โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แอสคอทท์ชูกลยุทธ์ Asset-Light ขยายพอร์ตโฟลิโอที่พักในไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 07.04 น.

แอสคอทท์ เปิดแผนธุรกิจปี 2568 เดินกลยุทธ์ Asset-Light ผ่านสัญญาบริหารจัดการและแฟรนไชส์ เร่งการเติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคงเน้นขยายรูปแบบที่พักที่หลากหลาย (Multi-Typology) จากเซอร์วิสเรสซิเดนซ์สู่รีสอร์ตและโรงแรม ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดธุรกิจและการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวหลัก

นายคณิต แสงมุกดา ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและลาว แอสคอทท์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดศูนย์กลางการเติบโตหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับบริษัท โดยสะท้อนผ่านความหลากหลายของโครงการที่พักในกรุงเทพฯ, พัทยา, ศรีราชา และเวียงจันทน์

โดยปัจจุบันมีโครงการที่เปิดดำเนินการในประเทศไทยรวม 26 โครงการ ในลาว 1 โครงการ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 4 โครงการ

อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Average Occupancy) ในปัจจุบันแสดงความแข็งแกร่งในหลายพื้นที่ :

  • กรุงเทพฯ: 68%
  • ศรีราชาและพัทยา: 70%
  • เวียงจันทน์: 80%

โครงการขยายตัวล่าสุด ได้แก่ La Clef Bangkok by The Crest Collection เซอร์วิสเรสซิเดนซ์ระดับลักชัวรีที่เปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2568 และการเตรียมเปิดตัว Ascott Abov Patong Phuket ซึ่งถือเป็นการบุกตลาดรีสอร์ตและเรสซิเดนซ์ในจังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ แอสคอทท์มุ่งเน้นกลยุทธ์หลักสามประการเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน :

  • กลยุทธ์ Asset-Light: เน้นการเติบโตผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยใช้ สัญญาบริหารจัดการ (Management Agreement) และ ระบบแฟรนไชส์ (Franchise Agreement) กลยุทธ์นี้ช่วยให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการขาย การตลาด และระบบบริหารจัดการมาตรฐานสากล
  • กลยุทธ์ที่พักหลากหลายรูปแบบ (Multi-Typology): ขยายพอร์ตโฟลิโอจากเซิร์ฟวิสเรสซิเดนซ์แบบดั้งเดิมไปสู่โรงแรม, โค-ลีฟวิ่ง, รีสอร์ต, และเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์ที่หลากหลาย โดยใช้ โมเดลการบริการแบบไฮบริด ที่รองรับทั้งลูกค้าพักระยะสั้นและระยะยาวภายใต้ระบบการดำเนินงานเดียวกัน กลยุทธ์นี้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว (B-leisure), กลุ่มพักระยะยาว (Long Stay), กลุ่มคนทำงานอิสระ (Digital Nomads) และครอบครัว
  • การขยายสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก: เพิ่มพันธมิตรและโครงการในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น พัทยา ภูเก็ต และหัวหิน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างตลาดธุรกิจ (Business) และตลาดท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (Leisure) ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในระยะยาว

อย่างไรก็ดีแม้ปี 2568 จะยังคงมีความท้าทายในตลาดพักผ่อน (Leisure) แต่แอสคอทท์ชี้ว่า ตลาดลูกค้าองค์กร ทั้งการเข้าพักระยะสั้นและยาว ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากหลายประเทศ อาทิ ไทย, ญี่ปุ่น, จีน, ไต้หวัน, สหรัฐฯ, ออสเตรีย, และเกาหลี

  • การชดเชยตลาดจีน : แม้จะมีสัญญาณชะลอตัวจากนักท่องเที่ยวจีน แต่ดีมานด์ดังกล่าวสามารถถูกชดเชยได้ด้วยการเติบโตของนักเดินทางจาก เอเชีย, สหรัฐฯ, ยุโรป, และตะวันออกกลาง ซึ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าที่กว้างขวาง
  • ดีมานด์กลุ่มใหม่ : แนวโน้ม Bleisure (Business + Leisure) และ Digital Nomads ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะใช้เวลาเข้าพักนานขึ้น ขณะที่นักเดินทางยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของประสบการณ์" มากกว่าปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว

แอสคอทท์ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบแนวทาง Ascott CARES ซึ่งครอบคลุมมิติด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักและสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และชุมชนในทุกพื้นที่ดำเนินงาน

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...