โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ข่าวดี สหรัฐประกาศ ไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MMPA ส่งออกสัตว์น้ำได้ฉลุย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 07.26 น.

ข่าวดี สหรัฐประกาศ ไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MMPA สามารถส่งออกสัตว์น้ำได้ฉลุย ตอกย้ำภาคการประมงไทยไม่กระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา โดยองค์การสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration : NOAA) ได้ประกาศผลการพิจารณาความเทียบเคียงตามกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (Marine Mammal Protection Act : MMPA) อย่างเป็นทางการใน Federal Register และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์

สำหรับรายการสินค้าประมงทั้งหมด 2,500 รายการ จากประเทศคู่ค้า 135 ประเทศทั่วโลก โดยผลการพิจารณาปรากฏว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 89 ประเทศที่ผ่านการประเมิน และรายการสัตว์น้ำที่ได้จากเครื่องมือประมงของประเทศไทยผ่านเกณฑ์การพิจารณาทั้งหมด

อีกทั้งการประมงของประเทศไทยที่อยู่ในบัญชีรายชื่อการประมงต่างประเทศ (List of Foreign Fisheries : LOFF) ผ่านเกณฑ์การเทียบเคียงมาตรการทางกฎหมายของไทยกับ MMPA ของทางสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว สามารถส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาได้ทุกรายการ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทย โดยกรมประมงและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในฐานะคณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ได้มีการจัดส่งข้อมูลการดำเนินการของไทยภายใต้กฎหมาย MMPA ให้กับสหรัฐมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 เพื่อประเมินความเท่าเทียมทางกฎหมาย (Comparability Findings) และยืนยันว่าสินค้าสัตว์น้ำของไทยไม่ได้มาจากการจับที่กระทบต่อการบาดเจ็บ ตาย และการดำรงอยู่ของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง

อาทิ การจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566-2570 เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการการอนุรักษ์สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน การออกมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยแก้ไขมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เพื่อสนับสนุนให้ชาวประมงสามารถช่วยเหลือสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมได้ทันทีโดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย และลดอัตราการตายที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเครื่องมือประมง รวมถึงการประชาสัมพันธ์และจัดการฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์ ช่วยเหลือ และปฏิบัติต่อสัตว์ทะเลหายากอย่างถูกวิธีให้กับชาวประมง บุคคลทั่วไป และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งหมด 96 ครั้ง มีจำนวนผู้เข้าร่วมอบรมมากกว่า 5,500 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินโครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงและวิธีการทำการประมงเพื่อป้องกันการติดโดยบังเอิญของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น การทดลองติดเครื่องส่งสัญญาณ (Pinger) ในอวนติดตาและอวนจมปูในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนและอ่าวไทยฝั่งตะวันออกที่มีการรายงานการแพร่กระจายของโลมาอิรวดี ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าได้ผลดี ไม่มีการพบเห็นสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมมาติดอวนแต่อย่างใด

“การดำเนินการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของประเทศไทยที่จะดำเนินแนวทางการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ไม่ทำลายสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลการประเมิน MMPA ของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ เป็นสิ่งยืนยันและสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของมาตรการป้องกันการติดสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในการทำประมงของประเทศไทยอย่างชัดเจน

โดยกรมประมงในฐานะคณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ จะยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการอนุรักษ์สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าว่าสินค้าประมงของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาไม่ได้มาจากการจับสัตว์น้ำที่กระทบต่อการบาดเจ็บ ตาย และการดำรงอยู่ของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ข่าวดี สหรัฐประกาศ ไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MMPA ส่งออกสัตว์น้ำได้ฉลุย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...