โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กูรูส่องหุ้นไทยเดือน ก.ย. 68 เศรษฐกิจชะลอ การเมือง–เฟดชี้ชะตา แนะถือเงินสด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 01.08 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 08.08 น.

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือนกันยายน 2568 มีแนวโน้มลดความร้อนแรงลงเพราะในช่วงที่ผ่านมา Price In ปัจจัยหนุนเจรจาการค้าและการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ไปมากแล้ว

ขณะที่ช่วงถัดไปการส่งสัญญาณดอกเบี้ยของ FED อาจเริ่มไม่ชัดเจนเพราะทิศทางเงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้นจากต้นทุนฝั่งผู้ผลิต มีโอกาสที่ผู้ผลิตจะส่งผ่านต้นทุนไปให้กับผู้บริโภค (CPI) ปัจจัยเดือนนี้จึงต้องติดตามการประชุม FED เดือนกันยายนจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางดอกเบี้ยที่ชัดเจน (17 กันยายน)

ด้านปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักการเมืองเพียงระยะสั้น เชื่อว่าท้ายที่สุดจะได้นายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศต่อ คล้ายกับรอบที่ 'แพทองธาร ชินวัตร' ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ แม้อาจจะได้นายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ แต่ในเชิงปัจจัยพื้นฐานยังถือว่าเศรษฐกิจไทยไม่แข็งแกร่งและออกแนวอ่อนแอด้วยซ้ำ

ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พึ่งรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม พบการชะลอตัวทั้งการบริโภค การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัย์ มีเพียงการส่งออกที่ยังขยายตัว (แต่เริ่มน้อยลง) เมื่อมองไปยังข้างหน้าก็ยังมีแนวโน้มแย่ลงโดยเฉพาะส่งออกจะเริ่มชะลอตัวเพราะเร่งไปแรงก่อนหน้า

แต่ทั้งนี้ด้วยเศรษฐกิจขยายตัวต่ำพร้อมกับเงินเฟ้อที่ต่ำ ก็อาจจะเห็นการลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดแรงแข็งค่าของเงินบาท แต่อย่างไรก็ตามทิศทางเงินบาทต้องพิจารณา Dollar ประกอบ โดยเฉพาะประชุม FED หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยน้อยลง Dollar จะกลับมาแข็งค่ากดดันเงินบาทอ่อนค่า

เรื่องด่วนรัฐบาลควรเร่งแก้…

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยต้องเร่งแก้หนี้ครัวเรือนเพราะปัจจุบันอยู่ระดับสูง ซึ่งกดดันการบริโภคจึงควรสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและชะลอการก่อหนี้ใหม่ผ่านการกระตุ้นส่งออก ท่องเที่ยว เพราะหากกระตุ้นการบริโภคมากไปอาจก่อให้เกิดภาระหนี้ครัวเรือนกลับมา

รวมถึงต้องเร่งกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เน้นให้จ้างงานแรงงานไทยเพื่อเพิ่มรายได้และกำลังซื้อ โดยหนี้ครัวเรือนที่สูงการลดดอกเบี้ยจะช่วยได้แต่ก็ต้องระวังการก่อหนี้ใหม่ ธปท.และรัฐบาลต้องร่วมมือกันในเรื่องนี้

สำหรับประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล 4 เดือน จะเพียงพอหรือไม่ หรือต้องการให้อยู่ยาวกว่านั้นก่อนยุบสภา ส่วนตัวมองว่ารัฐบาล 4 เดือนคงทำอะไรได้ไม่มาก ด้วยเวลาที่จำกัดแต่อย่างน้อยเข้ามาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นไปยังการเลือกตั้งครั้งถัดไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ด้วยระดับ Valuation หุ้นไทยที่ไม่ถูกแม้จะได้นายกรัฐมนตรีภายในเดือนกันยายนแต่ก็เป็นเพียงปัจจัยหนุนระยะสั้น เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนยังอ่อนแอ จึงเน้นเป็นกลยุทธ์มองหาหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ ได้แก่

  • กลุ่มไม่อิงกับเศรษฐกิจมากนัก (BDMS) สื่อสาร (ADVANC) การเงิน (MTC SAWAD)
  • ปัจจัยหนุนดอกเบี้ยปรับลง กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA) สงครามการค้าคลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นนอกโดยเฉพาะสหรัฐฯ อาจลดสัดส่วนลง โดยเน้นเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้น ขณะที่ทองคำเน้นถือต่อแต่ไม่เพิ่มพอร์ตด้วยราคาปรับขึ้นมาเยอะ โดยแนะจับตาหุ้นจีนที่เริ่มเห็นการปรับตัวด้าน AI และหุ้นยังไม่แพง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...