โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช.ภาค 3 ชี้มูล อดีต สส.พปชร. ทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็ก เก็บเงินร้านค้าเข้ากระเป๋าตัวเอง

Khaosod

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 07.06 น.

ป.ป.ช.ภาค 3 ชี้มูล อดีต สส.พปชร. ทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็ก เก็บเงินร้านค้าเข้ากระเป๋าตัวเอง อ้างจะนำเงินไปพัฒนาโรงเรียน

วันที่ 26 ส.ค. 2568 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 3 อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายยศกร ศรีคลัง ผอ.กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 3 และน.ส.สุกัญญา พลายมนต์ พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 3 ร่วมกันแถลงข่าวชี้มูลความผิด นายเกษม อดีต สส.โคราช พรรคพลังประชารัฐ สมัยยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา

โดยถูกกล่าวหาว่าขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา มีการเรียกเก็บเงินกับผู้ประกอบการร้านค้าภายในโรงเรียนโดยมิชอบ ไม่ได้นำเงินที่เก็บมาเข้ามาเป็นรายได้ของโรงเรียน

ข้อกล่าวหาที่ 2 กรณีการเบิกจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันของนักเรียนโดยมิชอบ โดยกรณีดังกล่าวนั้นได้มีการสอบปากคำพยานบุคคลไปแล้วกว่า 40 ปาก พร้อมกับมีเอกสารหลักฐานกว่า 60 รายการ

ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกกล่าวหาเมื่อย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการเก็บเงินกับผู้ประกอบการในโรงเรียนซึ่งมีทั้งหมด 8 ราย โดยเปลี่ยนจากการเก็บค่าเช่าจากรายวันมาเป็นการเก็บล่วงหน้าในครั้งเดียว โดยเรียกเก็บรายละ 100,000-400,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 2,700,000 บาท

ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้ประกอบการ 5 ราย นำเงินไปส่งมอบให้กับตัวผู้ถูกกล่าวหาโดยตรงและตัวผู้ถูกกล่าวหานั้นมีการเบียดบังเงินรายได้ส่วนนี้ไป 1,000,000 กว่าบาท ซึ่งในประเด็นนี้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามมาตรา 147, 149, 151 และมาตรา 157

ส่วนประเด็นที่ 2 ในกรณีการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนโดยมิชอบ ปรากฏข้อเท็จจริงว่าตัวผู้ถูกกล่าวหาได้สั่งครูภายในโรงเรียนให้นำเงินค่าอาหารกลางวันมามอบให้กับผู้ถูกกล่าวหาโดยอ้างว่าจะนำเงินไปพัฒนาโรงเรียน โดยมีการว่าจ้างเอกชนที่มีความสนิทสนมกันมาทำป้ายโรงเรียนมูลค่ากว่า 500,000 บาท และมีการทำเอกสารประมาณการราคากลางย้อนหลัง

ซึ่งจากการสอบปากคำพยานทางด้านโยธาพบว่ามูลค่าของป้ายโรงเรียนมีมูลค่าเพียง 300,000 บาท ซึ่งเท่ากับว่าการก่อสร้างป้ายโรงเรียนนั้นมีราคาการก่อสร้างแพงกว่าความเป็นจริง โดยประเด็นนี้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ได้ชี้มูลความผิดทางอาญามาตรา 151 และ มาตรา 157 และมีการชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

สำหรับกรณีการชี้มูลความผิดของนายประวิทย์ จารุรัชกุล นายก อบต.สำโรง จ.ศรีสะเกษ ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติและมูลหนี้สินลดลงผิดปกติ โดยคดีดังกล่าวจาการไต่สวนพบว่ามีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติกว่า 37 ล้านบาท

ซึ่งจากการตรวจสอบรายรับรายจ่ายของผู้ถูกกล่าวหานั้นพบว่ารายจ่ายที่จ่ายออกไปนั้นไม่สอดคล้องกับรายรับ นอกจากนี้ทางผู้ถูกกล่าวหายังไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินดังกล่าวได้จึงถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

ส่วนคดีสุดท้ายการชี้มูลความผิดของนายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ หรือนายวัทธิกร หรือ มังกร ใสงาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดสุรินทร์ฐานร่ำรวยผิดปกติ โดยกรณีนี้เมื่อตอนกล่าวหาว่านายกิตติทัศน์ หรือนายวัทธิกร มีทรัพย์กว่า 200 ล้าน

แต่จากการไต่สวนพบว่าผู้ถูกกล่าวหานั้นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประมาณ 81 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินฝากประมาณ 74 ล้านบาท มีที่ดินมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท รถยนต์ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวนั้นไม่สัมพันธ์กับรายได้และไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

น.ส.สุกัญญา กล่าวว่า ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของป.ป.ช.ยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดผู้ถูกกล่าวหาทุกรายยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ป.ป.ช.ภาค 3 ชี้มูล อดีต สส.พปชร. ทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็ก เก็บเงินร้านค้าเข้ากระเป๋าตัวเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...