โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชวน ท้า‘อนุทิน’พิสูจน์ คนรวยเป็นนักการเมืองไม่โกง ข้องใจนโยบายดับไฟใต้ 4บรรทัด

Khaosod

อัพเดต 30 ก.ย 2568 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 05.24 น.
ชวน ท้า‘อนุทิน’พิสูจน์ คนรวยเป็นนักการเมืองไม่โกง ข้องใจนโยบายดับไฟใต้แค่4บรรทัด

ชวน ร่ายยาว ท้า‘อนุทิน’ พิสูจน์ คนรวยเป็นนักการเมืองไม่โกง ทำเลือกตั้งรอบหน้าโปร่งใส ไม่ซื้อเสียง จี้แจงนโยบายดับไฟใต้ ชี้ 4เดือนมีเวลาไม่มาก แต่มีค่าหากทำประโยชน์ให้ประเทศ

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มในเวลา 09.00 น.

ต่อมาเวลา 10.40 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายรัฐบาล ว่า ในช่วง 2ปีเศษ เรามีโอกาสได้พิจารณานโยบายรัฐบาล 3 ชุด ตนมีโอกาสอภิปรายทั้ง 3 ครั้ง เกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยในชีวิต เมื่อพิจารณานโยบาย 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าเทียบรัฐบาลชุดก่อน มีข้อที่เหมือนกันอยู่หลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ ตนเห็นด้วยว่าอะไรที่รัฐบาลก่อนทำไว้แล้วเป็นประโยชน์ก็ควรทำต่อ อะไรที่เห็นว่ามีปัญหาก็งดไป เป็นเรื่องที่ดี

นายชวน กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ตนคิดว่าเป็นนโยบายที่น่าจะสนับสนุนคือเรื่องความมั่นคง เขียนไว้ 2 เรื่องคือกัมพูชา แต่เรื่องที่ 2 คือปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าเทียบความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ถือว่าต่อเนื่องมายาวนาน เกิดด้วยฝีมือมนุษย์และเกิดด้วยความผิดพลาดนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี

ปัญหานี้จำเป็นต้องอธิบายในเรื่องเร่งรัดแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ 4 บรรทัดที่เขียนไว้นั้นอ่านแล้วยากที่จะเข้าใจ โดยรัฐบาลจะเร่งรัดแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในด้านการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน คู่ขนานกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นายขวน กล่าวว่า ความจริงอยากขอให้ รมว.กลาโหม อธิบายเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่านายกฯ อาจจะไม่ลึกซึ้งเรื่องพวกนี้มากนัก แต่รมว.กลาโหม เคยเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) อาจเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีผมเชื่อว่าเรื่องนี้ถ้าเราหลีกเลี่ยง ไม่อยากพูดถึง กลัวว่าจะเหมือนไปตำหนิตัวเอง เราจะแก้ปัญหายาก

แต่ถ้าเรายอมรับความเป็นจริง มีบุคคลที่ให้ข้อมูล เช่น อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอให้รีบไปขอข้อมูลท่าน เพราะท่านอายุมากแล้ว เป็นคนเดียวที่คัดค้านเมื่อตอนที่รัฐบาลสมัยนั้นใช้นโยบายจัดการให้เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด พูดง่ายๆใช้นโยบายโดยไม่ผ่านกระบวนการฝ่ายอำนาจอธิปไตยทางศาล ไม่ให้ศาลตัดสิน ฝ่ายบริหารตัดสินเอง

ผลจากเรื่องนี้ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น มีองค์กรใหม่เกิดขึ้นที่เราเรียกว่าอาร์เคเค และเหตุการณ์นั้นคือเหตุการณ์ของนโยบายที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อมา

“จึงอยากให้รมว.กลาโหม จำวันที่ 8 เมษายน 2544 ไว้ว่า อดีตรองแม่ทัพภาค 4 เป็นคนเดียวที่กล้าไม่เห็นด้วยกับนโยบายจัดการเดือนละ 10 คน ซึ่งถ้าเชื่อท่านผมเชื่อว่าวันนี้ขวานทองของเราจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลเอาใจใส่เรื่องนี้ เพราะชีวิตหนึ่งชีวิตมีความหมายมากกว่าเงิน 8 ล้าน 10 ล้านบาท หรือกี่ล้านก็ตามที่เราให้กับผู้เสียหาย”นายชวน กล่าว

นายชวนกล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากเสริมคือ ในกรณีเดียวกันเกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม การรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดที่เขียนไว้ในนโยบาย ตนจึงสนับสนุนนโยบายนี้ เพียงแต่ในภาคปฏิบัติ ท่านต้องทำ ไม่ใช่เราพูดแต่เพียงนโยบาย แต่ภาคปฏิบัติมีการละเลย ไม่ยึดหลักกฏหมาย ไม่ทำให้ผิดเป็นผิด ไม่ทำให้ถูกเป็นถูก

“ฉะนั้น หลายเรื่องที่เผชิญหน้ากับปัญหาที่นายกฯ ต้องพบ อยู่ในข้อกล่าวหาอะไรก็ตาม คิดว่าเมื่อเรารักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เราก็ต้องยึด โดยอย่าไปแทรกแซงอย่างที่นายกฯ ประกาศชัดเจนว่าท่านไม่ทำ ท่านใช้คำว่าอย่างที่กังวล ท่านคงรู้ว่ากังวลเรื่องนี้ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมที่ผ่านมา ที่มีการแทรกแซงในหลายเรื่อง ทำให้ปัญหาเกิดขึ้น อย่างที่พวกเรา ถ้าไม่หนีความจริงก็ต้องยอมรับในเรื่องเหล่านี้”นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวต่อว่า ตนดูวาระของรัฐบาลท่านอยู่ 4 เดือน ต้องแลกกับเวลาของสภาฯ ที่หายไป 1 ปี เมื่อยุบสภาแล้ว ภารกิจของรัฐบาลคือจัดการเลือกตั้ง ขอเสนอนายกฯ ว่าเรามาทำการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่นายกฯต้องรับผิดชอบ ให้สุจริตเที่ยงธรรมดีหรือไม่ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่มาด้วยความสุจริต ได้รัฐบาลสุจริต

ทั้งนี้ เงื่อนไขที่เป็นวิกฤตบ้านเมือง คือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้านักการเมืองมาโดยสุจริต เราก็ได้รัฐบาลสุจริต ก็จะตั้งข้าราชการสุจริต แต่ถ้าเราได้นักการเมืองที่ไม่สุจริตมาแต่ต้น โกงเลือกตั้ง ซื้อเสียงมา เมื่อมาตั้งข้าราชการก็เลือกคนที่มีความคิดแบบเดียวกันคือมาหาผลประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 164(1) รัฐบาลต้องบริหารบ้านเมือง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย รอบคอบ ข้อนี้นายกฯกล่าวย้ำตั้งแต่วันได้รับโปรดเกล้าฯ เพียงแต่คำพูดจะไม่มีผลอะไรถ้าไม่ปฏิบัติ ตนจึงขอย้ำว่าแม้ 4 เดือนเวลาไม่มาก แต่มีค่าหากทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้มาก

หาก 4 เดือนเปิดบ่อนทั่วประเทศ ตั้งข้าราชการทุจริต ขายตำแหน่ง แก้อะไรไม่ได้ อย่างที่ประชาชนเบื่อหน่าย ยาเสพติดแก้ไม่ได้ จึงเป็นโจทย์ที่เผชิญหน้า และในอนาคตเราจะต้องลบล้างสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องเริ่มด้วยพื้นฐานที่สุจริต

นายชวน กล่าวด้วยว่า ตนสนับสนุนนโยบายวางแผนเพื่อการพัฒนา ผ่านการวางแผนเลือกตั้งหลังยุบสภา ให้เกิดการเลือกตั้งสุจริต อย่าหวังกับ กกต. ทั้งหมด เพราะเลือกตั้งที่ผ่านมา 400 เขต จับได้ที่เดียว คือ เขต8 นครศรีธรรมราช ดังนั้น ต้องเสริม กกต. ทั้งนี้ ตนทำหนังสือถึงประธานกกต. เขาวิจารณ์ท่านอย่างหนัก แต่ตนขอให้กำลังใจ ขอให้กล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง อย่ายอมเป็นเครื่องมือของพรรคใด เพื่อให้การเมืองสุจริตเที่ยงธรรม เป็นโจทก์ได้รัฐบาลเที่ยงธรรม พัฒนาประเทศได้

เราเปลี่ยนนายกฯ 3 คนความเห็นต่างกัน เหมือนกันอย่างเดียว คือ รวยเหมือนกัน แต่สวนทางกับชาวบ้านที่ยากจนลง รายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนับล้านคน ผมคิดว่าเมื่อมีรัฐบาล 3 ชุดในวลา 2 ปีกว่า อายุสภาสั้นลงไปปีกว่า การบ้านของรัฐบาลที่ต้องทำงานตามที่พูดไว้ ไม่เฉพาะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 164(1)

“แต่ต้องยึดในคำถวายสัตย์ปฏิญาณด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตเราก็ไม่ได้ยินว่าใครออกเสียงดังอย่างไร เพราะหากใครไม่เคารพเรื่องดังกล่าว บุคคลผู้นั้นจะมีอันเป็นไป ทั้งนี้ นายกฯ มีโอกาสพิสูจน์ให้เห็นว่าคนรวยไม่โกงก็มี นายกฯมีโอกาสพิสูจน์ว่าไม่จริง เป็นเรื่องตัวบุคคล ในฐานะที่ท่านอยู่ในกลุ่มคนรวยต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคนรวยมาเป็นนักการเมืองไม่โกงก็มี” นายชวน กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชวน ท้า‘อนุทิน’พิสูจน์ คนรวยเป็นนักการเมืองไม่โกง ข้องใจนโยบายดับไฟใต้ 4บรรทัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...