โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทวงคืนแผ่นดินไทย บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

INN News

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 08.00 น. • INN News

10 ตุลาคม 2568 ประกาศ "เส้นตาย" ให้ชาวกัมพูชา บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว อพยพออกจากพื้นที่ซึ่งทางการไทย

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 กลายเป็นวันสำคัญ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ประกาศ "เส้นตาย" ให้ชาวกัมพูชา ที่อาศัยอยู่ใน บ้านหนองจาน และ บ้านหนองหญ้าแก้ว ใน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว อพยพออกจากพื้นที่ซึ่งทางการไทย อ้างว่าเป็น "เขตแผ่นดินไทย" ภายในวันดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงและแนวทางของฝ่ายความมั่นคงไทย ในการ "ทวงคืนอธิปไตย" แต่ปรากฏว่า เมื่อครบเส้นตาย คนบางกลุ่มยังไม่ย้ายออก ท่ามกลางการตรึงกำลังของ ทหาร และการปะทะในเชิงวาทกรรมกับชาวบ้านกัมพูชาที่ยืนยันจะอยู่ต่อในพื้นที่ พร้อมอ้างว่าเป็นเขตของกัมพูชาเช่นกัน หากย้อนไปสำรวจรากเหง้าความเป็นมาของพื้นที่ ปมพิพาทย้อนหลัง เหตุใดจึง มาถึงจุด "ขับไล่" และบทบาทของการเมือง ชายแดนในการยกระดับเป็นประเด็นอธิปไตยระหว่างประเทศ

บ้านหนองจาน ตั้งอยู่ตำบลโนนหมากเค็ง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ตรงข้ามกับหมู่บ้านโจกเจยฝั่งกัมพูชา ส่วน บ้านหนองหญ้าแก้ว อยู่ใกล้เคียง และมีพื้นที่รุกล้ำในแนวรั้ว เขตแดนกับกัมพูชา พื้นที่นี้เป็นเขตชายแดนที่เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้ชัดเจนในหลายช่วงเวลา โดเฉพาะพื้นที่ริมน้ำ คูคลอง แนวรั้ว และหลักเขต (เช่น หลักเขตที่ 46, 48, 49) ซึ่งมักถูกตีความซ้ำซ้อนโดยท้องถิ่นทั้งสองฝั่ง

ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีรายงานว่า บางครัวเรือนชาวกัมพูชาได้อาศัยอยู่ ทำมาหากินในแนวชายแดน โดยอ้างว่าพื้นที่ นั้นตั้งอยู่ในเขตของกัมพูชาหรืออยู่ในโซนที่ "รอยต่อ" พื้นที่กลางระหว่างเขตรอยต่อที่ไม่ได้กั้นรั้วแข็งแรง ชาวบ้านไทยใน พื้นที่ก็เคยร้องเรียนว่า มีการ "รุกล้ำ" เข้าใช้พื้นที่ของไทย โดยทหารกัมพูชาหรือพลเรือนกัมพูชาเข้ามาในแนวเขตไทยเพื่อทำกิน หรือใช้พื้นที่เกษตร ซึ่งในหลายกรณีมีการข่มขู่ด้วยอาวุธ หากชาวไทยเข้าไปในพื้นที่นั้นหลายครั้ง ปัญหาดังกล่าวถูกจัดการภายในในระดับท้องถิ่น หรือมีการเจรจาชั่วคราวระหว่างฝ่ายท้องถิ่นไทย-กัมพูชาโดย ใช้กลไกชายแดน เช่น คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด

แต่ทว่า ในช่วงต้นปี 2568 เป็นต้นมา ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ถูกหยิบยก โดยกลุ่ม "รักแผ่นดินไทย" ร้องให้รัฐบาลทวงคืนพื้นที่

พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการจริงจังมากขึ้น การตั้ง "เส้นตาย" 10 ตุลาคม และการส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปกั้น แนวชายแดนที่บ้านหนองจาน เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแสดง "อำนาจอธิปไตย" ต่อประชาชน

แม้ ก่อนหน้านี้ มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เพื่อวางมาตรการแก้ปัญหาชายแดนร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีเงื่อนไข ถอนอาวุธ ถอนกำลัง และกำหนดพื้นที่นำร่องในการดำเนินการกู้ทุ่นระเบิด ทางไทยอ้างว่า ดำเนินการตามแนวทาง GBC โดยให้ฝ่ายกัมพูชาอพยพพลเรือนออกก่อน จากนั้นจึงจะดำเนินมาตรการ "กู้ระเบิด" และ "ทวงคืนอธิปไตย" แต่ฝ่ายกัมพูชา โต้กลับว่า การดำเนินการบางส่วนของไทย เช่น การกวาดล้างทุ่นระเบิดในจุดที่ฝั่งกัมพูชาถือว่าเป็นพื้นที่ของตน ถือเป็นการละเมิด เจตนารมณ์ของข้อตกลง GBC และเรียกร้องให้ไทยยุติปฏิบัติการดังกล่าว

ในช่วงก่อนวันที่ 10 ตุลาคม มีการเตรียมกำลังทหาร ตู้คอนเทนเนอร์กั้นแนวชายแดน และการตรึงกำลังร่วมกับฝ่ายความมั่นคง จังหวัดสระแก้ว เพื่อเตรียมพร้อม "ทวงคืน" ตามเส้นตายที่ประกาศไว้ อีกทั้ง การผลักดันในช่วงเวลานี้อาจได้รับอิทธิพลจาก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคที่ผู้มีอำนาจต้องการแสดงจุดยืนอธิปไตยชายแดนให้ชัดเจน

แม้ครบเส้นตายแล้ว แต่มีรายงานว่า ชาวกัมพูชายังไม่ย้ายออกจากบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยอ้างว่าถูกตัดน้ำ ไฟ และมีการระดม กำลังคนในพื้นที่เพื่อยืนยันการอยู่ต่อ บางส่วนกล่าวถึงมีการใช้โดรนลาดตระเวนเหนือหมู่บ้าน และเสริมแนวป้องกันบ้านเรือนเพื่อไม่ให้ฝ่ายไทยเข้ามาได้ง่ายๆ

กลุ่ม "รักแผ่นดินไทย" เดินทางมารวมตัว และตั้ง "กำแพงจำลองบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว" เป็นสัญลักษณ์ทวงอธิปไตย พร้อมร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงจุดยืนต่อสาธารณะ ในทางกลับกัน ชาวกัมพูชาบางส่วนประกาศว่า "จะไม่ไปไหน" หากถูกขับไล่ ถือว่าเป็นการแสดงจุดยืนว่า พื้นที่นี้เป็นของตน และพร้อมสู้เพื่อรักษาที่ดินของตนเอง

บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว คือพื้นที่ชายแดนที่ซ้อนทับสิทธิและอ้างอิงเขตแดนที่คลุมเครือมาเป็นเวลานาน ความพยายาม "ทวงคืนแผ่นดินไทย" ครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนที่ผลักให้ปมที่ตกค้างมายาวนานเปิดเผยขึ้นสู่สาธารณะ ทั้งในมิติอำนาจรัฐ การแสดงจุดยืนของประชาชนชายแดน และความท้าทายระหว่างประเทศ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...