญพิเศษให้เจ้าคือการฝึกฝน เจ้าคงเคยเล่นเกมแล้ว RPG มาก่อน จอมยุทธภูตถังซาน สัปยุทธ์ทะลุฟ้า กระบี่เทพสังหาร ตำนานอัคคี ดาบศักดิ์สิทธิ์ โลกลัทธิมาร หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร เซียนกระบี่พิชิตมาร….." คุณตาผมขาวยังคงทวนรายชื่อเกม RPG ที่เขาเคยเล่น เหมือนกับว่าคุณตาไปนั่งเปิด iPad และมือถือของเขามา

" … " เขาสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไร

"สิ่งที่เจ้าเคยเล่นมาก่อน ที่นี่มีแบบนั้นจริงๆ ดังนั้นข้าจะเปิดจุดชีพจรให้เจ้า แล้วเจ้าจะได้ฝึกฝนวรยุทธเหล่านั้นได้ " พูดจบก็เอามือจิ้มหน้าผากของเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแล่นผ่านดวงวิญญาณของเขา น้ำตาวิญญาณแทบไหล

' เขาเป็นดวงวิญญาณฝึกวรยุทธได้ด้วยหรอ' เขาคิดในใจ

สำรวจบ้านใหญ่ในมิติ

สำรวจบ้านใหญ่ในมิติ

ใช้เวลาอยู่สักพัก เขาลืมตาขึ้นอีกครั้งชีพจรของเขาถูกเปิดขึ้นทั้งหมด ความทรมานได้หายไปหมดแล้ว ถ้าเขายังอยู่ในร่างกายเลือดคงไหลอาบไปเป็นกะละมังแล้วตอนนี้

"นี่คือแหวนปกปิดพลังของเจ้า ใส่เอาไว้ห้ามถอดเด็ดขาด หยดเลือดเอาไว้ด้วยมันจะเลือนหายไม่มีใครมองเห็น เจ้าอย่าได้สงสัยอะไรมาก ข้าไม่มีเวลาอธิบาย อยู่บนโลกนี้เอาชีวิตให้รอด ดูแลตัวเองและน้องให้ดี เมื่อถึงเวลาพวกเจ้าจะได้พบกับพ่อของตนเอง มีเรื่องราวและปริศนามากมายให้พวกเจ้าได้ค้นหา ถึงเวลาจะต้องไปแล้ว เดี๋ยวข้าจัดส่งผู้ช่วยมาให้เจ้า วรยุทธทุกอย่างอยู่ในเกมที่เจ้าเคยเล่น " คุณตาหนวดขาวพูดขึ้น

จากนั้นก็พาเขาเคลื่อนตัวไปที่บ้านหลังนั้น เป็นภาพเด็กน้อยทั้งสองคนนอนคู่ พวกเขานอนกอดกันกลมเพราะอากาศเย็น นอนอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกันยังน่ารัก

" พวกเขาน่ารักมาก น่าเสียดายพ่อก็ไม่อยู่ แม่ก็ใจจาก แล้วพี่น้องของเขาล่ะ ไม่มีหรอกครับ" เขาถามเพราะสงสัย ทำไมถึงได้ปล่อยให้เด็กน้อยอยู่ที่นี่ 2 คนไม่มีญาติหรอ

" เรื่องมันยาว ข้าจะถ่ายทอดความทรงจำบางส่วนให้เจ้าได้รู้ว่าทำไมถึงมาที่นี่และเกิดอะไรขึ้นทำไมเหลือเพียงเจ้าอยู่ 2 คน รีบเข้าไปในร่างกายได้แล้ว ฟ้าจะส่งแล้ว…" พูดจบเขาก็พักร่างวิญญาณของผู้พันมู่ เข้าไปอยู่ในร่างของเด็กผู้ชายที่นอนอยู่

จากนั้นคุณตาก็หายไป …..

นั่นคือสิ่งที่เขาจดจำได้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงได้มาที่นี่ เจ้าของร่างเดิมคือเด็กคนนี้ตายแล้วและคงกำลังไปเกิดใหม่ แต่เขาก็ตายแล้วแต่ดันมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยแทน เจ้าเป็นการเกิดใหม่ที่พิสดารจริงๆ

บ้านของเขาและน้องสาว เป็นบ้านไม้ทรงจีนธรรมดา มี 2 ห้องนอน เดิมทีอีกห้องมีท่านแม่ของพวกเขาอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้นางลงไปนอนพักผ่อนอยู่ใต้พื้นดินแล้ว

ผู้มาใหม่ถอนหายใจ เขาต้องมาอยู่ในร่างของเด็ก 6 ขวบ แต่ความทรงจำของเด็กคนนี้กลับทำหลายสิ่งหลายอย่างเป็น ความทรงจำที่ท่านตาคนนั้นให้มา ทำให้เขารู้สึกเศร้าใจแทน

เดิมทีท่านแม่ของพวกเขา เป็นถึงคุณหนูใหญ่และแต่งออกไปกับใครสักแห่ง แต่เกิดปัญหามากมายขึ้น ทำให้เธอต้องพาพวกเขาออกมาหลังจากที่คลอดแล้ว มีแม่นม สาวใช้และผู้คุ้มกันมาด้วย แต่พวกเขาถูกโจรสังหารตายหมด เหลือเพียง 3 แม่ลูกที่รอด และท่านแม่ก็เลี้ยงพวกเขามาตลอด 3 ปี ใช้ชีวิตแบบชาวบ้านธรรมดา

เขาทบทวนความทรงจำคร่าวๆที่ได้มา ความทรงจำมันน้อยนิดมาก มันเป็นความทรงจำตั้งแต่วัย1ขวบ พวกเขามาที่นี่ตอนอายุ1ขวบ เกิดมายังไม่เคยเห็นหน้าพ่อสักครั้ง

แล้วใครคือพ่อของพวกเขากัน นึกเรื่องนี้แล้วก็ถอนหายใจ หวังว่าน้องสาวตัวน้อยจะไม่ถามหาคนที่เป็นพ่อหรอกนะ หากมีบุญวาสนาได้เป็นเพราะลูกจริงๆ สักวันอาจจะได้พบกันก็ได้ ….

แต่วันนี้ใช้ชีวิตให้มันรอดไปวันๆก่อนก็แล้วกัน

' 6 ขวบจะทำอะไรได้เนี่ย ' เขาถอนหายใจ

เขาถอนหายใจอีกครั้ง และยังคงถอนหายใจอีกหลายครั้ง นั่นก็เพราะว่ายังคงทำใจไม่ได้

สักพักหนึ่งขอหันไปมองเด็กตัวน้อย ที่เป็นน้องสาวของเขา เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มและนอนหลับอย่างน่าเอ็นดู ดูก็รู้ว่าพวกเขาทั้งคู่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ดูเหมือนว่าท่านแม่ของพวกเขาไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาลำบากเลย

"จะมีตำลึงเหลือเท่าไหร่นะ ถ้าหากว่าเงินเก็บของฉันและเงินจากธุรกิจที่ฉันมีแลกเป็นเงินของที่นี่ ฉันเดาว่ามันจะต้องต่างไปเยอะแน่ๆ ไม่ 1 :10 ก็ต้องเป็น1:20 อืม ….ถ้ามี app ขายของที่เอาของจากที่นี่ไปขายได้ก็คงดี หึหึ "เขาจินตนาการถึงนิยายเรื่องหนึ่งที่มีระบบแลกเปลี่ยนระหว่างโลก เขาคิดว่ามันเจ๋ง และจะทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น

เมื่อนึกขึ้นได้แบบนั้น เขาก็จินตนาการเรื่องเล่นอยู่สักพัก และเปลี่ยนความคิดไปสำรวจมิติของตัวเอง เขาจับมือน้องสาว และพาเธอเข้าไปในมิติทั้งที่นอนอยู่ ทั้งคู่หายไปจากที่นอนทันที

และโผล่มาที่เรือนหลังใหญ่ในมิติ

แน่นอนว่าเขายังคงตื่นเต้นอยู่ แต่เขาเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งมาก ทำให้เขาไม่ได้แสดงอาการออกไปมากเกินไป แม้ว่าหัวใจของเขาเต้นกระเด็นกระดอนไปหมดแล้ว หากมันเคลื่อนย้ายที่ได้มันคงจะขยับไปอยู่ซ้ายและขวาสลับกันไปมา

" บ้านน่าหลังใหญ่มาก ไปสำรวจหน่อยดีกว่า ที่นี่พอจะทำอะไรได้บ้าง ในห้องครัวมีของที่พอทำได้ไหมนะ น้องสาวจะต้องหิวแน่ๆหากตื่นขึ้นมา " มู่หยวนเฉิง เอามือแกะมือน้อยๆของน้องสาวออกจากการกอดเขา

" ตัวเล็กๆกำมือแน่นมาก" เขามองไปที่น้องสาวตัวน้อย

"พี่ใหญ่…. อ้าม ๆ " เสียงเด็กน้อยละเมอขึ้น เขายิ้มและมองนางอย่างเอ็นดู

" หึหึ น้องสาวนอนต่อก่อนนะ พี่ใหญ่จะไปทำของอร่อยให้กิน" เขากระซิบบอกเธอ เด็กน้อยยิ้มและหลับต่อ ….

เมื่อเห็นว่าน้องสาวคนใหม่หลับไปแล้ว หยวนเฉิงตัวน้อยก็กระโดดลงจากเตียงนอน แล้วเดินสำรวจบ้านหลังนี้ทีละมุม เขามั่นใจว่าไม่ใช่บ้านของเขาแน่นอน เพราะมันไม่มีข้าวของๆเขาเลยสักชิ้น ในนี้เป็นของโบราณทุกชิ้น ตำราเอย ของใช้อื่นล้วนแแต่เป็นของโบราณ ….

" บ้านใครกันนะ" หยวนเฉิงพูดขึ้น ก่อนจะเดินไปที่ครัว

เมื่อมาถึงครัวเขาก็รีบสำรวจ ว่ามีอะไรให้เขาได้ทำอาหารเช้าให้น้องสาวบ้าง แต่เขาก็ต้องอึ้งเมื่อในนี้มีตู้เย็นใหญ่และตู้แช่ของสด เช่นเนื้อสัตว์และผักต่างๆ ถัดไปอีกห้องคือห้องเก็บเสบียง มีของกินและวัตถุดิบมากมายในนั้น ผักดองต่างๆ เนื้อรมควัน ไส้กรอก กุนเชียง เนื้อตากแห้ง ข้าวสาร แป้ง น้ำมันพืช และวัตถุดิบอีกมากมาย

ถัดไปอีกห้อง ห้องเก็บสมุนไพร หน้าห้องเขียนเอาไว้ว่า "ห้องโอสถ" มีสมุนไพรและยาต่างๆมากมาย ถูกจัดเรียงเอาไว้และมีรายละเอียดสรรพคุณของยาเอาไว้ด้วย เขามองไปเจอตำราสมุนไพรโบราณ และทักษะปรุงยาต่างๆ และมีตัวหนังสือสีขาวขอบทองปรากฏขึ้นว่า

" แตะเพื่อเรียนรู้ " เขาอ่านแล้วงง

เริ่มต้นบทบาทพี่ชาย- พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน

เริ่มต้นบทบาทพี่ชาย -พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน

" ไม่ใช่ว่าต้องหยิบมาอ่านหรือ " เด็กน้อยสงสัย

แต่มือไม่อยู่สุขก็ยื่นออกไปแตะตำราสองเล่มนั้นทันที ฉับพลันความรู้สึกอันน่าขนลุกก็เกิดขึ้นกับเขา หยวนเฉิงน้อยขนลุกซู่ และมีความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างแล่นไปมาในหัวของเขา

" เชี่ยแล้วไง!! " หยวนเฉิงตกใจ

มีเสียงใครสักคนบอกเขาว่า

[ เจ้านายตัวน้อย นั่งลงทำสมาธิแล้วเริ่มเรียนรู้ ตำราสมุนไพรโบราณ และตำราทักษะปรุงยา ใช้เวลา5นาที]

หยวนเฉิงน้อยขนลุก แต่ก็ทำตามเสียงที่บอกเขาอย่างว่าง่าย เขาคิดว่าเสียงนี้จะต้องเป็นผู้ช่วยที่คุณตาส่งมาแน่ๆ

เวลาผ่านไป 5 นาที

เด็กชายตัวน้อยลืมตาขึ้น พยายามปรับความรู้สึกและอารมณ์ของเขา ความรู้มากมายอยู่ในหัวของเขา ทำให้เขาหัวแทบระเบิดสมองน้อยๆ ของเด็กชายคนนี้ ยังสามารถรับมันได้อีก น้ำยังไม่เต็มแก้ว

" นายเป็นใคร" หยวนเฉิงน้อยถามขึ้น

[ ยินดีที่ได้รู้จัก เจ้านายตัวน้อยอย่างเป็นทางการครับ ผมเป็นผู้ช่วยของเจ้านายตัวน้อยนับจากนี้ และจะอยู่กับเจ้านายจนวาระสุดท้าย ]

" ผู้ช่วยอย่างนั้นหรอ ว้าว … เหมือนในนิยายเลยสินะ ยินดีที่ได้พบนายนะ นายชื่ออะไร " หยวนเฉิงน้อยถามขึ้น

[ผมยังไม่มีชื่อครับ เจ้านายตั้งเลยครับ ]

" งั้นหรอ เอาเป็น อั่งเปา แล้วกัน " หยวนเฉิงน้อยตั้งชื่อให้ผู้ช่วยคนใหม่

"นายชอบไหม " เขายังถามอีกครั้ง

[ ชอบครับเจ้านาย กำลังบันทึก …. ชื่ออั่งเปา ]

" มีหลายอย่างที่ฉันต้องเรียนรู้สินะ คุณตาพูดแปลกๆฉันยังไม่ค่อยเข้าใจหลายอย่าง เรื่องของวรยุทธด้วย เอาไว้ ไปทำอาหารเช้าให้น้องสาวก่อน เราจะคุยกันไปด้วย" หยวนเฉิงน้อยบอกผู้ช่วย

[ได้ครับเจ้านาย เดินไปคุยไปครับ เอาไว้เจ้านายค่อยเดินมาสำรวจใหม่ก็ได้ จะอยู่กับเจ้านายไปตลอดไม่ได้หายไปไหน วันนี้มีหลายอย่างให้เจ้านายต้องศึกษาหาความรู้ น้องสาวของเจ้านายด้วย ]

" นั่นสินะ ฉันจะทำข้าวต้มหมูสับให้น้องสาว กับไข่ต้ม " เขาบอกเมนูเช้านี้

[ ระบบมีร้านค้าด้วยครับเจ้านาย ซื้อของได้ตลอดครับ หลังเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งของวันที่15 ของเดือน จะมีแฟรชเซลล์ ลดมากถึง90% ]

" ว้าววว ….อีกกี่วันถึงวันที่10 ปฏิทินของที่นี่ หรือโลกเดิม " หยวนเฉิงถามขึ้น

[ ของโลกเดิมครับเจ้านาย เมื่อถึงวันผมจะแจ้งเตือนอีกครั้ง ]

" ฉันจะจุดเตาก่อน " เขาเบรกคุยกับระบบ

และจุดเตาไฟ แล้วตั้งหม้อดิน เขาข้าวสารลงไป ผสมกับข้าวสารเหนียวลงไปด้วยเล็กน้อย ใส่เกลือหน่อยแล้วค่อยๆเคี่ยวไปเรื่อยๆ เขาลากเก้าอี้ไปแถวๆหน้าชั้นเก็บเครื่องปรุงที่ถูกวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ ด้วยความที่เขาตัวเล็กขาสั้น จึงต้องใช้ตัวช่วย

" ว้าว มีเครื่องปรุงรสด้วย เอาอันนี้แล้วกัน น้ำมันหอย น้ำมันพืช เอาผงสามเกลอด้วย สะดวกจริงๆ " เมื่อได้ของแล้วก็ลงมา

จากนั้นก็เลื่อนเก้าอี้ไปที่ตู้แช่ เขามองหาหมูบด และต้นหอม กระเทียมแกะเปลือกแล้ว เมื่อเขาได้ของครบเขาก็ลากเก้าอี้ กลับมาที่หน้าเตาเหมือนเดิม และปีนขึ้นไปบนเก้าอี้เพื่อเคี่ยวข้าวต้มของเขาต่อ และนำหมูบด มาหมักกับส่วนผสมอื่นๆ เมื่อข้าวต้นเปื่อยยุ่ยดีแล้ว เขาก็ค่อยๆตักหมูนุ่มชิ้นเล็กๆลงไปตอนน้ำเดือด ข้าวต้มของเขาเริ่มส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบ้าน

ไม่นานนักไข่ที่เขาต้มไว้อีกเตาก็สุก เขาตักออกมแช่น้ำเย็นไว้ ไข่ต้มเขาทำไว้ 30 ฟองเลยทีเดียว เพราะเขาคิดว่ามันกินได้ตลอด ตอนไหนน้องสาวหิว ก็เอาออกมาให้นางกินรองท้องไปก่อนได้ เด็กๆวัยนี้ต้องการสารอาหาร

ตอนนี้เขาเป็นพ่อครัวตัวนัอย เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูมาก เขาอยู่ในชุดคุณชายน้อย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ผ้าไหม ก็เป็นผ้าฝ้ายคุณภาพดี ที่แม่และสาวใช้เย็บให้พวกเขาทั่งสอง

กลิ่นอาหารลอยเข้าไปทั่วเรือน คนตัวเล็กที่นอนอยู่ได้กลิ่นหอมอาหารแล้วท้องร้อง เด็กน้อยค่อยๆลืมตาขึ้น เตียงนอนใหญ่ที่นอนนุ่ม ผ้าห่มผืนใหญ่ หนาและอบอุ่นมาก แต่ไม่มีพี่ใหญ่อยู่ข้างๆ นางเริ่มมองรอบๆและใจเต้นแรงความตื่นตระหนกในใจเริ่มปรากฏ ปากของนางเริ่มสั่นและน้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างน่าสงสาร

" แง….. พี่ใหญ่…. พี่ใหญ่….. " เสียงเด็กน้อยร้องไห้ออกมา อย่างกลั้นไม่อยู่

"ฮือๆ พี่ไหนอยู่ที่ไหน น้องสัญญาจะไม่ดื้อไม่ซน จะเชื่อฟัง ฮือๆ " เด็กน้อยร้องไห้ และปีนลงเตียงนอนใหญ่ช้าๆ แล้วค่อยๆเดินไป มองซ้ายมองขวา สำรวจบ้านหลังนี่ไปด้วย

" พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน ฮือๆๆ " เด็กน้อยหวาดกลัวมาก

ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้าน และมาอยู่ในบ้านของใครก็ไม่รู้ แม้จะอยากจะสวยมาก แต่มันก็ไม่ใช่บ้านของเธอ พี่ชายที่นอนก่อนหน้านี้ก็ไม่อยู่ด้วย จะกำลังคิดว่าตัวเองถูก โจรจับมาหรือเปล่า เด็กน้อยเริ่มจินตนาการไปไกลมาก และร้องไห้ออกมาไม่หยุด

หยวนเฉิงได้ยินเสียงน้องสาวร้องไห้ เขารีบยกหม้อออกจากเตาอย่างระมัดระวัง แล้วรีบเดินไปหาน้องสาวตามทางของเสียงร้องไห้ เขาเดินมาถึงประตูหน้าห้องนอน พบว่าน้องสาวตัวน้อยยืนร้องไห้และเกาะขอบประตูอย่างน่าเอ็นดู เขาจึงรีบเดินเข้าไปหา แล้วโอบกอดนางไว้ทันที

"โอ๋ๆ พี่ชายมาแล้ว อย่าร้องนะ หลินเอ๋อร์"เขากอดปลอบโยนน้องสาวตัวน้อย

"ฮือๆ พี่ใหญ่ ท่านไปไหนมา ข้ากลัวมาก " เด็กน้อยกอดพี่ชายแน่น แล้วปล่อยโฮอีกครั้ง นางกลัวว่าพี่ชายจะจากนางไปเหมือนคนอื่นๆและท่านเเม่ พี่ชายคือสมบัติที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของนาง

" อย่าร้องนะ อย่าร้อง พี่ชายไปทำข้าวต้มอร่อยๆในครัวมา เราไปกินมื้อเช้ากันเถอะ ที่นี่บ้านของเรา น้องไม่ต้องกลัวนะ " หยวนเฉิงบอกน้องสาวตัวน้อย

เมื่อได้ยินพี่ชายบอกว่าบ้านของเรา ทำให้นางหยุดร้องแล้วหันมองเขาอย่างสงสัย บ้านของนางหลังเล็กๆเองห้องก็เล็กๆ เตียงไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้จะเป็นบ้านของนางได้ยังไง นางสงสัยมาก

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...