โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กองทัพบก" ยืนยันมีหมัดเด็ด "กัมพูชา" ลอบวางทุ่นระเบิด ย้ำพร้อมป้องกันตัว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 08.25 น.
ภาพไฮไลต์

"โฆษกกองทัพบก" ยืนยันมีหมัดเด็ด"กัมพูชา" ลอบวางทุ่นระเบิด พร้อมย้ำเคารพข้อตกลงหยุดยิง แต่พร้อมป้องกันตัว

วันที่ 29 ส.ค. 2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ยังต้องเฝ้าระวัง และกำลังพลยังคงมีความพร้อมรักษาอธิปไตย โดยยังมีการลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด หลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง ยังคงมีการใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายไทยจำนวน 3 ครั้ง

ทั้งนี้การลาดตระเวน แม้จะเป็นพื้นที่ที่เราควบคุมได้ แต่ยังต้องระมัดระวัง เพราะงานด้านการข่าวพบว่าฝ่ายกัมพูชายังลอบเข้าพื้นที่ เพื่อมาทำร้ายฝ่ายไทยด้วยการลอบวางทุ่นระเบิด นอกจากนี้การคุกคามด้วยการใช้โดรนก็ยังคงมีอยู่ แต่มีความหนาแน่นน้อยลง กองทัพบกยังคงเน้นการสื่อสารเรื่องการใช้ทุ่นระเบิด เรามีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการวางใหม่ โดยเฉพาะข้อมูลในหลักฐานในโทรศัพท์ของทหารกัมพูชาประมาณกว่า 20 เครื่อง มีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว การสอนการใช้ทุ่นระเบิด ผู้ที่สืบค้นข้อมูลเชิงลึกให้กับกองทัพคือสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม สามารถนำไปยืนยันกับองค์กรต่างประเทศได้

เมื่อถามว่า คำสั่งอนุมัติให้ยิงตอบโต้ทันที หากพบทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาวางระเบิด จะสามารถป้องปรามได้หรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่จะเกิดการยิงสวนกลับมา ทำให้สถานการณ์บานปลาย พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ถือว่าอยู่ในเรื่องของกฎการใช้กำลังหรือกฎการปะทะ เนื่องจากมีความชัดเจนว่าทหารกัมพูชาเข้ามาเพื่อคุกคามชีวิต ทำอันตรายต่อทหารไทย

ฉะนั้นแนวทางในการป้องกันตัวสามารถทำได้อยู่แล้ว และยอมรับว่าหากฝ่ายไทยยิงตอบโต้ ก็มีโอกาสที่ฝ่ายกัมพูชาจะยิงสวนกลับมา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ แต่หากมีการรุกล้ำ สิ่งบ่งชี้ทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน เข้ามาเพื่อทำอันตรายกับทหารไทย เพราะฉะนั้นหลักของการป้องกันตัว เมื่อภัยคุกคามนั้นมาถึงที่กระทบต่อชีวิต หลักทั่วไปของสากลก็สามารถทำได้

เมื่อถามว่า จะถูกมองว่าฝ่ายไทยละเมิดการหยุดยิงหรือไม่นั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เราเคารพในข้อตกลงอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นการดำเนินการจากรัฐบาลสองประเทศ แต่ไม่ปิดโอกาสในการป้องกันตัวเอง ต้องแยกกัน

ส่วนประเด็นการประกาศกฎอัยการศึกที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ว่า ยังไม่ได้รับรายงานสิ่งผิดปกติ การประกาศกฎอัยการศึกเป็นมาตรการควบคุมพื้นที่และรักษาความปลอดภัย เนื่องจากในพื้นที่มีแนวโน้มการเกิดเหตุจลาจล อาจจะมีความไม่เรียบร้อย ถือเป็นมาตรการดูแลการเข้าออกในพื้นที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกัมพูชาหรือฝ่ายไทย

อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเผชิญหน้าของประชาชนสองประเทศ ซึ่งอาจจะพัฒนาไปยังจุดอื่น จึงค่อนข้างมีความน่ากังวล ในขณะเดียวกันยืนยันว่ามวลชนฝ่ายไทย เช่น อินฟลูฯ ขอความร่วมมือได้ ปัจจุบันน่าจะมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ซึ่งฝั่งไทยไม่ได้มีความน่ากังวลอะไร ทุกคนอยู่ในกรอบ และยังสามารถเข้าออกในพื้นที่ได้ เพียงแต่ให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอ้าง ยังไม่มีข้อมูลเรื่องสร้างรั้วชายแดนสระแก้ว

พล.ต.วินธัย ยังกล่าวถึงกรณีการสร้างรั้วชายแดน จ.สระแก้ว ว่าโดยหลักแล้ว หากเป็นพื้นที่ที่มีความเรียบร้อยแล้วสามารถสร้างรั้วได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ว่าหน่วยไหนจะเป็นผู้ปฏิบัติ แต่ในพื้นที่ที่เป็นประเด็นส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน ไม่มีการยอมรับเส้นปฏิบัติการของทั้งสองประเทศ

ส่วนเรื่องการสร้างรั้วจะเป็นหน้าที่ของกองทัพบกหรือกองทัพไทยนั้น ตรงนี้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียด ซึ่งการสร้างรั้วน่าจะมีประโยชน์โดยเฉพาะการเข้าออกในพื้นที่ที่มีความชัดเจน แต่เท่าที่มีติดตามข่าวสารกับกองทัพไทย จะพูดถึงบริเวณพื้นที่ที่ตกลงกันได้แล้ว ก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายที่ใช้ช่องทางธรรมชาติ ก็พยายามไม่ทำให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าในพื้นที่บ้านหนองจาน กรณีที่การประชุมทวิภาคีในระดับต่างๆ ไม่เป็นผล จะสามารถใช้กำลังผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ได้หรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เป็นไปได้หมด ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นมีความข้องเกี่ยวกับประชาชนต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพราะในภาพรวม กัมพูชาพยายามใช้เวทีต่างประเทศเป็นเครื่องมือกดดันฝ่ายไทย แต่ยังไม่สามารถทำได้

ซึ่งฝ่ายไทยก็มีความพร้อมในทุกเรื่อง และเราก็ชี้แจงในทุกเรื่องได้ ว่าสิ่งที่ได้กระทำไปอยู่บนพื้นฐานของความชอบธรรม ยอมรับว่าฝ่ายทหารเองก็กังวล อยากให้การทำงานมีความสมบูรณ์มากที่สุด ไม่ถูกหยิบยกไปเป็นเงื่อนไขอื่น ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคต เพราะจะทำให้บริหารจัดการปัญหาต่างๆ ได้ยากขึ้น

เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ตอนนี้ตอบยาก ยอมรับว่าสถานการณ์มีความไม่แน่นอน เพราะจากช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดมา จะเห็นหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้น่ากังวล เพราะกองทัพบกถือว่ามีความพร้อม รวมถึงกองทัพภาคที่ 1-2 ก็มีความพร้อมที่จะเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบอยู่แล้ว.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "กองทัพบก" ยืนยันมีหมัดเด็ด "กัมพูชา" ลอบวางทุ่นระเบิด ย้ำพร้อมป้องกันตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...