POP MART ทุนจีนแรงไม่หยุด ‘ไมเนอร์’ ต่อยอดธุรกิจแสนล้าน
เจ้าพ่อกล่องสุ่ม “ป๊อปมาร์ท” สร้างปรากฏการณ์อาร์ตทอยฮิตทั่วโลก พอร์ตโตเร็วและแรง 1.55 ล้านล้านบาท เดินเกมยึดหัวหาดเอเชีย ปักหมุดยักษ์ค้าปลีกไทย-ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาส “ไมเนอร์” เห็นโอกาสร่วมทุนข้ามชาติ เร่งต่อยอดธุรกิจไลฟ์สไตล์ครบวงจร เผยพอร์ตหุ้นที่ฮ่องกงพุ่ง ลูกค้าทุกช่วงวัยคลั่งไคล้ ชาวอเมริกัน-ยุโรปแห่ซื้อสะสม-ลงทุนเหมือนสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมดัง
บริษัทโกลบอลเติบโตต่อเนื่อง ในไทยก็เช่นกัน ปีที่แล้วทำกำไรกว่า 1.6 พันล้านบาท สำหรับ “POP MART” แบรนด์อาร์ตทอยขวัญใจมหาชนจากจีนปีนี้ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าขยายสาขา ล่าสุดปักหมุด “Global Landmark Store” ที่ไอคอนสยาม เปิดวันแรกก็ทุบสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อาร์ตทอยฮิตทั่วโลก
อาร์ตทอย กลายเป็นกระแส โดยเฉพาะ POP MART แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ด้วยแคแร็กเตอร์หรือผลงานทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ครองใจผู้คน อาทิ LABUBU, MOLLY, SKULLPANDA, CRYBABY, DIMOO WORLD, HIRONO, HACIPUPU ฯลฯ
ทำให้ “กล่องสุ่ม” กลายเป็น POP Culture ลบภาพจำของเล่นเด็ก สู่ของสะสมไลฟ์สไตล์ที่ต่อยอดการลงทุนได้ แม้แต่ศิลปินดาราคนดัง อย่าง Rihanna, Lisa BLACKPINK และ Dua Lipa ก็โพสต์ภาพคู่กับอารต์ทอยเหล่านี้บนโซเชียลมีเดีย
POP MART ก่อตั้งโดย “หวาง หนิง” (Wang Ning) นักธุรกิจชาวจีนเมื่อปี 2553 และโด่งดังขีดสุดในปี 2559 จากแคแร็กเตอร์ MOLLY โดย Forbes ระบุว่า ปัจจุบันหวาง หนิง ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 10 ของประเทศจีนเรียบร้อย แถมยังมีอายุน้อยที่สุด ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 2.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.37 แสนล้านบาท) จากการถือหุ้นใน POP MART หลังจาก LABUBU ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา
พอร์ตรวม 1.5 ล้านล้าน
ปัจจุบัน Pop Mart มีมูลค่าบริษัทที่ 3.65 แสนล้านเหรียญฮ่องกง (1.5 ล้านล้านบาท) โดยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ เติบโตถึง 170% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
POP MART ประเมินว่า ยอดขายทั้งปีอาจเติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบปีก่อน หรือมากกว่า 2 หมื่นล้านหยวน (9 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 จากปี 2024 ที่มีรายได้ 1.3 หมื่นล้านหยวน (5.8 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ BBC ระบุว่า POP MART เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2563 โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 600% ในปี 2567 ที่ผ่านมา และบริษัทคาดว่ากำไรในช่วงครึ่งปีแรกนี้มีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นอย่างน้อย 350% ขณะที่ยอดขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นเกือบ 40% ของรายได้รวม
ความสำเร็จนี้ได้รับอานิสงส์มาจากตุ๊กตา Labubu ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก สะท้อนจากในเดือนมิถุนายน ยอดขาย Labubu ในสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 5,000% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือการประมูลตุ๊กตา Labubu ขนาดเท่าคนจริงในกรุงปักกิ่ง ซึ่งปิดราคาที่ 1.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) และการที่จีนยึดของเล่น Labubu ปลอมได้กว่า 46,000 ชิ้น เป็นต้น
แม้กลยยุทธ์แบบกล่องสุ่มจะเคยถูกวิจารณ์ว่ากระตุ้นพฤติกรรมคล้ายการพนันและการซื้อซ้ำแบบไม่ยั้งคิด แต่ก็ทำให้ POP MART กลายเป็นเจ้าตลาดอาร์ตทอย โดยมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและร้านค้ากว่า 2,000 แห่งทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย POP MART ดำเนินการโดย บริษัท ป๊อป มาร์ท (ไทยแลนด์) จํากัด ภายใต้การบริหารจัดการของ POP MART INTERNATIONAL โดยมีบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Minor Lifestyle ร่วมทุนโดยการถือหุ้น 42%
ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท ป๊อป มาร์ท (ไทยแลนด์) จํากัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 408 ล้านบาท ในปี 2566 มีรายได้รวม 306,191,728 บาท กำไร 73,744,830 บาท ขณะที่ปี 2567 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 5,331,137,522 บาท กำไร 1,604,673,710 เพิ่มขึ้น 2,075.98%
CTW ยอดดีด
POP MART ประเดิมปักหมุดแฟลกชิปสโตร์ขนาด 160 ตร.ม. แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 พร้อมสร้างปรากฏการณ์ห้างแตกผู้คนวอล์กอินล้นทะลัก ก่อนจะทยอยขยายสาขาตามทำเลสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสาขาเทอร์มินอล 21 อโศก, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, แฟชั่นไอส์แลนด์, เมกาบางนา, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และเซ็นทรัลเวสต์เกต รวมถึง Pop-up Store ตามหัวเมืองสำคัญอย่างเซ็นทรัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัล พัทยา เป็นต้น ซึ่งการสะสมอาร์ตทอยยังบูมอย่างต่อเนื่อง
นางศิริพร แผลงจันทึก Country General Manager บริษัท ป๊อป มาร์ท (ประเทศไทย) กล่าวว่า สาขาแรกที่เปิดในไทย คือ เซ็นทรัลเวิลด์ และเป็นสาขาที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดจนถึงปัจจุบัน Ranking ไม่เคยตก
“ขณะที่อันดับ 1 ของกล่องสุ่มยอดฮิตที่สุดในโลก คือ LABUBU ซึ่งคนไทยทันสมัยมาก ฮิตก่อน เล่นมาก่อนที่อื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลิซ่าที่โพสต์ห้อย LABUBU จนทำให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตอนนี้ LABUBU ดังไปถึงอเมริกา ยุโรป หลายวงการ มีดีไซเนอร์หลายคนในโลกที่ชื่นชอบ LABUBU จึงไม่หยุด
ที่จะเติบโตไปเรื่อย ๆ” ศิริพรกล่าว
มูฟเมนต์ล่าสุด POP MART Thailand ได้ต่อยอดความสำเร็จ ตีตลาดอาร์ตทอยต่อเนื่อง ขยาย 2 สาขาใหญ่ในไตรมาส 3 ของปี 2568 ด้วยการเปิดตัว POP MART สยาม เซ็นเตอร์ และสาขาล่าสุดอย่าง POP MART Global Landmark Store ที่ไอคอนสยาม อย่างเป็นทางการ สะท้อนการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ที่เดินหน้าขยายฐานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยชูประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และความนิยมในแคแร็กเตอร์ฟิกเกอร์ระดับโลก
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) ระบุว่า การเปิดตัวร้านแฟลกชิปแห่งใหม่ที่ไอคอนสยามได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยทำสถิติยอดขายวันแรกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ POP MART ในไทย
แม้แบรนด์จะมีฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้วด้วยจํานวนร้านสแตนด์อะโลน 8 แห่ง และร้านป๊อปอัพ 3 แห่งทั่วประเทศ แต่ความสำเร็จอันโดดเด่นของสาขาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคต่อ POP MART ยังแข็งแกร่งมาก และไม่มีสัญญาณของการอิ่มตัวของตลาด สะท้อนถึงความนิยมและความภักดีของกลุ่มแฟนคลับที่เติบโตทั้งในและต่างประเทศ
POP MART ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องผ่านการร่วมทุนระหว่าง ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ POP MART International Group แฟลกชิปที่ไอคอนสยามจึงเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ด้านการค้าปลีกของแบรนด์ขึ้นไปอีกขั้น โดยผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทย และองค์ประกอบการออกแบบทางวัฒนธรรม ทําให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับทั้งแฟนชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ด้วยแรงขับเคลื่อนล่าสุดนี้ POP MART ประเทศไทย วางแผนที่จะขยายธุรกิจอย่างรอบคอบไปยังจังหวัดสำคัญนอกกรุงเทพฯ โดยการขยายเชิงกลยุทธ์นี้จะเน้นไปที่ศูนย์กลางเมืองที่มีศักยภาพสูงและมีชุมชน ตลอดจนวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา
สหรัฐ-ยุโรปโตเร็ว
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าจากผลประกอบการปี 2024 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม) POP MART International Group Limited ที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEXnews) แจ้งว่า มีรายได้รวม 13,037.75 ล้านหยวน (1.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เติบโตเพิ่มขึ้น 106.9% จากรายได้ 6,301.002 ล้านหยวนในปี 2023 กำไรขั้นต้น 8,707.77 ล้านหยวน ราว 66.8% เพิ่มขึ้นจาก 61.3% ในปี 2023
แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยมีกำไรสุทธิ 3,308.35 ล้านหยวน เติบโตก้าวกระโดด 203.9% จาก 1,088.77 ล้านหยวนในปี 2023 รายได้จากตลาดต่างประเทศ หรือโตนอกตลาดจีนมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของรายได้ทั้งหมด และธุรกิจขยายไปเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก
ซึ่งไตรมาส 1 ปี 2025 รายได้รวมคาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 165-170% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2024 การเติบโตแต่ละตลาด ในจีนเพิ่มขึ้น 95-100% ต่างประเทศเติบโตอย่างน่าทึ่งถึง 475-480% ที่อเมริกาพุ่งขึ้น 895-900% ยุโรปเติบโต 600-605% เอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมจีน) 345-350%
เปิดขุมทรัพย์ไมเนอร์
บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) มีธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ธุรกิจร้านอาหาร บริหารโดย บจ.ไมเนอร์ ฟู้ด ปัจจุบันมีร้านในเครือ 2,659 แห่ง ครอบคลุม 23 ประเทศ รวม 80 แบรนด์ อาทิ The Pizza Company, The Coffee Club, Swensen’s, Sizzler, Burger King, Dairy Queen, Benihana ฯลฯ
ธุรกิจโรงแรมและที่พัก บริหารโดย บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปัจจุบันมีโรงแรมที่ลงทุนเอง 370 แห่ง รับจ้างบริหารโรงแรมและเซอร์วิสสวีท 197 แห่ง ครอบคลุม 57 ประเทศ
ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ภายใต้ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีสินค้าแฟชั่น สินค้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันมีจุดจำหน่ายรวม 280 แห่ง อาทิ แบรนด์ Charles & Keith, anello, ZWILLING, Joseph Joseph, BergHOFF, Bossini, Crash Baggage, Minor Smart Kids
ซึ่งการเคลื่อนไหวล่าสุด POP MART ของทุนจีนคนรุ่นใหม่จึงน่าจับตา หลังจากกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ เจ้าพ่อฟู้ด “ไมเนอร์” ประกาศร่วมลงทุนข้ามชาติ เพราะเห็นโอกาสในการต่อยอด “ธุรกิจสมัยใหม่” ให้เติบโตแบบครบวงจร พร้อมกวาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในทุกช่วงวัย
ขณะที่ความนิยมและความภักดีของแบรนด์ป๊อปมาร์ท เริ่มมีแรงส่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเป็นความชอบส่วนตัวและซื้อเพื่อการลงทุน ไม่ต่างกับแบรนด์สินค้าแฟชั่นดัง ๆ อาทิ หลุยส์วิตตอง เฟนดิ ชาแนล ฯลฯ
ดังนั้น ในศูนย์การค้าปลีกใหญ่ ๆ ทั่วไทยและทั่วโลก จะเริ่มเห็นผู้บริโภคต่างถือถุง POP MART อย่างเชิดหน้าชูตา เปรียบเสมือนค่านิยมและรสนิยมแห่งยุคสมัยนับจากนี้
ซูเปอร์สตาร์ฮิตลาบูบู้
ในภาพรวม ตามรายงานประจำปีของบริษัท ป๊อปมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (Pop Mart International Group) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของป๊อปมาร์ท ประเทศไทย (POP MART Thailand) แสดงผลประกอบการปี 2567 รายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 13.04 พันล้านหยวน (ราว 5.8 หมื่นล้านบาท)
ในจำนวนนี้รายได้จากผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาของเล่นพุ่งสูงขึ้นกว่า 1,200% ในปี 2024 และคิดเป็นเกือบ 22% ของรายได้รวมทั้งหมด และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นราว 188% จาก 1.1 พันล้านหยวน (ราว 5 พันล้านบาท) ในปี 2023 เป็นประมาณ 3.1 พันล้านหยวน (ราว 14,000 ล้านบาท)
ผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2025 คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นกว่า 350% (YOY) จากแรงหนุนของกระแสลาบูบู้ที่สูงขึ้น ซึ่งเริ่มต้นในช่วงปี 2023 ป๊อปมาร์ท วางจำหน่ายตุ๊กตาลาบูบู้ แบบพวงกุญแจ ทำให้เจ้าตัวประหลาดฟันเยอะตัวนี้ดูเหมือนจะอยู่ทุกหนทุกแห่ง รวมถึงในมือของศิลปินดาราคนดังระดับโลกอย่าง ริฮานนา, คิม คาร์เดเชียน และดิลลอน บรู๊กส์ นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอ
นอกจากนี้ ลิซ่า แบล็กพิงก์ ได้โพสต์ภาพตุ๊กตาลาบูบู้ของเธอลงในอินสตาแกรมและติ๊กต๊อก ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100 ล้านคน ทำให้เกิดกระแสความคลั่งไคล้ลาบูบู้อย่างรุนแรง ลาบูบู้จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของป๊อปมาร์ท
นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน มีรายงานจากบลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ลาบูบู้ กลายเป็นของสมนาคุณดึงดูดเงินฝากจากลูกค้าธนาคาร ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน แม้ต่อมาหน่วยงานกำกับการเงินในพื้นที่ สั่งห้ามธนาคารที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบดึงดูดเงินฝาก ผ่านการมอบของสมนาคุณที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด สำนักบริหารกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน (The National Financial Regulatory Administration : NFRA) สาขาเจ้อเจียง ขอให้ธนาคารในพื้นที่ระงับการมอบสิทธิพิเศษที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อดึงดูดเงินฝาก หลังจากกรณีธนาคารผิงอันแบงก์ (Ping An Bank) เสนอตุ๊กตาลาบูบู้ แก่ผู้ฝากเงินรายใหม่ที่ฝากเงิน 50,000 หยวน ราว (227,000 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน
อย่างไรก็ดี การหันไปพึ่งพาความนิยมในตุ๊กตาสะท้อนภาพการแข่งขันดุเดือด หลังจากที่ธนาคารจีนเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยและผลกำไรที่ต่ำลง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : POP MART ทุนจีนแรงไม่หยุด ‘ไมเนอร์’ ต่อยอดธุรกิจแสนล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net