โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ สตรีผู้หาญกล้าแหวกขนบล้านนาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 09.44 น.
เจ้าอุบลวรรณา (ภาพ : Wikimedia Commons)

เจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ สตรีผู้หาญกล้าแหวกขนบล้านนาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน

เจ้านายสตรีล้านนาที่ชีวิตมีสีสันมากสุดองค์หนึ่ง คือ เจ้าอุบลวรรณา บ้างสะกด “อุบลวัณณา” แห่งเมืองเชียงใหม่ แม้จะสิ้นพระชนม์ไปแล้วนับร้อยปี แต่ถึงทุกวันนี้ก็ยังมีผู้ศึกษาเรื่องราวของพระองค์อยู่

เจ้าอุบลวรรณา ประสูติราว พ.ศ. 2385 บ้างก็ว่า พ.ศ. 2388 เป็นธิดาองค์เล็กของ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 ประสูติแต่ เจ้าอุษา

ส่วนธิดาองค์โตของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ คือ เจ้าทิพเกสร ซึ่งต่อมาเป็นพระชายาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นพระมารดาใน เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

เมื่อเจ้าทิพเกสรสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2427 เจ้าอุบลวรรณาซึ่งมีศักดิ์เป็น “เจ้าน้า” ของเจ้าดารารัศมี ได้รับหลานสาวมาอุปการะ ก่อนที่ต่อมาเจ้าดารารัศมีจะเดินทางไปยังราชสำนักกรุงเทพฯ เพื่อถวายตัวรับราชการในรัชกาลที่ 5

พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ทรงมีแต่พระธิดา ดังนั้น เจ้าทิพเกสรและเจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ จึงซึมซับบุคลิกความเป็นผู้นำและความเด็ดขาดจากพระบิดา รวมทั้งเรียนรู้การเมืองในคุ้มเจ้าหลวงได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ เจ้านายสตรีล้านนาทั้งสองยังมีความสามารถด้านการค้าอย่างยิ่งอีกด้วย

วัยเด็ก เจ้าอุบลวรรณาเคยติดตามพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์มาเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินสยามหลายครั้ง เพราะเชียงใหม่ยุคนั้นมีฐานะเป็นประเทศราชของสยาม นี่จึงอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เจ้าอุบลวรรณาทรงชื่นชอบการเรียนรู้ผู้คนและโลกกว้างก็เป็นได้

นอกจากนี้ เจ้าอุบลวรรณายังเป็นสตรีที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติได้อย่างคล่องแคล่วแบบไม่ต้องใช้ล่าม เป็นที่ชื่นชมของทุกคนที่ได้พบ

เจ้าอุบลวรรณาเป็นเจ้านายเมืองเหนือที่ทำธุรกิจหลายอย่าง เช่น กิจการโรงทอผ้า โดยออกแบบลวดลายผ้าทอขึ้นเอง ธุรกิจค้าไม้ เนื่องจากสมัยนั้นพื้นที่ป่าในภาคเหนือยังคงอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ทำให้ “ไม้” เป็นสินค้าสำคัญ ทั้งยังมีโรงงานไม้แกะสลัก โรงผลิตเครื่องเขิน และกิจการโรงต้มเหล้า รวมถึงเป็นผู้อุปถัมภ์พ่อค้าทางไกลกับพ่อค้าวัวต่าง

เรียกได้ว่าแขกไปใครมาเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ต้องรู้จักชื่อเสียงของเจ้าอุบลวรรณาเป็นอย่างดี เพราะเป็นเจ้านายสตรีผู้มั่งคั่ง ทรงอิทธิพล มีเครือข่ายกว้างขวาง จากเชียงใหม่ขึ้นไปถึงเชียงตุง ส่วนฝั่งตะวันตกแม่น้ำสาละวินก็มีเครือข่ายกับพ่อค้าไม้ชาวพม่า

ชาวตะวันตกหลายคนที่ได้พบเจ้าอุบลวรรณา ต่างก็กล่าวชื่นชมไปในทิศทางเดียวกัน อย่าง เจ. เอ็น. คะชิ่ง (J. N. Cushing) มิชชันนารีที่มีโอกาสพบเจ้านายสตรีฝ่ายเหนือผู้นี้ ระบุว่า “เป็นหญิงลาวที่ฉลาดหลักแหลมมีความเป็นมิตรกับมิชชันนารีอยู่เสมอและรู้จักนำเอาความคิดของชาวต่างประเทศไปใช้”

ส่วน นาง เอส. ซี. เพอร์คินส์ (S. C. Perkins) สตรีชาวอเมริกัน ที่ประสบอุปสรรคระหว่างเดินทางในภาคเหนือ ต้องใช้สัตว์ในการขนสัมภาระ และต้องอาศัยผู้ชำนาญทางที่สามารถประเมินสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที ก็ได้รับความช่วยเหลือและความห่วงใยจากเจ้าอุบลวรรณา ดังบันทึกว่า “พวกเรารู้สึกขอบคุณเจ้าโอบูน (Chow O’Boon) ที่ให้พวกเราใช้ช้าง และทำให้พวกเราเพลิดเพลินมากอีกด้วย”

วิสัยทัศน์ด้านการค้าของเจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ ยังปรากฏในบันทึกของ โฮล์ต์ ซามูเอล ฮาลเลตต์ (Holt Samuel Hallett) วิศวกรผู้ดูแลการสร้างเส้นทางรถไฟของอาณานิคมอังกฤษ ที่ แดเนียล แมคกิลวารี (Daniel McGilvary) มิชชันนารีชาวอเมริกัน แนะนำให้รู้จักเจ้าอุบลวรรณา ระหว่างที่เขามองหาความเป็นไปได้ในการสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมเขตเศรษฐกิจตอนล่างของพม่าไปยังตอนบน

ฮาลเลตต์บันทึกถึงทัศนะของเจ้านายสตรีท่านนี้ไว้ว่า เจ้าอุบลวรรณายินดีอย่างมากกับโครงการรถไฟ และในฐานะที่ทำการค้า ท่านเห็นว่ารถไฟจะนำความมั่งคั่งมาสู่เชียงใหม่ ค่าขนส่งจะถูกลง และไม่ว่าเจ้านายหรือชาวเมืองล้วนยินดีที่จะเชื่อมเส้นทางรถไฟระหว่างเชียงใหม่กับพม่าและจีน ซึ่งหากดูความคิดของเจ้าอุบลวรรณาที่ปรากฏในบันทึกของฮาลเลตต์แล้ว ถือว่าต่างจากเจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่อย่างยิ่ง

ชีวิตส่วนพระองค์ของเจ้าอุบลวรรณา ท่านมีสามีทั้งที่เป็นเจ้านายฝ่ายเหนือ สามัญชน และพ่อค้าไม้สักชาวพม่า รวมแล้วมีบุตรธิดาไม่น้อยกว่า 3 คน

คนหนึ่งเป็นชายคือ “เจ้าสุขเกษม” (คนละคนกับ “เจ้าน้อยศุขเกษม” พระโอรสเจ้าแก้วนวรัฐ ในตำนานรักมะเมียะ) และอีกไม่น้อยกว่า 2 คนเป็นผู้หญิง ซึ่งคนแรกเสียชีวิตด้วยโรคระบาด

เมื่อดูแล้ว เรื่องคู่ครองของท่านสะท้อนถึงความกล้าหาญในยุคนั้น โดยไม่ให้กฎเกณฑ์หรือขนบธรรมเนียมใดๆ มาลิดรอนการใช้ชีวิต

เจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ สิ้นพระชนม์เมื่อราว พ.ศ. 2429 บ้างก็ว่าก่อนหน้านั้น คือ พ.ศ. 2427 ด้วยสาเหตุที่เล่าลือกันว่า เพราะโดนวางยาพิษ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วราภรณ์ เรืองศรี. “อุบลวัณณา: ผู้หญิงในประวัติศาสตร์เปลี่ยนผ่านของยุคสมัย”. วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2566).

เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. “‘เจ้าอุบลวรรณา’ Working Woman แห่งล้านนา เมื่อคิดจะรัก ต้องกล้าหักด่านฐานันดร”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ สตรีผู้หาญกล้าแหวกขนบล้านนาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...