โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิธีกรรมตือรี” การรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยวิธี “ทรงเจ้าเข้าผี” ของชาวไทยมุสลิม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 02.27 น.
พ่อหมอ คนป่วย และคณะดนตรี (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2568)

แม้การรักษาโรคแผนใหม่ได้เผยแพร่เข้ามาสู่หมู่บ้านชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มานานแล้ว แต่คนในพื้นที่ยังมีอีกวิธีสำหรับการรักษาโรค ที่เชื่อว่ามีสาเหตุจาก “คุณไสย” ด้วย พิธีกรรมตือรี

ประพนธ์ เรือนณรงค์เล่าถึงเรื่องนี้ไว้ในบทความ “ตือรี : ดนตรีรักษาโรค”นิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนเมษายน พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นข้อมูลจากการพูดคุยกับชาวบ้านที่ใกล้ชิดกับพิธีกรรมดังกล่าว คือ เปาะแม บือราเฮง คนท้องถิ่นอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สรุปความได้ดังนี้

เปาะแมซึ่งพูดภาษามลายูท้องถิ่น เล่าว่า ปู่ของตนเป็น “บอมอ” หรือพ่อหมอรักษาโรคด้วยพิธีตือรี และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในอดีต คำว่า “ตือรี” เป็นชื่อ รายอมูดอหมายถึง กษัตริย์หนุ่มหรือยุพราช ปัจจุบันหมายถึงสายลมหรือวิญญาณ ที่ช่วยเหลือคนเจ็บไข้ได้ป่วย ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า รายอมูดอเดินทางจากอินเดียมาสู่แหลมมลายู เปรียบเหมือน “วอลี” หรือนักบวชผู้มีคาถาอาคม ลูกหลานคนใดระลึกถึงจะให้คุณ ถ้าเมินเฉยจะให้โทษ

ตือรีจึงเป็นความเชื่อดั้งเดิมของผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้ รับอิทธิพลจากชาวอินเดีย นับถือศาสนาฮินดู ก่อนการเข้ามาของศาสนาอิสลาม

เปาะแมยังเล่าถึงพี่น้องชายหญิง 2 คน คือ อาริปดีแม และปะตือรีบอซู วันหนึ่งอาริปดีแมล้มป่วย รักษาเท่าไรก็ไม่หาย จนฝันว่าได้พบโต๊ะซาแฮดผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านบอกว่าโรคนี้รักษาด้วยยาต่าง ๆ ไม่หาย นอกจากจะไปหาโต๊ะนูยง (หมอดู) จะทำนายได้แม่นยำ อาริปดีแมจึงรู้ว่าเขาถูกวิญญาณตายายทำโทษ

พิธีรักษาอาริปดีแม ประกอบด้วยเครื่องบูชาครู หมาก พลู ยาเส้น และเงินบูชาครู (สมัยนั้นคือ 12 บาท) ใช้เครื่องดนตรี คือ ฆึบบะ (ซอ) 2 คัน ฆึนแน (กลอง 2 หน้า) 2 ใบ ฆ้อง 1 ใบ ในที่สุดผู้ป่วยก็หายจากโรค

ชาวไทยมุสลิมสมัยก่อนเชื่อว่ามนุษย์เกิดจากธาตุทั้ง 4 คือ ฮาตูตานอห์ (ธาตุดิน) ฮาตูอาเฮ (ธาตุน้ำ) ฮาตูอาปี (ธาตุไฟ) และฮาตูอางิง (ธาตุลม) แต่ละคนจะมี “ยิง” (วิญญาณ) อยู่ในร่าง เรียกว่า“ยิงอาซาเซ”

ยิงอาซาเซของแต่ละคน เราจะเอาออกจากร่างเขาไม่ได้ ยกเว้นออกไปเองตามวาระ แต่ถ้าเป็นวิญญาณผีปู่ย่าตายายหรือ “อางิงโต๊ะแนแนะมอแย” มาสิง ก็ทำพิธีกรรมให้ออกจากร่างได้

พิธีกรรมตือรี

ดนตรีประกอบพิธีตือรีรักษาคนไข้มี ซอ (ฆึบบะ) เป็นพระเอก เพราะผู้สีซอคือพ่อหมอรักษาคนไข้ ถัดมาเป็นฆ้อง 2 ใบ กลอง 2 หน้า (ฆึนแน) หรือทับ 2 ใบ และขันทองเหลือง (สำหรับตี) 1 ใบ เรียงตามลำดับไปทางทิศตะวันออก ส่วนสถานที่ทำพิธีคือบนบ้าน หรือระเบียงบ้านของคนไข้

ระหว่างประกอบพิธีกรรม คนไข้จะนั่งหรือนอนตรงหน้าพ่อหมอ เหนือปะรำพิธีมีผ้าขาวทำเพดานผูกขึง 4 มุม แทนฉัตรกั้น (แทนความเคารพต่อรายอมูดอ) เสาที่ปักทำโรงพิธีจะมีผลไม้ เช่น กล้วย อ้อย ดอกไม้หอม แป้งหอม ผ้า และด้ายขาวผูกห้อยไว้

อาหารในพิธีประกอบด้วย ข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียวเหลือง และข้าวเหนียวแดง ภาษามลายูท้องถิ่นเรียก สมางัด จัดวางบนพานแยกเป็นส่วน ๆ สลับสีสวยงาม บนพานข้าวเหนียวปักเทียนไข 3 เล่ม ถัดไปเป็นจานไก่ย่าง อาหารคาวหวาน และผลไม้ ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องสังเวยแด่รายอมูดอ

ส่วนค่ายกครู จะมีหมาก พลู ยาฉุน (ยาเส้นพื้นเมือง) สีเสียด (พืชชนิดหนึ่ง) และเงินค่าราด หรือค่าบูชาครู ก่อนลงมือรักษา พ่อหมอจะท่องคาถาปกป้องตนเอง เพราะไม่แน่ใจว่าที่สิงอยู่ในร่างคนไข้เป็นใคร มีพลังแค่ไหน ซึ่งคาถานั้นเป็นข้อความจากคัมภีร์อัลกุรอาน

เมื่อเริ่มพิธี พ่อหมอจะเผากำยานรมมือ เพื่ออัญเชิญวิญญาณรายอมูดอให้ลงมาประทับร่างคนไข้ จากนั้นเริ่มบรรเลงซอไพเราะจับใจ สลับจังหวะเยือกเย็นโหยหวน รายล้อมด้วยชาวบ้านที่มาคอยจดจ่อฟังการถาม-ตอบ ระหว่างพ่อหมอกับคนไข้ เพื่อให้รู้ว่าคนไข้ถูกวิญญาณตายาย หรือวิญญาณชั่วร้ายมาสิงเพราะอะไร จะแก้ไขอย่างไร

การเล่นตือรีจะเริ่มต้นที่ซอ ถัดมาคือตีกลองกับฆ้อง ตามด้วยตีขันทองเหลือง บรรเลงเพลงรายอมูดอภาษามลายู เพื่ออัญเชิญวิญญาณรายอมูดอก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นเพลงเสนา เพลงนายพราน และอื่น ๆ ตามแต่อารมณ์หรือความชอบของผู้ป่วย เมื่อบรรเลงไปสักครู่ก็หยุดพักให้พ่อหมอถามคนไข้ว่า “ท่านคือใคร”คนไข้จะตอบว่า “เราคือรายอมูดอ”

พ่อหมอจะถามต่อว่า “ที่มาทำให้ลูกหลานเจ็บไข้ประสงค์อันใด” คนไข้จะตอบต่อว่า “พวกสูไม่คิดถึงเรา เครื่องสังเวยไม่นำพา ไม่เคยให้เรากิน ไม่เคยให้เราดู ไม่เคยให้เราสนุก เราต้องการกิน ดู และสนุกเหมือนกัน”

พ่อหมอถามต่อไปว่า“แล้วท่านต้องการอะไร โปรดบอกมาเถิด”วิญญาณรายอมูดอตอบต่อไปว่า “เราต้องการข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวขาว และข้าวเหนียวแดง ไก่ย่าง อาหารคาวหวาน และผลไม้ รวมทั้งจะดูการแสดงมะโย่ง”

การแสดงตามข้อเสนอของรายอมูดอ อาจจะเป็นการแสดงพื้นเมืองที่เรียกว่ามะโย่ง สิละ วายัง อย่างหนึ่งอย่างใด จะมีการตกลงกันว่าจะมีงานแสดงมหรสพช่วงไหน ส่วนมากจะกำหนดเป็นช่วง 5 ปี หรือ 10 ปีต่อครั้ง ตกลงกันเรียบร้อยแล้วรายอมูดอก็จะออกจากร่างคนไข้ จากนั้นคนไข้จะหายเป็นปกติ

เมื่อถึงกำหนดสัญญาการแก้บน จะมีพิธีกรรมพร้อมกับเล่นดนตรีตือรีและมหรสพตามที่ตกลงกัน คนไข้ที่หายปกติจะมานั่งหน้าพ่อหมอ เพื่อเชิญรายอมูดอมาเข้าร่าง เป็นการรับเรื่องว่าว่าชาวบ้านจัดสิ่งต่าง ๆ ตามที่ตกลงแล้ว หลังแสดงมหรสพ รายอมูดอจะออกจากร่างทรง เป็นอันจบพิธีแก้บน

ตือรีจึงเป็นมรดกทางภูมิปัญญา สะท้อนความเชื่อความศรัทธาของชาวไทยมุสลิม เชื่อมโยงเรื่องผีสางเทวดาหรือความเชื่อท้องถิ่นเป็นหลัก มีกลิ่นอายความเป็นมลายูอย่างชัดเจนในเพลงและมหรสพการละเล่น แต่ก็สอดแทรกความเป็นอิสลาม (คาถาจากอัลกุรอาน) เอาไว้ด้วย

ทุกวันนี้ การรักษาโรคด้วยพิธีกรรมตือรีพบเห็นได้น้อยลงไปทุกที และกลายเป็นเพียงความทรงจำอันเลือนลางในบางพื้นที่ไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พิธีกรรมตือรี” การรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยวิธี “ทรงเจ้าเข้าผี” ของชาวไทยมุสลิม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...