โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พลิกชะตานางร้ายกับระบบตัวป่วน ยุค 80

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 09.02 น. • BBNanz
จากซีอีโอสาวที่ถูกหักหลัง สู่เมียนางร้ายที่ถูกพระเอกรังเกียจ เธอแค่อยากมีชีวิตรอดเลยว่าจะหาทางหย่ากับพระเอก แต่ทำไมสิ่งที่เจ้าระบบให้เธอทำแต่ละอย่างทำไมถึงได้กลายเป็นการมัดใจสามีแทน เธอได้แต่กุมขมับ

ข้อมูลเบื้องต้น

ฝาก E-book ด้วยค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTYxOTYzNiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjM4MjQxNiI7fQ

E-book มี 50 ตอน 477หน้า 103,636 คำ

หลินเสวี่ยอวิ๋น วัย 29 ปี ซีอีโอสาวเจ้าของแบรนด์แฟชั่นออนไลน์ระดับท็อปของเอเชีย

ชีวิตสมบูรณ์แบบพังครืนในคืนเดียว เพราะถูกคนรักกับเพื่อนสนิท "หักหลัง"

เธอกลายเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ถูกยักยอกบริษัท โดนขโมยแม้แต่ลมหายใจสุดท้าย

แต่โชคชะตายังไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ …เสียงระบบปริศนาดังขึ้นในหัวก่อนสติจะดับวูบ

พอลืมตาอีกครั้ง เธอกลับอยู่ในร่าง “หลินซือเยว่” เมียนางร้ายในนิยายยุค 80

สามีรังเกียจ คนในบ้านดูแคลน และมีชะตาต้อง “ตายอนาถ” ตอนจบ

เธอไม่คิดจะแบกรับกรรมใครทั้งนั้น เธอมีเป้าหมายชัดเจน ขอหย่าให้ได้ แล้วหายหัวให้พ้น

เพราะเงื่อนไขของระบบมีเพียงข้อเดียว ❝ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลอดภัย…และห่างไกลจากตระกูลเว่ย❞

แต่ดูเหมือน…อะไร ๆ มันจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะแผนการของเธอกลับล่มทุกครั้ง

เพราะไอ้เจ้าระบบจอมกาวดันออกภารกิจพิลึกมาให้แต่ละอย่าง แล้วอย่างนี้เธอจะหย่ากับอีตาประเอกได้อย่างไร

เมื่อพระเอกที่ควรจะไปรักนางเอก กลับเริ่มเหล่มองเมียเก่าอย่างมีอะไรบางอย่าง

แม่สามีที่เคยเย็นชา กลับยกกับข้าวมาให้ถึงห้อง…ยามที่เธอถูกสามีรังแก(จัดหนัก)

ส่วนยัยนางเอกที่แสนดี…กลับมีใบหน้าเหมือน "คนที่เคยหักหลังเธอ" ทุกกระเบียดนิ้ว

ส่วนตัวร้ายในนิยาย….ก็ดันหน้าตาเหมือนแฟนเก่าเธออย่างกับจับวาง

หึ…รอบนี้ไม่ต้องรอใครมาทำร้าย เธอจะ “พวกมันทั้งสองคนลงนรก” ไปด้วยมือของเธอเองให้ครบทุกบาททุกแค้น

โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าโลกนิยายกำลังหลุดจากบทเดิมทีละนิด และหลินเสวี่ยอวิ๋น…นางร้ายที่ควรถูกเขี่ยทิ้ง

ก็กลายเป็น “เมียหลวงตัวจริง” ไปแบบงง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เธอถึงกับสบถด่าระบบ 8099 แบบรัว ๆ

ไอ้ระบบเวร…ตกลงนี่มันแผนพากลับโลก หรือแผนเปลี่ยนสถานะกันแน่

นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของ BBNanz ตัวละครถูกสร้างขึ้นโดยไม่พาดพิงถึงบุคคลใด เรื่องราวในนิยายเป็นเรื่องที่ไรต์แต่งขึ้นเอง ขอให้นักอ่านมีความสุขกับกับอ่านนิยาย ฝากกดติดตามและคอมเมนต์ให้ไรต์ด้วยนะค่ะ

ฝากกดติดตาม

Facebook https://www.facebook.com/profile.php?id=61561332220611

Tiktok https://www.tiktok.com/@bbnanz?t=8nbIBTP1slb&r=1

บทที่ 1 เมื่อฉันโดนระบบหลอกลวง

หลินเสวี่ยอวิ๋นไม่เคยคิดเลยว่า…วันที่เธอยืนอยู่ลำพังหน้าตึกสำนักงานใหญ่ของ YUN.Studio ที่เธอสร้างมากับมือ จะเป็นวันที่ทั้งหัวใจและศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบย่ำอย่างไร้ความปรานี

บริษัทแฟชั่นออนไลน์ชื่อดังที่เธอปลุกปั้นจากห้องนอนเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์เช่าข้างมหาวิทยาลัยแบรนด์ที่เธอตั้งชื่อตามความฝัน "YUN" หมายถึง เมฆเพราะเธอเคยเชื่อว่า หากพยายามมากพอ วันหนึ่งเธอจะได้ลอยขึ้นไปสูงเหนือทุกคน ทำให้เด็กกำพร้าคนหนึ่ง กลายเป็นนักธุรกิจหญิงดาวรุ่งที่ใคร ๆ ก็จับตามอง

และเธอก็ทำได้…แต่เธอกลับลืมไปว่า เมฆนั้น…ลอยอยู่ได้ไม่นาน หากฟ้าเบื้องล่างกลายเป็นพายุ และวันนี้เธอก็ได้เห็นพายุลูกนั้นจากคนสองคนที่เธอรักที่สุด…

ไป๋เยวี่ย เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่มัธยม

หวังเจิ้งหาน คนรักที่เธอคิดว่าจะร่วมชีวิตด้วยตลอดไป

ทั้งสองคนที่เธอเคยแบ่งหัวใจและความฝันให้ ที่วันนี้…ทั้งสองกับจับจับมือกัน และหักหลังเธออย่างเลือดเย็น

แต่ตอนนี้… เธอกลับต้องยืนอยู่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่เธอสร้างมันมากับมือ … มองดูโลโก้ของ “YUN.Studio” ถูกปลดออกจากผนังด้วยมือของใครบางคนที่เธอเคยเชื่อใจหมดใจ

โลหะสีเงินมันวาวที่เคยสื่อถึงอนาคต ความหวัง และความงามของเธอ บัดนี้กำลังถูกกระชากลงจากกำแพงหินแกรนิต อย่างเย็นชา และเงียบงัน

"หยุนสตูดิโอ… ของพวกเรา" เธอพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา

แต่คำว่าพวกเรากลับกลายเป็นเรื่องตลกที่ขมขื่นที่สุดในชีวิตของหลินเสวี่ยอวิ๋นในตอนนี้ เพราะสิ่งหนึ่งที่เธอทำผิดพลาดที่สุดในชีวิตก็คือ…เธอแบ่งปันมันให้ “ไป๋เยวี่ย” เพื่อนที่เธอรักที่สุดให้มาเป็นหุ้นส่วนด้วย

เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม…เพื่อนที่เธอเคยช่วยติว เคยคอยดึงมือกันไว้ไม่ให้ถูกใครรังแก และเพื่อนที่เธอคิดว่า ไว้ใจได้ที่สุด เพราะคำสัญญาที่เธอเอ่ย

“เราจะเติบโตไปด้วยกันนะเสวี่ยอวิ๋น ฉันจะไม่มีวันทรยศเธออย่างแน่นอน…”

คำพูดนั้นยังชัดเจนอยู่ในหัวแต่มันกลับกลายเป็นเพียงคำลวงที่ห่อหุ้มด้วยมีดเล่มคม ที่แทงเข้ากลางอกเธอในวันนี้

บัญชีทั้งหมดของบริษัทถูกยักยอก แบรนด์ที่เธอสร้างมากับมือ ถูกขายทิ้งในราคาถูก ๆ โดยที่เธอไม่รู้ ชื่อของเธอถูกใส่ร้ายว่าโกงบริษัท ถูกสื่อประโคมข่าวจนชื่อเสียงพังยับ นักลงทุนถอนตัว ทีมงานลาออก ลูกค้าทิ้งหาย

ส่วนไป๋เยวี่ยน่ะหรือ… ตอนนี้หล่อนกำลังเปิดตัวแบรนด์ใหม่ท่ามกลางเวทีแฟชั่นโชว์ภายใต้แสงไฟเจิดจ้าและเสียงปรบมือที่ชื่นชม พร้อมโลโก้ที่แทบถอดแบบออกมาจากแบรนด์ของเธอมาไม่มีผิด

ข้าง ๆ กัน คือหวังเจิ้งหาน นักออกแบบผู้เคยยืนเคียงข้างหลินเสวี่ยอวิ๋น ชายที่เธอเคยรัก และเชื่อว่าจะไม่มีวันเปลี่ยนไป แต่เขากลับเลือกเดินจากไปอย่างเลือดเย็น เพื่อไปอยู่เคียงข้างกับเพื่อนรักของเธอเอง

หึ…ช่างน่าสมเพชเสียจริง ที่เธอโดนคนพวกนั้นหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่แม้แต่จะหวาดระแวง

แล้วจู่ ๆ เธอก็หวนนึกถึงนิยายที่เคยอ่าน เรื่องราวของนางร้ายที่แย่งผู้ชายจากนางเอกจนถูกรุมเกลียด รุมเหยียบ ราวกับเป็นตัวร้ายต่ำตมในสายตาทุกคน

‘นั่นสินะ…ฉันคงเป็นได้แค่นางร้ายในสายตาของทุกคน’

ความสิ้นหวังห่อคลุมเธอแน่นหนาจนแทบหายใจไม่ออก หลินเสวี่ยอวิ๋นขึ้นไปบนตึกชั้น 36 ของสำนักงาน สถานที่ที่เธอเคยเป็นเจ้าของ เปลือกตาบวมแดงจากการร้องไห้จนเกือบปิด น้ำเสียงแหบพร่าไร้เรี่ยวแรง แม้แต่จะพูดให้จบประโยค

'ที่ฉันทุ่มเททั้งชีวิต…เพื่อให้เธอเหยียบขึ้นไปงั้นเหรอ…'

ตอนนี้ไม่มีใครยืนอยู่ข้างเธออีกต่อไปแล้ว พ่อแม่ที่ทิ้งเธอไว้ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอไม่มีญาติ ไม่มีครอบครัว และเพื่อนที่เธอรัก… และคนรักที่ไว้ใจ ก็ทิ้งเธอไว้ข้างหลังอย่างเลือดเย็น ทุกอย่างพังลงราวปราสาททรายชีวิต ถูกเหยียบจมจนไม่มีแม้แต่ศักดิ์ศรีให้ยึดเหนี่ยว

ร่างของเธอค่อย ๆ ร่วงลงข้างกระจกบานใสของห้องทำงาน แสงรอบตัวเริ่มพร่าเบลอ โลกทั้งใบเหมือนกำลังหายไปทีละนิด…น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงมาจากหางตาเธอหลับตาแน่น ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เงียบงัน

'ถ้าชาติหน้ามีจริง ถ้าฉันมีโอกาสอีกครั้ง… ฉันจะกลับมาล้างแค้นคนที่เหยียบย่ำฉันให้สาสม'

สิ้นคำอธิษฐานนั้น ทุกอย่างก็ดับวูบ แต่ความตายกลับไม่ใช่จุดจบ เมื่อแสงสว่างวาบขึ้นกลางความมืด พร้อมเสียงแหลมประหลาดที่ก้องอยู่ในหัว

“โฮสต์ได้ถูกรับเลือกแล้ว… ขอต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ศูนย์ฟื้นฟูตัวละครนางร้าย ระบบ 8099 ยินดีให้บริการ…ตี๊ด”

เสียงนั้นไม่มีอารมณ์ ไม่มีความรู้สึก เหมือนเสียงของเครื่องจักร หลินเสวี่ยอวิ๋นพยายามลืมตาเปลือกตาที่หนักอึ้ง แต่ดวงตาของเธอมันมืดไปหมด ราวกับมีผ้าม่านสีดำมาปิดกั้น

“อะไรน่ะ? เสียงบ้าอะไร” เธอพยายามพูด แต่มันออกมาเป็นแค่เสียงครางอู้อี้ที่แหบพร่า เธอพลิกตัวก็ไม่ได้ เหมือนร่างกายมันถูกตรึงไว้กับที่…

‘นี่ฉันตายแล้วจริงๆ หรือ? นี่มันสวรรค์หรือนรกกันแน่’

ทันใดนั้นเสียงเจ้าเครื่องจักรก็ดังขึ้นอีกครั้ง “สัญญาณชีพของโฮสต์… แข็งแรงปานกระทิงทลายภูเขา… ค่าพลังชีวิต… เต็มเปี่ยม… โฮสต์ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก ถ้าโฮสต์ยอมรับเงื่อนไขของระบบ”

เจ้าระบบ 8099 พูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มคล้ายจะกวนประสาทก่อนจะเอ่ยข้อเสนอให้เธอ

“ถ้าหากโฮสต์เข้าสู่โลกนิยายเพื่อฟื้นฟูตัวละคร ‘นางร้าย’ ที่ใกล้จะถูกเขียนให้ตาย และเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวละครนั้นให้ ไม่ให้ถูกฆ่าตาย

โฮสต์ได้ได้รับสิทธิ์ฟื้นกลับโลกปัจจุบัน หากทำโฮสต์ภารกิจสำเร็จครบ 100%”

“ไม่เอา” เสวี่ยอวิ๋นปฏิเสธทันที “ฉันจะไปยุ่งอะไรกับนิยายบ้า ๆ นั่น…”

เจ้าระบบเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ ราวกับตัดบทอย่างเย็นชา

“หากโฮสต์ปฏิเสธ ระบบจะดำเนินการปลิดชีพอัตโนมัติ โฮสต์จะไม่ไม่สามารถฟื้นคืนในโลกเดิมได้อีก ไม่สามารถล้างแค้น และไม่สามารถเอาคืนคนทรยศ…โฮสต์ยืนยันยกเลิกภารกิจใช่หรือไม่?”

ความเงียบเข้าปกคลุมหัวใจของหลินเสวี่ยอวิ๋นเต้นรัว มือที่เคลื่อนไหวไม่ได้กำแน่นในใจ

‘ไม่… ถ้าไม่มีโอกาสกลับไปโลกปัจจุบัน… ฉันก็จะไม่สามารถลากพวกมันลงนรกไปด้วยกันได้…’

ทันใดนั้นเธอก็ตัดสินใจทันที “เออ ก็ได้ ฉันยอม”

เมื่อสิ้นคำพูดของเธอ ข้อมูลตัวละครที่เธอต้องไปสิงสู่ก็ไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนที่พังทลายลงมา น้ำท่วมสมองจนปวดหนึบ หลินเสวี่ยอวิ๋นกัดฟันกรอด ข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นคือเรื่องราวของโลกใบหนึ่ง… ในนิยายเรื่องภรรยาตัวน้อยของท่านประธานเว่ย ที่หญิงสาวพึ่งจะอ่านก่อนที่จะตาย และตัวละครที่เธอจะต้องไปสวมร่าว

เป็นนางร้ายนี้มีมีชื่อว่า หลินซือเยว่ เธอเป็นภรรยาในนามของเว่ยหานเจิ้ง เขาเป็นคนมีหัวการค้าล้ำลึก ฝ่าฟันทุกอุปสรรค จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจระดับชาติ… แต่ก็ดันซวยมาเจอแม่นางร้ายวางยาเข้าซะให้ ทำทำให้ต้องเข้าพิธีวิวาห์กับอีกฝ่ายทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งตระกูลเว่ยถึงได้เกลียดชังเธอเข้าไส้

และตอนนี้… หลินเสวี่ยอวิ๋นหญิงสาวผู้สิ้นหวังจากโลกเดิม กลับต้อง “ฟื้นขึ้นมา” ในร่างของนางร้ายคนนั้น

"เดี๋ยวนะ… นี่มันเรื่องบ้าอะไร? ฉันจะไปเป็นนางร้ายในชีวิตจริงแล้วยังจะให้ฉันมาเป็นนางร้ายในนิยายอีกเนี่ยนะ? เพื่อรอวันถูกสามีทิ้งอย่างนั้นหรือ?"

“แล้วอีกอย่างฉันจะกลับไปโลกเดิมได้ยังไง?” ทันใดนั้นเสียงของเจ้าระบบก็ดังขึ้นมา

“เงื่อนไขการกลับสู่โลกเดิมคือโฮสต์ต้องเติมเต็มความปรารถนาของ หลินซือเยว่ให้สำเร็จเสียก่อน… ซึ่งความปรารถนาของหลินซือเยว่ก็คือ… การได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเว่ย…”

หลังจากมันพูดเสร็จก็เงียบไปสักพัก… เหมือนกำลังประมวลผลอะไรบางอย่าง

เสวี่ยอวิ๋นกำลังจะถอนหายใจโล่งอก ‘ใช้ชีวิตสงบสุขเหรอ? ได้สิ ฟังดูง่ายจะตาย’

‘ก็แค่ฉันนอนกินลม ชมสวน หลีกเลี่ยงปะทะ แล้วหย่ากับอีตาพระเอกให้เร็วที่สุด แค่นี้ก็ผ่านภารกิจโง่ ๆ ไปแบบสวย ๆ’

เธอเริ่มยิ้มอย่างคนมีแผน แต่ยังไม่ทันให้ความหวังเบ่งบานเสียงเย็นชาของระบบก็ดังขึ้นอย่างโหดเหี้ยม

“…กำลังประเมินสถานะปัจจุบันของโฮสต์…” จู่ ๆ หน้าจอเรืองแสงตรงหน้าก็สั่นไหวข้อมูลถูกประมวลผล และเด้งขึ้นมาทีละบรรทัด…

แจ้งเตือน: ตอนนี้โฮสต์ได้จดทะเบียนสมรสกับเว่ยหานเจิ้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

แจ้งเตือน: ปัจจุบันพำนักอยู่ในบ้านใหญ่ตระกูลเว่ย ศูนย์กลางวังวนแห่งความวุ่นวาย

แจ้งเตือน: โฮสต์มีประวัติวางยาเจ้าบ่าว + ข่มขู่บังคับแต่งงานแบบหน้าด้านเต็มขั้น

แจ้งเตือน: โฮสต์มีพฤติกรรมขี้เกียจขั้นรุนแรง ลุกไม่ไหวแม้แต่จะเทน้ำชาให้แม่สามี สันหลังยาวจนคนทั้งบ้านรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้

เสวี่ยอวิ๋นกะพริบตาช้า ๆ สมองเธอเหมือนโดนโยนไปชนกำแพง

‘…แล้วแบบนี้ฉันจะอยู่อย่างสงบสุข โดยไม่ยุ่งกับตระกูลเว่ย ได้ยังไงวะ ไอ้เจ้าระบบเวรนี้มันต้องหลอกลวงฉันอย่างแน่นอน’

เธอกำหมัดแน่นกลางความมืดร่างกายไม่อาจขยับได้ แต่ภายในกลับคล้ายมีไฟเผาไหม้อยู่ทุกขุมความคิด

ใจหนึ่งยังคงปฏิเสธโชคชะตาอันวิปริตนี้ แต่อีกใจ… กำลังเต็มไปด้วยเปลวเพลิงของความแค้น ที่ยังไม่ถูกชำระ

‘งั้นก็เหลือแค่ทางเดียวเท่านั้น…’

‘ทำตามที่เจ้าระบบบ้าบอนี่สั่ง แล้วกลับไปลากพวกสารเลวนั่นลงนรกให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม’

เสียงระบบที่เงียบไปชั่วครู่ดังกลับมาอีกครั้งด้วยโทนน้ำเสียงเรียบสนิท แต่ชวนให้คิ้วกระตุกอยากถีบไอ้ระบบเวรโดยอัตโนมัติ

“เอาล่ะครับ โฮสต์…เตรียมตัวเข้าสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่…ระบบขอให้โฮสต์โชคดี… ไม่สิ ขอให้รอดตาย นะครับ โฮสต์ที่น่ารักของระบบ 8099”

ยังไม่ทันให้เธอตอบโต้อะไร ทันใดนั้น ร่างของเธอก็ถูกแรงบางอย่างกระชากหลุดออกจากความมืด ราวกับวิญญาณถูกฉุดกระชากผ่านอุโมงค์แห่งเวลา

เสียงกรีดร้องของเธอดังออกมา “ไอ้ระบบเวร อย่าให้ฉันได้เจอตัวแกเป็นๆ นะ ฉันจะตื้บแกไม่เลี้ยงเลยคอยดู”

เธอสบถเสียงดังก้องสะท้อนห้วงสุญญากาศ ก่อนที่แสงสว่างจ้าเจิดจ้าทะลุทะลวงเข้ามาแทนที่จากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

สงสารยัยน้องค่ะที่ถูกเจ้าระบบมันหลอกว่า

"แค่ใช้ชีวิตแบบสงบสุขสิ เดี๋ยวพากลับโลกเดิมเอง"

แต่ดันลืมบอกว่าสงบสุขในนิยามของมันคือ

- ต้องตื่นมาในร่างนางร้ายที่เคยวางยาพระเอก

- อยู่บ้านเดียวกับตระกูลที่เกลียดเธอเข้าไส้

- แม่สามีเห็นหน้าแล้วอยากพ่นไฟ

- พระเอกตั้งตารอหย่าเหมือนรอแกร็บมาเสิร์ฟอาหาร

ยัยน้องยังไม่ทันตั้งตัว ระบบก็โยนลงโลกนิยายแบบไม่มีแม้แต่โฟมกันกระแทก

มาเอาใจช่วยยัยน้องที่ต้องกลายเป็นตัวร้ายในโลกนิยายกันนะคะ

++++++++++++++++++++++++++++++++

ไรท์ฝากกดใจ กดติดตามนิยายให้ไรท์ด้วยนะคะ

บทที่ 2 อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมอยู่ใต้ปลายเท้าผู้ชายแบบนี้

“โอ๊ย หลินซือเยว่ นี่หล่อนจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนหา ลุกขึ้นมาช่วยงานได้แล้ว”

ยังไม่ทันที่หลินเสวี่ยอวิ๋นจะหายมึนหัวจากแรงกระชากของระบบเวรที่โยนเธอเข้ามาในนิยาย เสียงแหลมสูงระดับทำลายโสตประสาท ก็พุ่งแหวกเข้ามาใส่หูอย่างจัง เล่นเอาเธอสะดุ้งหัวสั่น

ยังไม่จบแค่นั้น ร่างเธอถูกมือใครบางคนกระชากลงจากเตียงไม้เก่า ๆ จนก้นกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง เจ็บจนโลกหมุน ถ้าเป็นโลกเดิมคงได้ทุบรีวิว 1 ดาวให้เจ้าระบบเรียบร้อยแล้ว

กลิ่นอับชื้นของห้องเล็ก ๆ ผสมกับกลิ่นธูปจาง ๆ ตีขึ้นจมูก ทั้งอบอ้าว ทั้งหดหู่ เหมือนถูกจับโยนมาอยู่ในโกดังเก่าแบบไม่มีการตกแต่ง

ภาพแรกที่เธอเห็นคือเพดานไม้สีเข้ม กำแพงดินฉาบปูนแบบผ่านมือช่างใจร้อน ของใช้ในห้องแทบไม่มีอะไรทันยุคทันสมัยแม้แต่นิดเดียว

‘…นี่เหรอชีวิตสงบสุขอย่างที่เจ้าระบบว่า นี่มันชีวิตแม่บ้านติดบ่วงกรรมชัด ๆ’

หลินเสวี่ยอวิ๋นกัดฟันแน่น กำหมัดไว้กับพื้น ในใจสาปส่งระบบเวรที่ยังไม่โผล่หน้ามาให้เธอเตะ

‘ฉันโดนหลอกชัวร์… ไอ้ระบบบ้านี่มันไม่ใช่แค่ส่งฉันมาแก้แค้น…แต่มันส่งฉันมาชดใช้ชาติแทนใครก็ไม่รู้’

หลินเสวี่ยอวิ๋น… ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอคือหลินซือเยว่ พยุงตัวเองขึ้นนั่ง ชั่วขณะนั้นเอง สายตาของเธอพลันปะทะเข้ากับร่างของหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ใบหน้าหยาบกร้าน ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอด้วยความขุ่นเคือง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือแม่สามีตัวจริงเสียงจริง

“ลุกขึ้นสิ แกจะนอนเป็นหินไปถึงเมื่อไหร่ วันๆ เอาแต่กินๆ นอนๆ ไม่เคยช่วยงานบ้านเลย ลูกสะใภ้อะไรกัน ขี้เกียจได้ขนาดนี้”

“แล้วดูสิ แกแต่งงานกับเจ้าใหญ่มาตั้งนาน ยังไม่มีวี่แววจะมีลูกเลยสักคน แกมันเป็นนางปีศาจจอมล้างผลาญชัดๆ”

คำด่าทอราวกับปืนกลดังไม่หยุดหย่อน หลินซือเยว่ในตอนนี้ มึนงงเล็กน้อยกับถ้อยคำหยาบคายของแม่สามี แต่โดยรวมแล้วก็พอจับใจความได้ว่าเธอถูกด่าเรื่องความขี้เกียจ และการไม่มีบุตร… ก็แหงล่ะ ยัยซือเยว่คนเดิมน่ะขี้เกียจตัวเป็นขน ส่วนเรื่องลูกน่ะ…ใครจะไปมีได้ในเมื่อผัวตัวเองยังไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวเลยแม้แต่น้อย

เธอพยายามตั้งสติ สูดหายใจเข้าลึก แล้วลองทำในสิ่งที่ "หลินซือเยว่คนเดิม" ไม่มีวันทำ…

“คุณแม่… แม่พูดอะไรนะคะ?” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ที่ฟังดูรู้สึกนอบน้อม

จ้าวซื่อที่เห็นท่าทางแปลกไปของผู้เป็นลูกสะใภ้ถึงเธอถึงกับชะงัก เธอหรี่ตาลงอย่างจับผิด

“แก… แกพูดอะไรของแก? ปกติแกจะเถียงฉันหน้าด้าน ๆ หรือไม่ก็ทำเป็นหูทวนลมกลับไปนอน… หรือว่าแกจะเล่นละครตบตาฉันอีก?”

หลิวซือเยว่รีบยิ้มแห้ง “มะ…ไม่ค่ะคุณแม่ หนูแค่… เอ่อ… รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อยค่ะ”

หญิงสาวพยายามหาข้ออ้างที่ฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุด

แม่สามีจ้องตาเธอเขม็ง ราวกับจะค้นหาความจริงจากดวงตาของเธอ แต่สุดท้ายก็สะบัดหน้าหนีอย่างรำคาญใจ

“ไม่สบายงั้นเหรอ แกอย่ามาทำเป็นสำออย ลุกขึ้นมา”

หลินซือเยว่กัดฟันแน่น เธอลุกขึ้นจากพื้นไม้ด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมที่สุดเท่าที่คนอย่างเธอจะทำได้ แล้วกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างพิจารณา

ในห้องนี้มีแต่เตียงไม้เก่า หมอนบางจนแทบมองไม่เห็นเป็นรูป กับตู้เสื้อผ้าหวายใบเดียวในห้อง และมีโต๊ะวางของที่มุนห้อง
นี่คือบ้านของเว่ยหานเจิ้ง สามีที่เธอมาสวมร่างอยู่ในโลกนี้

จากสภาพรอบตัว และจากสิ่งที่เธอพอจำได้จากนิยาย ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเริ่มต้นของเรื่อง เว่ยหานเจิ้งยังเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดา ยังไม่ได้เริ่มทำการค้า ฐานะยังยากจน มีเพียงบ้านเก่า ๆ กับครอบครัวที่ไม่ต้อนรับเธอสักคน

หลินซือเยว่เดินตามแม่สามีออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ ขณะที่สายตาเหลือบมองไปยังประตูไม้ที่เธอเพิ่งก้าวผ่าน นั่นคือห้องนอนของเธอ ในฐานะภรรยาในนามของเว่ยหานเจิ้ง ผู้ที่ไม่เคยถูกสามีแตะแม้แต่น้อย เธอกับเขาแยกห้องนอนกันมาได้ 2 ปีแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงการร่วมเตียงเขาเมินเธอทุกลมหายใจแม้เจ้าของร่างนี้จะย่อยเขายังไง ผู้เป็นสามีก็ไม่เหลือบแล และสำหรับชายหนุ่ม เธอก็คงเป็นแค่ตราบาปที่ถูกยัดเยียดเข้ามาในชีวิตก็เท่านั้น

บ้านหลังนี้สร้างจากอิฐและไม้เก่าๆ มีลานกว้างหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยไก่และพืชผักสวนครัวเล็กน้อย บรรยากาศดูเงียบสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยความตึงเครียดบางอย่าง

หลินซือเยว่เดินผ่านลานบ้านมาเงียบ ๆ สายตาเหลือบไปเห็นร่างของหญิงชราที่กำลังนั่งคัดผักอยู่ใต้เงาไม้ มือเหี่ยวย่นขยับช้าๆ ไม่ต้องให้ใครแนะนำเธอก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ “คุณย่า” ของเว่ยหานเจิ้ง สายตาท่านไม่ได้มองมาที่เธอด้วยซ้ำ… แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ส่งมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำ

ห่างออกไปไม่ไกล หญิงสาวคนหนึ่งวัยราว ๆ 16 - 17 ปี กำลังซักผ้าอยู่ในถังไม้ ร่างเล็ก ท่าทางกระฉับกระเฉง และที่เด่นที่สุดน้ำเสียงแหลมแสบแก้วหู

“ตื่นแล้วเหรอพี่สะใภ้ นี่มันสายโด่งขนาดนี้แล้วนะ เพิ่งจะลุกจากเตียง? หรือว่าคิดว่าตัวเองเป็นคุณนายหรืออย่างไร”

หล่อนหันหน้ามา พร้อมรอยยิ้มเหยียดอย่างชัดเจน

“ผักก็ยังไม่ได้เด็ด ข้าวก็ยังไม่หุง วัน ๆ เอาแต่นอนกิน ใช้เงินของพี่เจิ้ง ที่พี่เขาอุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก โดยไม่ทำงานอะไร”

หลินซือเยว่มองหน้าเด็กสาวตรงหน้า ตามความทรงจำเดิม เธอคือเว่ยเมิ่งหลานผู้เป็นน้องสามี… ปากจัดไม่ใช่เล่น หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจในใจ

‘นี่ฉันต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีกเนี่ย…ไอ้ระบบเวร ถ้ายังมีหน้ามา…’

“ติ๊ง…” ในขณะที่เธอกำลังบ่นๆ ทันใดนั้นเสียงของเจ้าระบบก็ดังขึ้นมาเหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังด่ามันอยู่

“โฮสต์จ๋า อย่าหน้าบึ้งไปเลยน้า ระบบมีภารกิจมาให้ทำ ระบบเอาภารกิจดี ๆ มาให้ด้วย ถ้าไม่รับถือว่าพลาดมาก”

หลินซือเยว่ถอนหายใจก่อนจะทำหน้าบึ้งใส่เจ้าเสียงกวนประสาทในหัว

“ภารกิจอะไรอีกล่ะ…” เธอถามเสียงลอดไรฟัน แบบไม่มีเยื่อใยแม้แต่นิดเดียว

เสียงระบบ 8099 ตอบกลับมาทันควัน ด้วยโทนเสียงร่าเริงอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ก็แค่ภารกิจเบา ๆ นะครับ ภารกิจ ‘ปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว’ เอง ง่ายจะตาย”

ยังไม่ทันที่เธอจะได้สบถกลับเสียงแจ้งเตือนก็ดังแทรกขึ้นในหัวทันที

“ติ๊ง ภารกิจหลัก: ปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในตระกูลเว่ย… หากทำสำเร็จจะได้รับรางวัลพิเศษ”

น้ำเสียงของระบบฟังดูสดใสราวกับกำลังแจกของขวัญปีใหม่ แต่มันช่าง… น่าตบจนหน้าหงาย เหลือเกินในความรู้สึกของเธอ

เธอเลือกที่จะไม่พูดอะไรตอบโต้ และหันหลังเดินเข้าไปยังห้องครัวเล็ก ๆ ตรงมุมบ้าน

ภายในครัวเต็มไปด้วยกลิ่นถ่านควัน เตาดินเก่า ๆ ที่มีรอยแตกตรงมุม หม้อดินสีดำที่มีเขม่าดำเกาะรอบขอบ อุปกรณ์ครัวทุกชิ้นดูโบราณราวกับเวลาหยุดเดินมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ไหนก็ไม่รู้

แต่เธอยังไม่ทันจะหยิบอะไร เสียงแหลม ๆ ก็ดังขึ้นราวกับลั่นระฆังนรก

“นี่แกจะยืนเหม่อลอยไปถึงไหน มานี่เลย มาช่วยย่าของแกเด็ดผักเดี๋ยวนี้”

เสียงแม่สามีตวาดลั่นจากหน้าลาน หลินซือเยว่สะดุ้งเฮือก ก่อนจะกลั้นหายใจเงียบ ๆ แล้วเดินไปอย่างเสียไม่ได้ เธอทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างคุณย่าเว่ย มือนิ่ง ๆ เอื้อมไปหยิบถั่วฝักยาว แต่ยังไม่ทันแตะ..เสียงแม่สามีก็ดังขึ้นมาทำให้เธอต้องชะงักมือ

“อืม… นี่แกจะมาช่วยคุณย่าเด็ดผักจริงๆ เหรอ?

หลินซือเยว่ชะงักปลายนิ้ว ยังไม่ทันได้ตอบอะไร น้ำเสียงเย็น ๆ นั่นก็พูดต่อ

“อย่าบอกนะว่ากำลังวางแผนจะเอาผักของฉันไปให้หมาที่ไหนกินอีก” ย่าเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉายแววตาไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน

เอาอีกแล้ว คำพูดทุกคำของคนในบ้านนี้มันเหมือนมีดแหลมๆ ที่พร้อมจะกรีดแทงเจ้าของร่างนี้อยู่ตลอดเวลา หลินซือเยว่ได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง นี่แหละชีวิตนางร้ายที่ถูกเกลียดชัง

เธอไม่ได้ตอบโต้คำพูดใดๆ ตั้งใจเด็ดผักอย่างเงียบเชียบ พยายามไม่ให้ทุกคนมาหาเรื่องมาตำหนิเธอได้อีก

เวลาผ่านไป… แดดเริ่มแรงขึ้น และในที่สุด… ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกเปิดออก ร่างสูงเข้ามาในลานบ้าน แผ่รัศมีเย็นชาออกมาจนคนในบ้านต่างก็เงียบเสียงลง

“เจ้าใหญ่” แม่สามีรีบเดินเข้าไปหาลูกชายคนโตด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะลูก เหนื่อยไหมจ๊ะ? แม่เตรียมน้ำไว้ให้แล้วนะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าดูอบอุ่น… ต่างจากสีหน้าที่ใช้กับเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอย่างสิ้นเชิง

หลินซือเยว่หันไปมอง… และเธอก็ต้องชะงัก

เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นใบหน้าของเว่ยหานเจิ้งด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่ภาพในนิยาย ตัวจริงของเขาหล่อเหลายิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก

ใบหน้าคมเข้ม เส้นกรามชัดเจนในมุมเงาแสง ดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยว กวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเยือกเย็นแล้ว…ก่อนจะหยุดลงที่เธอ

หลินซือเยว่สะดุดหายใจไปวูบหนึ่ง เธอไม่ได้ตั้งใจจะจ้อง แต่สายตามันไปก่อนสมองเสียแล้ว

'เว่ยหานเจิ้ง… ตัวจริงหล่อกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก'

เธอนึกเปรียบเทียบอย่างไม่ทันตั้งใจ และก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า สามีในนามของร่างนี้… หล่อกว่าแฟนเก่าของเธอเสียอีก

แต่เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย สายตาเย็นชาและไร้แววต้อนรับ เขามองเธอราวกับ… เธอเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง
ไม่สิ อาจจะแย่กว่านั้น เพราะในแววตานั้นมี ความรังเกียจ อย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

หลินซือเยว่ได้สติกลับมาแทบจะทันที

‘ใช่สิ… นี่มันแค่สามีตามพล็อตนิยาย ไม่ใช่พระเอกในชีวิตฉันเสียหน่อย’

ไม่ว่าจะหน้าหล่อเกินเบอร์ขนาดไหน ในสายตาคู่นั้น… เธอก็ไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่า ที่เขาไม่แม้แต่จะชายตามอง

‘ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังเลย…อย่าหวังว่า หลินซือเยว่คนนี้ จะยอมอยู่ใต้ปลายเท้าผู้ชายแบบนี้’

‘โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหัวกัน’

ยัยน้องโดนระบบโยนเข้าร่างเมียพระเอกที่ทั้งบ้านเกลียด

ยังไม่ทันได้นั่งดื่มน้ำ กลับต้องโดนแม่ผัวด่าเหมือนวิญญาณปอบสิง

แล้วเจ้าระบบยังให้มาทำภารกิจ"ปรับความสัมพันธ์กับครอบครัว"

โอ๊ยสงสารยัยน้องเลยว่าจะทำภารกิจผ่านหรือเปล่า…

ความสัมพันธ์ของยัยน้องกับตระกูลเว่ยตอนนี้น่ะเหรอ?

ระดับที่ถ้าหายใจแรง ๆ คนในบ้านจะเดินมาจุดธูปไล่ผีแล้วอะค่ะ

มาเอาใจช่วยยัยน้องกันเยอะๆนะคะ

บทที่ 3 เริ่มต้นชีวิตใช้เป็นนางร้ายที่ถูกสามีเกลียด

ทันใดนั้นหัวใจของเธอกระตุกวูบ เมื่อภาพความทรงจำของซือเยว่คนเดิมที่วางยาเว่ยหานเจิ้ง ไหลทะลักเข้ามาในหัว หญิงสาวจ้องมองไปที่คนร่างสูงอย่างไม่ลดละ เธอรู้ดีว่าสายตาแบบนั้นเขารังเกียจเจ้าของร่างนี้มากแค่ไหน

เว่ยหานเจิ้งไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลย เขาแค่ก้าวผ่านผู้เป็นภรรยาไปเหมือนอากาศธาตุ เดินตรงไปยังห้องน้ำเล็กๆ เพื่อล้างหน้าล้างตา

“เป็นไงล่ะพี่สะใภ้ใหญ่ ขนาดพี่เจิ้งยังไม่ชายตาแลเลย ทำเป็นไม่เห็นซะด้วยซ้ำ สมน้ำหน้า” น้องสามีแอบกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาเป็นประกายสะใจ

หลินซือเยว่ไม่ได้สนใจ เธอจดจ่ออยู่กับการวางแผนชีวิตใหม่ในร่างของนางร้ายคนนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ… การหย่า และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเว่ย… นั่นคือเงื่อนไขการกลับสู่โลกเดิมของเธอ

เมื่อเว่ยหานเจิ้งเดินกลับออกมาจากห้องน้ำสีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความสนใจในตัวเธอ

เขาเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะอาหารไม้เก่า ๆ และนั่งข้างๆ ผู้เป็นแม่และย่าของเขา บรรยากาศดูเหมือนครอบครัวอบอุ่น…ถ้าไม่นับว่ามีเธอเฝ้ามองอยู่

หลินซือเยว่ยืนนิ่งอยู่ห่าง ๆ เหมือนเป็นแค่ คนแปลกหน้า ที่เผลอหลุดเข้ามาในฉากของครอบครัวคนอื่น

“พี่เจิ้ง เหนื่อยแย่เลยนะคะ” เสียงออดอ้อนดังขึ้นทันที เว่ยเมิ่งหลาน น้องสาวคนเล็กของบ้าน รีบลุกขึ้นมาพร้อมชามซุปในมือก่อนจะยกไปวางตรงหน้าพี่ชาย พร้อมรอยยิ้มที่ประจบประแจงจนเห็นได้ชัด

“วันนี้น้องทำซุปไก่ไว้รอพี่ด้วยนะคะ ตุ๋นตั้งแต่เช้าเลย” รอยยิ้มบนใบหน้าของเว่ยเมิ่งหลานนั้นดูเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ ทั้งจงใจราวกับจะบอกว่าคนที่คู่ควรนั่งข้างพี่ชาย ไม่ใช่เธอหรอกนะ พี่สะใภ้

หลินซือเยว่ไม่ใช่ผู้หญิงที่เคยลุกขึ้นวีนลั่นบ้าน และไม่ใช่หลินซือเยว่คนเดิมที่เอาแต่ใช้ปากปะทะกลับ

ตอนนี้…เธอต้องการชนะด้วยการทำภารกิจให้สำเร็จและการสร้างสัมพันธ์กับครอบครัวเว่ยคือด่านแรกที่เธอต้องฝ่าฟันไปให้ได้

หลินซือเยว่ลุกขึ้นอย่างสงบเดินไปที่หม้อข้าว หยิบช้อน และเริ่มตักข้าวอย่างไม่เร่งรีบ จากนั้นก็ตักกับข้าวให้กับทุกคน วางบนโต๊ะ… อย่างเงียบเชียบ

แต่พอเธอวางชามลงตรงหน้าทุกคนครบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากปลายโต๊ะ ที่ทั้งแหลม ทั้งแดกดัน

“อุ๊ย… นี่พี่สะใภ้ตักข้าวให้ทุกคนเลยเหรอ?”

“ตื่นเช้ามาแล้วเป็นคนดีขึ้นกะทันหัน หรือกำลังเล่นละครเรียกคะแนนกันแน่ล่ะ พี่สะใภ้?”

หลินซือเยว่ทำเป็นหูทวนลม เธอวางถ้วยข้าวให้ทุกคนครบ แล้วจึงตักข้าวให้ตัวเองเป็นคนสุดท้าย พยายามตักแต่ส่วนที่เหลือๆ ซึ่งเป็นกับข้าวที่ดูไม่น่ากินที่สุด

ท่าทางของเธอที่ผิดแปลกไปทำให้ทุกคนในบ้านต่างหันมามองอย่างแปลกใจ แม่สามีชะงักตะเกียบค้างกลางอากาศ ย่าเว่ยที่กำลังจะจิบซุปถึงกับเลิกคิ้วสูง มองหญิงสาวราวกับเห็นผีตนหนึ่งสิงในร่างหลานสะใภ้

ส่วนเว่ยหานเจิ้ง… แม้จะไม่พูดอะไร แต่ก็เหลือบตาขึ้นมามองภรรยาด้วยสายตาประหลาด ก่อนจะหันกลับไปตักกับข้าวอย่างนิ่งเงียบๆ แต่เมื่อผ่านไปหลายอึดใจ ก็ไม่มีเสียงร้องเรียก ไม่มีคำบ่นเรื่องว่าได้กับข้าวน้อย ไม่มีเสียงโวยวายเรียกหาเนื้อหมูพิเศษ

ทุกคนที่เคยนั่งกินข้าวแบบพร้อมปะทะ ต่างเริ่มชะงัก หันมามองกันเล็กน้อยด้วยสายตาแปลก ๆ

‘นี่ใช่หลินซือเยว่คนเดิมเหรอหรือเปล่า? หรือเจ้าหล่อนโดนของมา’

และในขณะนั้นเอง…

[ติ๊ง]

“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ +10 คะแนนความสัมพันธ์ ตอนนี้ครอบครัวเริ่มสงสัยแต่ประหลาดใจเบา ๆ กับพฤติกรรมที่…ไม่เหมือนเดิมของโฮสต์”

“รางวัลปลดล็อก: ‘ชุดอุปกรณ์ทำอาหารระดับบ้านทุ่ง’ พร้อมเสบียงพื้นฐาน (ระดับประหยัด) หนึ่งชุด

หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นนิด ๆ ยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อเห็นภารกิจ “ปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว” สำเร็จไปด้วยดี มันก็ไม่เห็นจะยากเลยนี่

‘แต้มมาแล้ว… ง่ายกว่าที่คิดอีก’ เธอคิดอย่างโล่งใจ แต่ก็รู้ว่า นี่เป็นเพียงด่านเล็ก ๆ เท่านั้น เมื่อทุกคนทานข้าวเสร็จกำลังจะลุกจากโต๊ะ เธอกลับไม่ลุกตาม แต่กลับเอ่ยเรียกสามีเบาๆ

“สามี…”

เสียงของเธอไม่ได้ดัง… แต่กลับชัดเจนจนทุกคนหยุดขยับทันที

เว่ยหานเจิ้งชะงักขณะกำลังจะวางชามข้าวลงบนถาด เขาหันกลับมา ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้าของภรรยาด้วยแววสงสัยระคนเย็นชา

“มีอะไร?”

ทุกคนในห้องหันมามองเธอเป็นตาเดียว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจเช่นเดียวกัน

“ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ เรื่องการหย่าของพวกเราค่ะ”

สิ้นคำว่า “หย่า” บรรยากาศในห้องพลันเงียบสงัด จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของแต่ละคน แม่สามีถึงกับอ้าปากค้าง ย่าเว่ยทำตะเกียบหล่น ส่วนเว่ยเมิ่งหลานผู้เป็นน้องสามียิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะที่พี่สะใภ้จะได้กระเด็นออกจากบ้านเว่ยไปเสียที

'ในที่สุด… พี่สะใภ้ตัวปัญหาก็จะได้พ้น ๆ ไปเสียที ดีเลยจะได้ไม่ต้องเปลืองข้าว ’

เว่ยหานเจิ้งจ้องหน้าเธอเขม็ง ดวงตาที่เคยเย็นชา บัดนี้แฝงด้วยประกายคุกรุ่นของความไม่พอใจ

“หย่า?” เขาทวนคำช้า ๆ ราวกับจะชั่งน้ำหนักมันในใจ

“อยู่ ๆ ทำไมถึงพูดอยากหย่าขึ้นมา ปกติเป็นเธอไม่ใช่เหรอ…ที่พยายามจะเกาะฉันไม่ยอมปล่อย?”

หลินซือเยว่กัดฟันแน่น เธอไม่ใช่ผู้หญิงชั่วร้ายอย่างเจ้าของร่างเสียหน่อย..เธอไม่จำเป็นต้องใช้เล่ห์กลเพื่อจะได้มาซึ่งการเป็นเมียเขา

“นี่คุณว่าฉันแรงเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ได้อยากเกาะคุณกินเสียหน่อย”

คำพูดของเธอชัดเจน แต่กลับจุดชนวนบางอย่างในแววตาของเว่ยหานเจิ้ง เขายกยิ้มที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความอ่อนโยน รอยยิ้มที่มีแต่ความเย้ยหยัน

“เธออยากจะหย่าอย่างนั้นหรือ? ฟังดูง่ายไปหน่อยไหม?” เขาก้าวเข้ามาใกล้ จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา

“หรือว่า… นี่คือแผนใหม่ของเธอ? แกล้งเป็นปล่อย เพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉันอีกครั้ง?”

น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือก ราวกับมีน้ำแข็งพันรอบถ้อยคำ หลินซือเยว่รู้สึกขนลุกซู่ แม้อากาศจะไม่ได้หนาวเลยสักนิด

“ฉันไม่ได้ต้องการความสนใจจากคุณเสียหน่อย… คุณต่างหากที่หลงตัวเองเกินไปแล้ว” เสียงของเธอสั่นไปเล็กน้อย แต่ไม่ยอมหลบสายตาจากคนร่างสูง

คำตอบนั้นทำให้มุมปากของเว่ยหานเจิ้งกระตุกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเย็นชา

“อย่างนั้นเหรอ? หรือเธอหวังจะหย่าจากฉัน แล้วไปหาเหยื่อรายใหม่?”

“ไปวางยาใครอีกคนที่โง่พอจะหลงกล… เหมือนที่ฉันเคยเป็น?”

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น… และฉันไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นกับใครทั้งนั้น” หลินเสวี่ยอวิ๋นพยายามควบคุมเสียงให้มั่นคง

“ฉันแค่… ไม่อยากขัดขวางความรักของคุณกับซูหว่านเอ๋อร์อีกต่อไป ฉันแค่รู้สึกผิด ที่เคยทำให้คุณต้องอยู่ห่างจากคนที่คุณรัก…”

หลินซือเยว่ไม่ได้พูดเพราะอยากเสียสละอะไรหรอก ความจริงคือเธอแค่อยากกลับโลกเดิมเท่านั้น เธออยากจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

เว่ยหานเจิ้งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชา

“ฉันกับซูหว่านเอ๋อร์ ไม่เคยมีอะไร ฉันคิดกับเธอเป็นเพียงน้องสาวเท่านั้น”

หลินเสวี่ยอวิ๋นขมวดคิ้ว “แต่ในนิ….” เธอชะงักทันที ก่อนจะหลุดปากออกมา

เว่ยหานเจิ้งเหลือบมองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาด “ในอะไรนะ?”

เธอหลบตา พึมพำเบา ๆ “ไม่มีอะไร…หรอกค่ะ”

เขาจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ราวกับพยายามมองทะลุความคิด ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น

“เธอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ยังไงฉันก็ไม่หย่า” คำพูดของเขานั้นเด็ดขาด ราวกับเป็นคำสั่งที่ไม่สามารถต่อรองได้

จากนั้นเขาจ้องเธอไม่กะพริบตา ราวกับกำลังรอคอยว่าเธอจะแสดงธาตุแท้นางร้ายออกมา หรือจะวางแผนร้ายอะไรอีก

หลินซือเยว่อึ้งไป เธอไม่คิดว่าเขาจะตอบปฏิเสธแบบนี้ แล้วแบบนี้จะให้เธอทำยังไงล่ะทีนี้ เงื่อนไขการกลับสู่โลกเดิมของเธอคือการได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเว่ย… แต่ถ้าเว่ยหานเจิ้งไม่ยอมหย่า ก็แปลว่าเธอจะต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่ตลอดไป อยู่ในร่างของภรรยาที่ไม่มีใครต้องการอย่างนั้นหรือ

ก่อนที่เธอจะทันได้เรียบเรียงความคิด เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นกลางหัว

“ติ๊ง ภารกิจหลัก: ปรับปรุงภาพลักษณ์ในสายตาของเว่ยหานเจิ้ง… โดยเริ่มจากการทำให้เขาประหลาดใจเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน… หากทำสำเร็จจะได้รับรางวัลพิเศษ ‘โควตาใบอนุญาตทำธุรกิจขนาดเล็กแบบถูกกฎหมาย’ 1 ใบ”

‘ไอ้ระบบบ้าเอ๊ย นี่แกจะปั่นประสาทฉันใช่ไหม'

นี่มันไม่ใช่แค่ปรับปรุงภาพลักษณ์แล้ว แต่มันคือการทำให้ผู้ชายที่มองเธอเป็นตัวปัญหา คนที่เกลียดเธอยิ่งกว่าเกลือขัดแผลสด…
หันกลับมาสนใจเธอ แถมยังต้องประหลาดใจกับเธอจนติดต่อกันตั้งเจ็ดวัน

หลินซือเยว่รู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน 'นี่มันภารกิจแบบไหนกันล่ะเนี่ย…ไอ้ระบบเวร'

‘แล้วแบบนี้อีตาพระเอกจะยอมหย่าให้ฉันตอนไหนกัน’

‘หรือฉันต้องระเบิดบ้านก่อน เขาถึงจะรู้สึก “ประหลาดใจ” พอจะผ่านภารกิจ’

หญิงสาวมองหน้าเว่ยหานเจิ้งที่ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา เธอกำหมัดแน่นภายใต้โต๊ะอาหาร

การหย่าดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ และการทำให้คนอย่างเว่ยหานเจิ้งประหลาดใจถึง 7 วันติด? นั่นมันยิ่งยากกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก แต่เพื่อที่จะกลับบ้าน เพื่อที่จะรอด

เธอจะต้องทำให้เขาประหลาดใจ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม และดูเหมือนว่า ชีวิตนางร้ายที่ถูกเกลียดชังคน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

ยัยน้อง: ขอหย่าค่ะ

พระเอก: ปฏิเสธ

ระบบ: ยินดีด้วยค่ะโฮสต์ ภารกิจใหม่มาแล้ว ทำให้ผัวประหลาดใจ 7 วันติด

…น้องก็แบบ

ตอนจะหย่า = ไม่ให้ จะหนี = ไม่พ้น

สุดท้ายระบบก็ปาเควสต์ประหลาดใจมาให้แบบไม่ได้ขอ

นี่มันเควสต์จีบผัวใหม่ หรือเควสต์ทำให้ผัวหย่ากันค่ะอีระบบ

มาให้กำลังใจยัยน้องกันเยอะๆนะคะ ว่าจะหย่ากับอีพี่ได้หรือเปล่า

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...