โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกคาดผลตัดสิน"คดีคลิปเสียง" กระทบหุ้นจำกัด ปัจจัยลดดอกเบี้ย FED-กนง.บวกต่อตลาดมากกว่า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 00.51 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 07.35 น.

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์กรณีวันที่ 29สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดี "นายกแพทองธาร ชินวัตร" ว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ ซึ่งคดีนี้เกิดจากการคลิปเสียงสนทนากับนายฮุนเซนผู้นํากัมพูชาที่ถูกบันทึกไว้ ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีการใช้ถ้อยคําที่ดูเอื้อต่อฝั่งกัมพูชา และเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกองทัพ

ในฐานะมืออาชีพทางด้านการลงทุนเลือกที่จะไม่ทํานายคําพิพากษาของศาล แต่เราได้ประเมินนัยยะต่อตลาดจาก 2 scenario หลักดังนี้

Scenario 1 ศาลตัดสินว่านายกมีความผิด

: จะเป็นลบในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวจะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเลือกนายกคนใหม่PM ในกรณีที่นายกแพทองธารถูกตัดสินว่าผิด และ ขาดคุณสมบัติในการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เราคาดว่าตลาดน่าจะตอบรับเชิงลบในระยะสั้นมาก ๆ เพื่อสะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการเลือกนายกของใหม่

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าตลาดน่าจะย่อลงเพียงไม่นาน เพราะ scenarioนี้น่าจะทําให้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นผู้นําพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติศิริ ซึ่งอยู่ในรายชื่อ candidate นายกเดิมอยู่แล้ว ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ในภาพรวมแล้ว เรามองว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ และ สังคมของนายชัยเกษมน่าจะคล้ายคลึงกับของนายกแพทองธาร และ รัฐบาลใหม่จะยังคงต้องจัดการกับปัญหาหลัก ๆ

อย่างเช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจใน 2H68 รวมทั้งประเด็นความขัดแย้งระหว่างกองทัพไทย และ กัมพูชา

Scenario 2 :ศาลตัดสินว่านายกไม่มีความผิด

: จะเป็นบวกในระยะสั้น แต่ยังคงเผชิญความท้าทายในระยะยาวในกรณีที่ศาลตัดสินว่านายกแพทองธารไม่มีความผิด และ สามารถกลับไปรับตําแหน่งเหมือนเดิมได้ ปฏิกิริยาในระยะสั้นของตลาดน่าจะเป็นไปในเชิงบวก เนื่องจากจะช่วยเคลียร์ประเด็นความไม่แน่นอนในระยะสั้นไป และรัฐบาลจะสามารถเดินหน้าทางการเมืองต่อไปได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังเชิงบวกอาจจะยังคงถูกจํากัดจากความท้าทายในระยะยาวทางด้านของเศรษฐกิจ และ สังคม โดยในช่วงหลายเดือนมานี้ นักลงทุนผิดหวังกับการที่รัฐบาลไม่สามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลชุดนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการจัดการกับกัมพูชาด้วย

สําหรับทั้ง 2 scenarios เรามองว่า SET มี downside จํากัดเพราะได้แรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะต่อไป ในขณะที่ตลาดรับรู้ไปมากแล้วว่า GDP จะชะลอตัวเรามองว่าคําพิพากษาของศาลในวันที่ 29 สิงหาคมเป็นเหตุการณ์สําคัญที่ต้องติดตาม

โดยคําพิพากษาตาม scenario ทั้งสองอาจจะไม่ได้ทําให้ตลาดมี downside อย่างมีนัยสําคัญ โดยในประการแรก นักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดว่าทั้ง Fed ของสหรัฐ และ กนง. ของไทยจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีกในช่วงที่เหลือของปี 2568 ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการชะลอตัวตามวัฏจักรที่เกิดจากภาษีการค้าได้บ้าง

ประการที่สอง ตลาดรับรู้โมเมนตัมอัตราการขยายตัวของ GDPไทยที่ชะลอตัวลงใน 2H68ไปมากแล้ว โดยทั้งนักเศรษฐศาสตร์ของเรา และ consensus คาดว่า GDP ใน 2H68 จะขยายตัวประมาณ 1.0% YoYจากที่ขยายตัว 3.0% YoY ใน1H68

ทั้งนี้ ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะออกมาเป็นอย่างไร "ธีมการลงทุนหลักของเรายังคงเน้นหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวกับอัตราดอกเบี้ย " โดยเราชอบหุ้นบางตัวในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์, finance และ สาธารณูปโภค อย่างเช่น AP*, ORI*, SAWAD* และBGRIM*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...