โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซี.พี. 1 ปี ข้าวโพดเมียนมา ‘ลดเผา-ไม่รุกป่า’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 00.43 น.

วันที่ 1 มกราคม 2569 จะเป็นการเริ่มบังคับใช้ มาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา ซึ่งเป็นการออกประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา และขับเคลื่อนการค้าสินค้าเกษตรไปสู่ความยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ที่นานาประเทศ รวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญ ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมียนมา (MCIA) ได้ประกาศความสำเร็จ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา” (Myanmar Corn Traceability System) หลังจากที่ดำเนินการมาแล้วครบ 1 ปีเต็ม ที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ไทยมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะใช้ระบบตรวจสอบ กับประเทศไทยและ สปป.ลาวอีกด้วย ซึ่งก็ได้เริ่มดำเนินการมาบ้างแล้ว

นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซี.พี. ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง กำลังเผชิญเรื่องของฝุ่น PM 2.5 หมอกควัน โดยมีสาเหตุจากการเผาไหม้ในพื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 3 ประเทศ ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยคณะผู้บริหารได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และได้มอบนโยบายให้เร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะระบบในการจัดซื้อที่อาจจะเกี่ยวเนื่องกับการปลูกพืชเกษตร เราจึงได้นำ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ” เข้ามาใช้ตั้งแต่ปี 2559

ตลอดการดำเนินการที่ผ่านมา ซี.พี.ได้ดำเนินการภายในประเทศและได้ขยายต่อไปยังพื้นที่และประเทศที่ ซี.พี.เข้าไปลงทุน ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาครัฐบาลในประเทศนั้น ๆ รวมไปถึงสถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การตรวจสอบมีความแม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ เรายังได้ส่งเสริมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในภาคการเกษตรด้วย โดยเฉพาะไทย สปป.ลาว และเมียนมา เช่น การส่งเสริมเกษตรกรให้มีการเพาะปลูกไม่เผาแปลง ส่งเสริมเกษตรกรทำในพื้นที่ที่ถูกต้องไม่รุกป่า นำระบบตรวจสอบย้อนกลับมาใช้ มีผู้ตรวจสอบจากหน่วยงานนอกและผู้สังเกตการณ์จากภายนอก เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และต้องผลักดันให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คาดหวังว่าจะสร้างความยั่งยืนให้กับภูมิภาคได้

อย่างไรก็ดี การดำเนินการนั้นนอกจากความยั่งยืนและเพื่อตอบรับนโยบายใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ไทย ที่จะเริ่มบังคับใช้การนำเข้าข้าวโพดปลอดการเผาในปี 2569 รวมถึงสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด และกฎหมายลูกในอนาคต ทั้งหมดนี้คือความสมัครใจที่สอดคล้องกับค่านิยม “3 ประโยชน์” ของเครือ ซี.พี. ที่คำนึงถึงประโยชน์ต่อสังคมในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน

ซี.พี. “ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา”

เปิด 6 ขั้นตอนตรวจสอบ

นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร เขตประเทศเมียนมา กล่าวว่า การนำระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้ในเมียนมาครบ 1 ปี พบว่าจุดความร้อนในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมาลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งนอกจากเป็นเพราะสถานการณ์การเพาะปลูกที่ลดลงจากลานีญาและเหตุการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ปัจจัยสำคัญคือ การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาครัฐทั้งไทยและเมียนมา

ทั้งนี้ ระบบตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นเครื่องมือเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกยอมรับ และสำหรับในเมียนมาได้รับการทวนสอบจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ถือเป็นกลไกที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ “ฟ้าใส” ของรัฐบาลไทย ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างไทย เมียนมา และลาว โดยระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา มีขั้นตอนสำคัญ 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย

1.การขึ้นทะเบียนคู่ค้าและการวาดขอบเขตแปลงเพาะปลูก : ขั้นแรกคือการลงทะเบียนคู่ค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเกษตรกรและผู้รวบรวมข้าวโพด จากนั้นจะมีการวาดแผนที่ขอบเขตแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรแต่ละราย โดยระบุพิกัดและข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกแปลงมีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

2.การระบุพิกัดของพื้นที่เพาะปลูกโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม : ขั้นตอนนี้มีการนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมเข้ามาใช้ในการยืนยันพื้นที่การเพาะปลูกและติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจะช่วยป้องกันการบุกรุกป่าและการเผาแปลงเพาะปลูก

3.การตรวจสอบแนวป่า : มีการตรวจสอบพื้นที่ป่าโดยใช้ข้อมูลจากมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานของสหภาพยุโรป เพื่อระบุพื้นที่ที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ การตรวจสอบนี้จะช่วยป้องกันการบุกรุกและการเพาะปลูกในพื้นที่ป่าที่เป็นแนวป่าดั้งเดิม

4.ติดตามจุดความร้อนในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม : ระบบตรวจสอบย้อนกลับจะมีการติดตามและบันทึกจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้แปลงเพาะปลูก โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีอัตราการเกิดไฟไหม้สูงที่สุด ข้อมูลนี้จะช่วยป้องกันการเผาแปลงและรักษาสิ่งแวดล้อม

5.การตรวจสอบพื้นที่ที่เผาแปลงเพาะปลูก : ระบบจะทำการคำนวณและหักพื้นที่ที่ถูกเผาแปลงออกจากพื้นที่การเพาะปลูกทั้งหมด โดยคำนวณจากจำนวนจุดความร้อนที่ตรวจพบในพื้นที่นั้น ๆ ขั้นตอนนี้เป็นการยืนยันว่าข้าวโพดที่จัดหามานั้นมาจากพื้นที่ที่ปลอดจากการเผาและสอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน

6.การยืนยันพื้นที่สุทธิและการเก็บข้อมูลการผลิต : หลังจากหักพื้นที่ป่าและพื้นที่เผาแปลงเพาะปลูกออกแล้ว จะได้พื้นที่สุทธิที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกข้าวโพด ระบบนี้จะบันทึกข้อมูลการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงการส่งออก เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของข้าวโพดได้อย่างชัดเจน

“ขั้นตอนนี้ได้รับการพัฒนาโดยอาศัยเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและระบบบล็อกเชนเพื่อให้มั่นใจว่าการเพาะปลูกข้าวโพดในเมียนมามีความโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานที่ยั่งยืน”

ไม่ซื้อข้าวโพดเผา-รุกป่า

นายวรพจน์ สุรัตวิศิษฏ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด กล่าวว่า ระบบที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ พัฒนาขึ้นมานั้นเปิดให้เข้าร่วมได้เพราะเป็นระบบเปิดที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพื่อเป็นมาตรฐานที่ใช้ทั้งในและต่างประเทศ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ซึ่งระบบนี้ใช้มาแล้ว 1 ปี ทำให้เราเห็นว่า พื้นที่ปลูกข้าวโพดของเมียนมาส่วนใหญ่ 90% อยู่ที่รัฐฉาน และมีเป้าหมายจะเพิ่มให้มากขึ้น เมื่อดูผลผลิตเมียนมาผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้มากถึง 2.5 ล้านตันต่อปี โดยใช้ในประเทศ 1 ล้านตัน ส่งออก 1.54 ล้านตัน ในจำนวนนี้ 1 ล้านตันส่งออกมาประเทศไทย ที่เหลือไปอินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ รับซื้อกว่า 10% ของผลผลิตทั้งประเทศ หรือประมาณ 3 แสนตัน โดยใช้เพื่อการผลิตอาหารสัตว์ในเมียนมา 2 แสนตัน และส่งออกไปยังต่างประเทศ 1 แสนตัน ซึ่งยืนยันการรับซื้อว่าผ่านการตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ไม่เผา ไม่รุกป่า ทั้งนี้ ในเมียนมาเรามีโรงงานอาหารสัตว์ 3 แห่งด้วยกัน คือ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และรัฐฉาน ทั้งนี้ การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา เราซื้อผ่านระบบ 100% จากเครือข่ายผู้รวบรวมที่เรารับซื้อ 140 ราย ที่ได้รับการรับรองและยืนยันว่าไม่ได้เผาและรุกพื้นที่ป่า

“นี่คือโมเดลความร่วมมือไทย-เมียนมา ที่ใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักบริหารความยั่งยืน ธุรกิจพืชครบวงจร ระบุว่า “เป้าหมายด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานในเมียนมา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนขององค์กร ที่เน้นความรับผิดชอบในทุกกระบวนการผลิต เราไม่ได้มองเพียงผลลัพธ์ทางธุรกิจระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงให้กับทั้งสินค้าและซัพพลายเชน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมไปกับเกษตรกรท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมที่ดี”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซี.พี. 1 ปี ข้าวโพดเมียนมา ‘ลดเผา-ไม่รุกป่า’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...