โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เชอรี่ ปักหมุดไทย เดินเกม 3 กลยุทธ์ใหญ่ สร้างฐานผลิต–เปิดไลน์อัปใหม่–มั่นใจเครือข่ายบริการ

Manager Online

เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • MGR Online

การเข้าสู่ตลาดประเทศไทยของ CHERY (เชอรี) ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์หน้าใหม่ แต่สะท้อนถึงการขยับหมากเชิงกลยุทธ์ของผู้ผลิตรถยนต์จีนรายสำคัญที่ต้องการยึดไทยเป็น “หัวใจของอาเซียน” นายจิม ลี ผู้อำนวยการแบรนด์ เชอรี (ประเทศไทย) ยืนยันว่า การเข้ามาไม่ได้มองเพียงยอดขาย แต่ต้องการยกระดับมาตรฐานรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และสร้างความมั่นใจในคุณภาพที่ผู้บริโภคไทยสัมผัสได้

แม้เชอรี่จะเพิ่งเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในไทยเมื่อกลางปี 2568 แต่ก่อนหน้านั้นบริษัทได้ทดสอบการนำแบรนด์ในเครืออย่าง Omoda และ Jaecoo มาทำตลาดจนได้รับการตอบรับที่ดี กลายเป็นพื้นฐานสำคัญให้เชอรี่เดินหน้าต่อด้วยแบรนด์หลักที่แข็งแกร่งกว่า

ด้วยประสบการณ์ส่งออกรถยนต์สะสมกว่า 5 ล้านคัน และการทำตลาดในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก เชอรี่พยายามวางภาพลักษณ์ให้แตกต่างจาก “รถจีนราคาถูก” โดยย้ำว่าบริษัท ไม่มีนโยบายทำสงครามราคา แต่จะชูคุณภาพ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าเป็นหัวใจสำคัญในการแข่งขัน

ปี 2568 ถือเป็นปีเริ่มต้นที่เชอรี่ปูพรมผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดไทย โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวคือ

• CHERY V23 – B-SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy) ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ราคาเบื้องต้นคาดอยู่ในช่วง 7.5–9.5 แสนบาท

• CHERY Tiggo8 CSH – SUV 7 ที่นั่งพรีเมียม ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (CSH: Chery Super Hybrid) พร้อมออปชันหรูและระบบความปลอดภัยครบถ้วน เปิดราคาคาดการณ์ที่ 9 แสนกว่าบาท

ในช่วงปลายปีนี้ยังมี Tiggo4 CSH HEV เสริมทัพในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป และจะต่อยอดด้วยรุ่นใหญ่ Tiggo9 CSH ทั้งเวอร์ชัน SUV และซีดานในปี 2569

แผนระยะ 3 ปี (2568–2570) เชอรี่ประกาศชัดว่าจะเปิดตัวรวม 15 รุ่น ครอบคลุมทั้ง EV, HEV และ PHEV หลากหลายเซกเมนต์ ทั้ง SUV, MPV และรถยนต์นั่ง เพื่อให้แบรนด์สามารถแข่งขันในทุกตลาดย่อย

ในด้านการผลิต บริษัทเตรียมใช้โรงงานเดียวกับ Omoda & Jaecoo ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องจักร โดยจะเริ่ม ทดสอบการผลิตในไตรมาส 4/2568 และพร้อม เดินสายการผลิตจริงต้นปี 2569 รุ่นแรกที่จะประกอบในไทยคือ V23 เพื่อลดต้นทุนและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริดชุดแรกจะนำเข้าจากอินโดนีเซีย ขณะที่รุ่นไฮบริดอาจมาจากอินโดนีเซียหรือมาเลเซีย ก่อนเข้าสู่การผลิตในไทยตามลำดับ

การสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าถือเป็นหัวใจของการทำตลาดในต่างประเทศ เชอรี่จึงเร่งวางเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ภายในปีแรก เพื่อรองรับลูกค้าได้ทันที พร้อมลงทุนด้าน คลังอะไหล่ ที่จัดเก็บและกระจายได้อย่างรวดเร็ว หากจำเป็นสามารถลำเลียงทางอากาศได้ทันที

นอกจากนี้ยังเตรียมดึง ชุดแต่งและอุปกรณ์เสริม ของ V23 เข้ามาขายเสริมสร้างคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์รอบแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงและมั่นใจว่ามีการดูแลหลังการขายในระยะยาว

การที่เชอรี่เลือกไทยหลังจากทำตลาดในแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร สะท้อนว่าไทยไม่ใช่เพียง “ตลาดปลายทาง” แต่เป็น ศูนย์กลางการผลิตและการตลาดในภูมิภาค การลงทุนสร้างโรงงานและเครือข่ายบริการจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เข้ามาแบบฉาบฉวย

นายจิม ลี กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราต้องการให้เชอรี่เป็นแบรนด์ที่ครอบครัวไทยนึกถึงเป็นอันดับแรก รถของเราต้องขับสนุก ปลอดภัย คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเข้ามาของเชอรี่ในไทยคือการสร้างมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่แค่ขายรถ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า”

แผนรุกตลาดไทยของเชอรี่จึงไม่ได้หยุดแค่การเปิดตัวรุ่นใหม่ แต่ครอบคลุมทั้ง ภาพลักษณ์แบรนด์ การลงทุนผลิต และการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า หากทุกอย่างเดินตามแผน เชอรี่อาจกลายเป็น “ผู้เล่นจีนรายสำคัญ” ที่สามารถยึดพื้นที่ตลาดไทย และใช้เป็นฐานผลิตเพื่อป้อนตลาดอาเซียนได้อย่างมั่นคงในอนาคต

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...