ศุ บุญเลี้ยง ตรวจพบหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือกรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ต้องเลื่อนเพราะไหล่ซ้ายอักเสบจากการติดเชื้อ
ไนน์เอ็นเตอร์เทน
อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 12.29 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทยนักร้องรุ่นใหญ่ ศุ บุญเลี้ยง หรือ จุ้ย วัย 62 ปี เล่าถึงการเส้นเลือดหัวใจตีบ หลังตรวจสุขภาพประจำปี ผ่านเฟซบุ๊กเพจ “ศุ บุญเลี้ยง” ว่าเวลาใครถามว่า สบายดีไหม จะตอบว่า สบายดีมาตลอด จนกระทั่งไปตรวจสุขภาพ ที่โรงพยาบาลเอกชน บนเกาะสมุย ด้วยการเดินสะพานตรวจกราฟหัวใจ ผลวินิจฉัยบ่งบอกว่าผิดปกติ เหมือนหัวใจจะมีปัญหาหมอที่ รพ.บน เกาะสมุยแนะนำ ให้ไปตรวจเพิ่ม ตนเองมีบ้านที่เชียงใหม่ มีทะเบียนบ้านอยู่แม่ริม จึงตัดสินใจว่าจะไปหาหมอหัวใจที่เชียงใหม่ หมอแนะนำให้ตรวจแคลเซียมที่เส้นเลือด ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า ถ้าเยอะก็มีแนวโน้มว่าตีบเยอะ ผลออกมา ค่าแคลเซียมที่เส้นเลือด ของตนค่อนข้างเยอะ ประมาณ 800 ซึ่งเกณฑ์ปกติ ไม่ควรเกิน 400 (ยิ่งน้อยยิ่งดี) แต่ต้องเอ็กซเรย์ให้ละเอียด ต้อง “ฉีดสี” ในเลือดเพื่อดูว่ามันซึมผ่านไปทั่วหัวใจ ทั้งเข้าและออกหรือไม่
ทางเลือกอื่นที่หมอบอกคือ”สวนหัวใจ” เสียบสายเข้าไปในเส้นเลือด เพื่อดูว่า ตรงไหนมีการตีบตันบ้าง สุดท้ายตรวจพบ “หลอดเลือดหัวใจตีบ” ตนไม่อยากเลือกการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด เลยถามถึงตัวเลือกอื่น ๆ หมอบอก พอมี แต่ต้องเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับอาการของตน แม้ไม่ฉุกเฉิน แต่ถือว่าเป็นเรื่องด่วน แม้ไม่มีอาการ แต่มันมีสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าต้องรีบแก้ไข ยิ่งเร็วก็คงยิ่งดี ตนไม่อยากผ่าตัด เลยไปปรึกษาหมอเรื่องทำ “บอลลูนหัวใจ” ถ้าหากเราเส้นเลือดตีบ 3 เส้น แล้วเราตันไปเส้นนึง อีกสองเส้นมันช่วยเราไหม หมอ บอกว่า “มันไปเลี้ยงคนละจุดกัน ถ้าเส้นไหนตัน กล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นจะตาย แม้คนไม่ตาย แต่จะกลายเป็นคนที่ไม่แข็งแรงไปตลอด หากมีอาการฉุกเฉินขึ้นมา หมอต้องทำหน้าที่ทั้งรักษาชีวิต และ ดูแลหัวใจไปพร้อมกัน งานจะยากขึ้น ตอนนี้ร่างกายก็แข็งแรง ฟื้นตัวง่าย ทำได้ก็ทำเลย
สุดท้ายจึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ระหว่างรอคิวผ่าตัดต้องกินยาละลายลิ่มเลือด เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากเส้นเลือดจะอุดตันก่อนผ่า แต่กินไปได้ 2-3 วัน เริ่มปวดไหล่ ปวดหลัง ร้าวชาลงขา ต่อมาเริ่มปวดไปทั่วร่าง เลยไปหาหมอกระดูก หมอบอกว่า ฉีดยาให้ไม่ได้ เพราะจะต้องผ่าตัด ยาฉีดอาจสร้างปัญหา ให้ได้แต่ยากิน กินไปแล้วดีขึ้น แต่ไม่หาย อาการปวดย้ายที่ ไปปวดไหล่ซ้าย ตรง “จ๊อย” (Joint) หรือ “ข้อต่อ” สุดท้ายพบว่า อักเสบจากการติดเชื้อ ซึ่งยังไม่ทราบเชื้ออะไร แต่เจ็บมาก หมอพยายามให้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวด ปัญหาคือ ยาแก้ปวดชนิด อาจมีผลต่อหัวใจอีก จึงต้องเลือกให้เหมาะ ต้องรักษาอาการปวดไหล่ซ้าย จากการติดเชื้อก่อน แล้วค่อยหาคิว “ผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ” อีกครั้ง ตอนนี้ตนรักษาตัวอยู่ที่ รพ. (ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์) อาการดีขึ้น เพื่อน ๆ มิตรสหายส่งดอกไม้มาให้กำลังใจเพียบ แต่ยังต้องอยู่ รพ. อีกระยะ หากใครได้อ่านก็กรุณาอย่าอวยพรว่า ขอให้หายไว ๆ เพราะหลังจากหายจากอาการป่วยแล้วต้องรอเวลาเพื่อผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจอีก ขอบคุณที่ห่วงใย ส่งผลให้มีกำลังใจและมีข้อมูลในการตัดสินใจ.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน