โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ITC 9 เดือนแรกปี 68 ยอดขายโต 3.2% ชูสหรัฐฯ คือตลาดหลัก ดันสินค้าพรีเมียม-Pet Treats สร้างกำไรแข็งแกร่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

ITC ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 68 มียอดขายรวม 13,443 ล้านบาท เติบโต 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตสูงถึง 10.1% เดินหน้าคว้าโอกาสตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ด้วยนวัตกรรมที่เน้นสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง

30 ตุลาคม 2568 นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) กล่าวว่า “ไอ-เทลยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเติบโตในไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการขยายสินค้าพรีเมียมอยู่ที่ 55.1% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งในระดับ 25.4%”

“แม้จะมีปัจจัยภายนอกที่ท้าทายเข้ามากระทบการดำเนินธุรกิจ อาทิ การปรับอัตราภาษีของสหรัฐอเมริกาและการแข็งค่าของค่าเงินบาท ผลประกอบการในไตรมาส 3 นั้นสะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจผ่านความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอสินค้า

การดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และความไว้วางใจจากลูกค้าแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับโลก โดยไอ-เทลยังคงมุ่งเน้นการทำงานที่ยืดหยุ่นคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และพร้อมด้วยนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย”

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ไอ-เทลมียอดขายรวม 13,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน โดยยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐเติบโตขึ้น 10.1% การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งมียอดขาย 7,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากปีก่อน

ทั้งนี้ สามารถแบ่งสัดส่วนยอดขายตามภูมิภาคเป็น อเมริกาคิดเป็น 57% ของยอดขายทั้งหมด รองลงมาคือเอเชียและโอเชียเนีย 29% และยุโรป 14% ปริมาณยอดขายสุทธิตามน้ำหนัก (NWT) เติบโต 11.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังคงแข็งแกร่งแม้เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถสร้างรายได้กว่า 1,677 ล้านบาท อีกทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยง (Pet Treats) ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโต โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 33.6% จากปีก่อนหน้า จากคำสั่งซื้อของลูกค้าแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกและลูกค้าในกลุ่มสินค้า Private Label

ไอ-เทลยังคงเสริมความแข็งแกร่งเพื่อตอบรับความต้องการจากตลาดขนมสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว สอดรับกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Functional & Wellness-Oriented Treats) ผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยงตามเทศกาลและโอกาสสำคัญ รวมถึงแนวคิด Humanization of Pet Food

โดยยอดขายขนมสัตว์เลี้ยงในไตรมาส 3 นั้นคิดเป็นกว่า 17.5% ของยอดขายรวม สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและนวัตกรรมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารเชิงลึก พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่คิดค้นขึ้น รวมถึงนวัตกรรมเนื้อเทียม (Meat Analogs) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยยกระดับทรัพย์สินทางปัญญา สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

“เรามั่นใจในทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี ผลการดำเนินงานในปี 2568 สะท้อนการเติบโตของปริมาณการขายและยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บวกกับความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับลูกค้าแบรนด์ระดับโลก และการมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง

ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงและความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมมาพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง ไอ-เทลพร้อมเดินหน้าคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง” นายรอย ชาน กล่าวเสริม

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...