โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 09.48 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

การจะหาร้านอาหารไทยนอกประเทศสักร้านไม่ใช่เรื่องยาก แถมบางประเทศก็มีให้เลือกหลายร้านจนลืมว่ากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ ด้วยความที่มีผู้อพยพย้ายถิ่นฐานเข้าไปทุกวัน ประเทศใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา เยอรมนี จึงมีร้านอาหารไทยร้านเล็ก ร้านใหญ่ ไฟน์ไดนิง และสตรีทฟู้ดเต็มไปหมด

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

หากพูดถึงรสชาติ สมัยก่อนอาจมีคำพูดที่ได้ยินบ่อยว่ากินอาหารไทยที่ต่างประเทศอย่างไรก็ไม่ถึงเครื่องเหมือนที่ไทย เพราะใส่วัตถุดิบไม่ครบและบางอย่างต้องหาจากในประเทศนั้นๆ แทนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้า แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก การนำเข้าวัตถุดิบง่ายขึ้น พืชสมุนไพรบางอย่างก็ปลูกในประเทศนั้นได้ และการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ได้เห็นบางร้านกล้าพลิกโฉมหน้าอาหารไทยให้แตกต่างจากความเข้าใจเดิมไปสู่รูปลักษณ์ใหม่ๆ ที่ดูสร้างสรรค์และเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น From Thailand to…Bangkok Supper Club ครีเอตจานใหม่จนกลายเป็นร้านฮอตในนิวยอร์ก
ท่ามกลางร้านอาหารไทยที่เปิดมานาน และร้านเกิดใหม่มากมายกว่า 3,000 ร้านในสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่ยังคงนำเสนอในรูปแบบดั้งเดิม แกงเขียวหวานก็คือแกงเขียวหวานที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ไม่ใช่กับ Bangkok Supper Club ในนิวยอร์กซึ่งเรียกว่าเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของโลก ร้านนี้แหละที่สามารถครองใจผู้คนในเมืองใหญ่ได้อยู่หมัดจากการนำเสิร์ฟอาหารไทยสุดครีเอทีฟตามสไตล์เชฟแม็กซ์-วิทวัส เจิมสุรวงศ์

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

เชฟแม็กซ์คลุกคลีกับวงการอาหารมานาน ทั้งเป็นที่ปรึกษาร้านอาหารและผู้ช่วยเชฟเอียนที่ร้าน Spot Dessert Bar เมื่อมาทำร้านของตัวเองเต็มตัว เชฟก็อยากนำอาหารไทยอร่อยๆ ผนวกเทคนิคตะวันตกและไอเดียที่สั่งสมมา พร้อมเติมลูกเล่นสนุกๆ เพื่อสร้างสีสันให้ออกมาเป็นอาหารแนวฟิวชันลงตัว จนเคยมีคนเอ่ยปากชมร้านนี้ว่าเป็นร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดเท่าที่เคยกินมา พูดถึงเมนูขายดีที่สุด เชฟแม็กซ์ยกให้ Hokkaido Scallop Ceviche ที่ถ้าบอกว่าคือกุ้งแช่น้ำปลาแต่เปลี่ยนวัตถุดิบคนไทยน่าจะร้องอ๋อ ในจานนี้นอกจากตัวเอกอย่างสแกลลอปฮอกไกโด ยังมีเปลือกแตงโมดอง ใบมินต์ กระเทียม แล้วปิดท้ายด้วยกรานิตาแตงโมผสมพริกเป็นการเติมทั้งสีสันและความสดชื่น

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

ในขณะที่ตำแหน่งขนมหวานโดนใจคนที่มาร้านที่สุดคือเค้กใบเตย ความพิเศษอยู่ตรงการวางของอร่อยไว้แต่ละชั้นตั้งแต่ชั้นล่างสุดเป็นเค้กชิฟฟอนใบเตย ทาทับด้วยคัสตาร์ดใบเตย ต่อมาใส่เค้กชิฟฟอนใบเตยอีกรอบ โรยมะพร้าวอ่อน พุดดิงใบเตยตามมาติดๆ ก่อนจะเป็นวิปครีมมะพร้าว และโรยเกล็ดมะพร้าวอบกรอบปิดท้าย เสิร์ฟในมะพร้าวทั้งผล ได้ทั้งความอร่อยและสร้างประสบการณ์ในการกิน

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

อันที่จริง Bangkok Supper Club มีจุดเด่นอีกอย่างคือการใช้เตาถ่านย่างวัตถุดิบ นั่นเพราะความหอมที่ได้จากถ่านช่วยชูรสชาติได้ดี และเป็นภูมิปัญญาการทำอาหารไทยที่สร้างเอกลักษณ์ในหลายเมนูมานักต่อนัก

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

นอกจากนี้ยังมีเมนูน่าสนใจที่สะท้อนความสร้างสรรค์ของเชฟแม็กซ์ เช่น ข้าวมันไก่ที่ยัดไส้ข้าวอยู่ในปีกไก่แล้วทอด เมี่ยงคำฟัวกราส์กับอกเป็ดย่าง พานนาคอตตานมเย็น

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

Regale Restaurant ออสเตรเลีย ปรับอาหารไทยแล้วใส่ความโมเดิร์น
ชาวออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในชนชาติที่ชื่นชอบอาหารไทยมากที่สุดจากการสำรวจของเว็บไซต์ yougov.com ถามว่านิยมขนาดไหน ก็ถึงขั้นที่มีร้านอาหารไทยเปิดแล้วมากกว่า 3,000 แห่ง (จำนวนใกล้เคียงกับร้านอาหารญี่ปุ่นเลยทีเดียว) และที่เมลเบิร์นนั้นมีร้านอาหารของเชฟปุ๊ก-สุทธินี สันติวัฒนา เชฟหญิงคนขยัน เจ้าของร้านหลายแห่งในออสเตรเลีย อาทิ ร้านบรันช์ Humble Rays ร้านเบเกอรี่และมัตฉะบาร์ Toris’s ร้านเจลาโตแพลนต์เบส Suga Rays

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

แต่เราจะขอพูดถึง Regale Restaurant ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นซึ่งนำอาหารไทยมาผสมผสานกับอาหารตะวันตกและอาหารเอเชียชาติอื่นๆ จนได้รับรางวัล Hats จากการคัดเลือกของ Australian Good Food Guide (AGFG) หรือไกด์บุ๊กที่รวบรวมร้านอาหารและที่พักต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย หลังจากเปิดได้เพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

ตัวอย่างความโมเดิร์นของอาหารร้านเชฟปุ๊กถูกนำเสนอผ่านรสชาติไทยๆ แต่ใช้เทคนิคแบบตะวันตกหรือเอเชียประเทศอื่น เช่น Crying Tiger Beef with Tamarind Glaze หรือเสือร้องไห้บ้านเราแต่ใช้เนื้อเทนเดอร์ลอยน์หมักด้วยข้าวคั่วย่าง เสิร์ฟในหม้อดินร้อนพร้อมข้าวที่คลุกน้ำจิ้มแจ่วมาแล้วก่อนโรยกระเทียมและกากหมู หรือจะเป็น Crab Malfadine พาสตาแกงปูโรยเกล็ดขนมปังอบกระเทียมเนย เพิ่มความหอมด้วยใบมะกรูดกรอบซอย

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ
ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

คุณปุ๊กเสริมว่าปัจจุบันถ้าร้านอาหารไหนยังติดอยู่กับการทำอาหารไทยแบบเดิมๆ อาจจะขายยากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้แต่ละร้านพยายามหาลายเซ็นของร้านที่ไม่เหมือนใคร ดัดแปลง หรือริเริ่มนำบางเมนูที่คนไทยกินกันเป็นปกติแต่ชาวออสเตรเลียหลายคนยังไม่เคยรู้จักมาขาย เช่น กล้วยทอด ขนมไข่นกกระทา แซนด์วิชโบราณ หรือไอศกรีมกะทิที่เชฟปุ๊กนำมาทำในแบบเจลาโตซึ่งชาวต่างชาติจะเข้าใจง่ายขึ้น ขายอยู่ที่ร้าน Sugar Rays เมลเบิร์นนั่นเอง

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

อดสงสัยไม่ได้ว่าหมดยุคอาหารไทยแบบดั้งเดิมแล้วหรือ?
การที่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศทุกวันนี้เลือกวิธีการใหม่ๆ ในการนำเสนอถือเป็นสิ่งที่ดีที่อาหารไทยจะได้หลุดออกจากกรอบเดิม แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลในรสชาติดั้งเดิมของอาหารไทยและอยากค้นพบอีกหลายเมนูที่ไม่เคยได้สัมผัส หากร้านสามารถดึงจุดเด่นออกมาได้ก็มีหนทางให้ไปต่อกับธุรกิจนี้เสมอ เลือกอะไรที่คนเยอรมันยังไม่เคยเห็น
นั่นคือสิ่งที่ตกตะกอนได้จากการพูดคุยกับ ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิชาการประจำ สถาบันเอเชียจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ German Institute for Global and Area Studies (GIGA) ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของอาหารไทยในเยอรมันจากการทำงานที่นั่นมาหลายปี (ปัจจุบันอยู่ไทยแต่ยังไป-กลับอยู่บ้าง)

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

เพื่อให้เห็นภาพการเดินทางของอาหารไทยในเยอรมนี ดร. จันจิรา ขอแบ่งกลุ่มคนไทยออกเป็น 2 รุ่นใหญ่ๆ คือรุ่นแรกที่อพยพหรือแต่งงานกับคนเยอรมันและย้ายเข้ามาอยู่ถาวร คนกลุ่มนี้ช่วงแรกนิยมทำอาหารกินเองด้วยรสชาติแบบเดียวกับบ้านเกิด แต่เมื่อเปิดร้านอาหารขึ้นมาก็กลัวคนเยอรมันไม่เข้าใจ จึงปรับรสชาติให้กลายเป็นแบบที่คิดว่าเหมาะ ใช้วัตถุดิบทดแทนที่หาได้ง่ายในพื้นที่ เน้นขายราคาถูก มีเรื่องเล่าน่ารักๆ ว่าเคยมีคนไทยล้อมวงปิกนิกตำส้มตำ ทำอาหารไทยกินเองที่สวนสาธารณะในเยอรมันจนคนเยอรมันเข้ามาขอชิมแล้วชอบมาก วันไหนตำรวจมาตรวจก็ช่วยเจรจากับตำรวจแทนคนไทยเสียด้วย (แต่ตอนนี้ถูกจัดโซนใหม่เรียบร้อยแล้ว)

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

ในขณะที่รุ่น 2 เริ่มกล้าที่จะทดลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีในเยอรมนี ดร. จันจิรายกตัวอย่างร้านอาหารไทยในเบอร์ลินที่อยู่ในเครือเดียวกันแต่หยิบยกประเภทอาหารที่ต่างกันมานำเสนอ ได้แก่ ร้านไมยราบ (@maiyarapberlin) ซึ่งขายเฉพาะก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านหนุมาน (@hanuman_thaicurryhouse) ขายข้าวแกงต่างๆ และร้านทศกัณฑ์ (@tossakanberlin) มาพร้อมอาหารไทยดั้งเดิม โดยแต่ละร้านจะเสิร์ฟอาหารรสชาติไทยๆ ในแบบที่คนไทยกินเองยังรู้สึกเหมือนกินที่บ้าน และคนเยอรมันก็ชอบมากเพราะให้ความรู้สึกแปลกใหม่ ได้รู้จักอาหารไทยเมนูใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยมากขึ้น

ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ ชวนส่องความเป็นไปของอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ผ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 เชฟไทย และ 1 นักวิชาการ

ปัจจุบันมีการผสมผสานการใช้เทคนิคหรือการตกแต่งจานใหม่ๆ เห็นได้ชัดว่าคนไทยรุ่นนี้ให้คุณค่ากับทั้งเมนูอาหารไทยรสชาติแบบที่คนไทยกินและคอนเซ็ปต์งานสร้างสรรค์ต้องมีเอกลักษณ์คู่ความทันสมัยมากขึ้น สร้างสีสันและประสบการณ์การกินอาหารไทยให้ชาวเยอรมันเป็นอย่างดี แต่ละร้านขายดิบขายดีไม่แพ้กันเลย คนเยอรมันเปิดใจให้อาหารต่างชาติมากกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...