โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.อนุมัติ 1.84 หมื่นล้านกระตุ้นเฟส 2 เพิ่มขีดแข่งขันรับภาษีทรัมป์-เติมเงินกยศ.กู้เรียน

Thairath Money

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 00.20 น.
ภาพไฮไลต์

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. ) เห็นชอบอนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการระยะที่ 2 จำนวน 2 โครงการ วงเงิน 18,488 ล้านบาท จากวงเงินรวม 157,000 ล้านบาท 1.โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน) 10,000 ล้านบาท เพื่อดึงดูดและรักษาการลงทุนจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ และผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีส่วนเพิ่ม โดยจะเป็นลักษณะเงินอุดหนุนสำหรับการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะและศักยภาพของบุคลากรไทย การลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา การลงทุนเพื่อการผลิตใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่ เช่น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการลงทุนเพื่อยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 เป็นต้น

2.โครงการการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยอาจชะลอตัวในปี 2568 ให้กับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) 8,488 ล้านบาท เพื่อให้นักเรียน นักศึกษากู้ยืมเงิน ทั้งผู้กู้รายใหม่และรายเก่ารวม 139,481 ราย นำไปใช้เป็นค่าของชีพและค่าเล่าเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างการครองชีพระหว่างการศึกษาเพื่อได้ศึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องพักการศึกษาหรือเลิกการศึกษาในปี 2568

ด้านนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการเพื่อมีป้าหมายรองรับผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การรับมือกับผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้ผลกระทบ 3.การพัฒนาทุนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯนั้น จะให้การช่วยเหลือผ่าน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อไป

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ทั้ง 2 โครงการได้รับความเห็นชอบจาก ครม. โดยไม่มีข้อทักท้วงใด ๆ ส่วนงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลืออีก25,000 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับบริบททางเศรษฐกิจและผลจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น การเจรจาภาษีนำเข้า ซึ่งล่าสุดไทยได้รับอัตราภาษีจากสหรัฐฯที่ระดับ 19% แต่ยังต้องดูแลกลุ่มสินค้าเกษตรและบางภาคส่วนที่ยังเปราะบาง ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำไปใช้ในโครงการเยียวยาหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบชัดเจน

ที่ประชุม ครม. ยังรับทราบถ้อยแถลงร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งยังต้องมีการดำเนินงานในรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละหน่วยงาน เช่น ศุลกากร และการจัดทำข้อตกลงให้สอดคล้องกัน ก่อนที่จะนำเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามอย่างเป็นทางการ และบางส่วนอาจเข้าข่ายมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ จึงต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภ และสุดท้ายก็อาจต้องเสนอเข้าสภาโดยรวมทั้งหมด ในตอนนี้ยังไม่มีกำหนดว่าการลงนามในถ้อยแถลงร่วมจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ยังคงทักท้วงถึงวงเงินที่เหลือ 25,000 ล้านบาท ว่าควรจัดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งนายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รับที่จะนำไปพิจารณา อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแล้วว่า คำขอของจังหวัด กลุ่มจังหวัดและอปท.อาจไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันภายในวันที่ 30 ก.ย. 2568 โดยโครงการที่เสนอมา เช่น การก่อสร้างฝ่าย ขุดลอก ก่อสร้าง ปรับปรุงถนน ตู้น้ำดื่มสะอาด และการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและรายการที่เสนอมายังพบความซ้ำซ้อนกันอีกด้วย

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกมาตรการเยียวยาผลกระทบ จะต้องเร่งยื่นของบประมาณสนับสนุนการเยียวยามายังกระทรวงการคลัง ภายในเดือนส.ค.นี้ เพื่ออนุมัติงบประมาณให้ทันภายในเดือนก.ย.68 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ68

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.อนุมัติ 1.84 หมื่นล้านกระตุ้นเฟส 2 เพิ่มขีดแข่งขันรับภาษีทรัมป์-เติมเงินกยศ.กู้เรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...