โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐใช้นโยบายกึ่งการคลัง ทะลุ 1 ล้านล้าน ‘ธ.ก.ส.’ แบกหนัก 9 แสนล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 11.17 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการคลังจากการดำเนินโครงการนโยบายของรัฐบาล ภายใต้นโยบายกึ่งการคลัง มาตรา 28 ตามพ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พบว่ายอดหนี้ ณ สิ้นเดือนก.ย.67 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1.02 ล้านล้านบาท โดยคิดเป็น 29.55% ของงบประมาณรายจ่ายซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบเพดานที่กำหนดไว้ที่ 32% แบ่งเป็น

  • ภาระผูกพันที่นับรวมอยู่ในหนี้สาธารณะแล้ว 160,207 ล้านบาท
  • ลูกหนี้รอการชดเชยจากรัฐบาล 648,749 ล้านบาท
  • ประมาณการภาระผูกพันที่ยังไม่มีการรับรู้ 218,862 ล้านบาท

คลังจี้รัฐชำระหนี้ ใช้งบมาตรา 28 เท่าที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะปีงบประมาณ 67 รัฐบาลได้อนุมัติโครงการใหม่ ตามมาตรา 28 จำนวนทั้งสิ้น 145,417 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน แต่ยังคงต่ำกว่าช่วงปีงบ 63 – 65 หลังจากรัฐบาลมีมติเมื่อวันที่ 21 พ.ย.66 ได้กำหนดเป็นหลักการว่าให้ทุกหน่วยงานหลีกเลี่ยงการดำเนินการในลักษณะการให้เงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ชดเชยหรือประกันราคาสินเชื่อเกษตรโดยตรงแก่เกษตรกร แต่ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเป็นปัจจัยกดดัน

ประกอบกับในปีงบ 68 มีการจ่ายชดเชยลดลงกว่าครึ่งเหลือเพียง 3.9 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภาระทางการคลังตามมาตรา 28 เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น สศค.มีความเห็นว่า รัฐบาลควรพิจารณาอนุมัติโครงการตามมาตรา 28 เท่าที่จำเป็น และจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยโครงการมาตรา 28 อย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ

ธ.ก.ส.แบกหนี้ 9 แสนล้าน

“โฟกัสในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มียอดหนี้คงค้างตามมาตรา 28 สูงกว่า 9 แสนล้านบาท และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีสูงกว่า 73,037 ล้านบาท ที่สำคัญควรพิจารณาปรับลดกรอบยอดหนี้คงค้างตามมาตรา 28 ลงสู่ระดับเดิมไม่เกิน 30% ของงบด้วย”

หนี้มาตรา 28 พุ่งยุครัฐบาล ‘ประยุทธ์’

สำหรับหนี้ตามมาตรา 28 มีการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงปี 62-65 โดยเพิ่มจาก 8.65 แสนล้านบาท เป็น 1.04 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มสุทธิ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีการใช้งบเพื่อรับมือสถานการณ์โควิด

ประกอบกับดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 ชนิดได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ควบคู่กับการริเริ่มแจกเงินไร่ละพัน ทำให้ตลอด 4 ปีมีการอนุมัติโครงการใช้วงเงิน มาตรา 28 ลงสู่ภาคการเกษตรมากถึง 519,514ล้านบาท

"โดยเฉพาะปี 65 มีการใช้เงินช่วยเหลือภาคเกษตรถึง 1.8 แสนล้านบาท จนรัฐบาลต้องขยายเพดานหนี้มาตรา 28 จาก 30% เป็น 35% ของงบประมาณ"

เปิดสถิติภาระผูกพัน มาตรา 28 ย้อนหลัง 7 ปี

ด้านสถิติภาระหนี้ผูกพันตามมาตรา 28 ย้อนหลัง 7 ปี สมัยรัฐบาลประยุทธ์จนถึงรัฐบาลเพื่อไทย มีดังนี้

  • ปี 61 มียอดอนุมัติ 87,102 ล้านบาท แยกเป็นภาคเกษตร65,017 ล้านบาท ช่วยเหลือเอสเอ็มอี 16,500 ล้านบาท การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย5,585 ล้านบาท
  • ปี 62 ยอดอนุมัติเพิ่มขึ้น 132,175ล้านบาท แยกเป็นภาคเกษตร97,134 ล้านบาท เอสเอ็มอี 25,360 ล้านบาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย 9,681 ล้านบาท
  • ปี 63 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มียอดอนุมัติ 148,984 ล้านบาท แยกเป็นภาคเกษตร 99,177 ล้านบาท เอสเอ็มอี 13,428 ล้านบาท ผู้มีรายได้น้อย 36,378 ล้านบาท
  • ปี 64 มียอดอนุมัติพุ่งขึ้นต่อที่ 184,910ล้านบาท แยกเป็นภาคเกษตร 136,986 ล้านบาท เอสเอ็มอี 30,350 ล้านบาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย 17,574 ล้านบาท
  • ปี 65 มียอดอนุมัติพุ่งขึ้นทะลุ 210,040 ล้านบาท แยกเป็น ภาคเกษตร186,217 ล้านบาท เอสเอ็มอี 16,764 ล้านบาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย 7,059 ล้านบาท
  • ปี 66 มียอดอนุมัติลดลงกว่าครึ่งหนึ่งเหลือ 99,297 ล้านบาท แยกเป็น ภาคเกษตร 88,128 ล้านบาท เอสเอ็มอี 8,975 ล้านบาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย 2,194ล้านบาท
  • ปี 67 มียอดอนุมัติเพิ่มอีกครั้ง 145,417 ล้านบาท แยกเป็นภาคเกษตร 106,650 ล้านบาท เอสเอ็มอี 9,625 ล้านบาท ผู้มีรายได้น้อย 29,142 ล้านบาท

ขณะที่วงเงินงบประมาณที่จัดสรรชดเชยภาระหนี้นั้นมี ดังนี้

  • ปี 65 มีการชดเชย 82,696 ล้านบาท
  • ปี 66 มีการชดเชย 119,389 ล้านบาท
  • ปี 67 มีการชดเชย 81,658 ล้านบาท
  • ปี68 มีการชดเชยลดลงเหลือ 39,441 ล้านบาท
  • ส่วนปีล่าสุด ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 68/69 วงเงินรวมทั้งสิ้น61,697.06 ล้านบาท
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...