โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุฯ ประกาศแล้ว! ไทยเข้าสู่ ‘ฤดูหนาว’ 23 ต.ค.นี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 02.17 น. • The Bangkok Insight

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศแล้ว! ไทยเข้าสู่ "ฤดูหนาว" 23 ต.ค. ล่าช้ากว่าปกติ คาดช่วงเย็นสุด ธ.ค. - ต้น ก.พ. ยอดดอยหนาวจัด 7-8 องศา กทม. ต่ำสุด 18-20 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ซึ่งล่าช้ากว่าปกติราวหนึ่งสัปดาห์ โดยจะเริ่มมีอากาศเย็นบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากนั้นอากาศเย็นจะขยายพื้นที่ครอบคลุมบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

ฤดูหนาว

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และโฆษกกระทรวงดีอี แถลงว่า การเข้าสู่ฤดูหนาวหมายถึง อุณหภูมิบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงจนมีอากาศเย็นอย่างต่อเนื่อง และลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก รวมถึงประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนลดลงอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นพร้อมกันในทันที โดยคาดว่าช่วงอากาศเย็นที่สุดจะอยู่ระหว่างกลางเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นกุมภาพันธ์ 2569 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 21–22 องศาเซลเซียส

สำหรับพื้นที่ยอดดอยและยอดภูในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน เลย นครพนม และสกลนคร บางวันอาจมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิลดลงถึง 7–8 องศาเซลเซียส และมีโอกาสเกิดน้ำค้างแข็ง ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ 18–20 องศาเซลเซียส ขณะที่ภาคใต้ โดยเฉพาะด้านฝั่งอ่าวไทย จะยังคงมีฝนตกชุกและอาจมีฝนตกหนักเป็นช่วง ๆ จากหย่อมความกดอากาศต่ำและพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนฟ้าคะนอง และคลื่นลมแรง

น.ส.สุชาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู โดยเฉพาะหมอกหนา น้ำค้างแข็ง และการขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงควรระมัดระวังคลื่นลมแรงในทะเลภาคใต้ และติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยทั้งในชีวิตและการประกอบอาชีพ

ด้าน ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในช่วงต้นฤดู สภาพอากาศยังคงมีความแปรปรวน โดยจะมีฝนตกในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมอุตุนิยมวิทยาจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารข้อมูลล่วงหน้าอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวทั้งด้านสุขภาพ การเดินทาง และการดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจ

ในช่วงต้นฤดู สภาพอากาศยังคงมีความแปรปรวน โดยจะมีฝนตกในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมอุตุนิยมวิทยาจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารข้อมูลล่วงหน้าอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวทั้งด้านสุขภาพ การเดินทาง และการดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจ

การเข้าสู่ฤดูหนาวหมายถึง อุณหภูมิบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงจนมีอากาศเย็นอย่างต่อเนื่อง และลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก รวมถึงประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนลดลงอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นพร้อมกันในทันที

โดยคาดว่าช่วงอากาศเย็นที่สุดจะอยู่ระหว่างกลางเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นกุมภาพันธ์ 2569 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 21–22 องศาเซลเซียส

สำหรับพื้นที่ยอดดอยและยอดภูในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน เลย นครพนม และสกลนคร บางวันอาจมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิลดลงถึง7–8 องศาเซลเซียส และมีโอกาสเกิดน้ำค้างแข็ง ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ18–20 องศาเซลเซียส ขณะที่ภาคใต้ โดยเฉพาะด้านฝั่งอ่าวไทย จะยังคงมีฝนตกชุกและอาจมีฝนตกหนักเป็นช่วง ๆ จากหย่อมความกดอากาศต่ำและพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนฟ้าคะนอง และคลื่นลมแรง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...