โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชี้ช่องไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต

The Better

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 06.00 น. • THE BETTER
บีโอไอมั่นใจอาเซียนยังน่าลงทุนท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง ชูจุดแข็งไทย 4 เสาหลักเป็นฐานลงทุนที่มั่นคง ขณะที่รอชงมาตรการรัฐบาลใหม่เคาะดึงนักลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงชั่วคราวแต่จะอยู่กับระบบเศรษฐกิจโลกไปอีกนาน ซึ่งต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจ ทั้งในด้านราคาพลังงาน ค่าขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบ

สำหรับประเทศไทยแผนการรับมือและยุทธศาสตร์การลงทุน ต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการดึงการลงทุน โดยวางตำแหน่งให้เป็นแหล่งลงทุนที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนในระยะยาว ใช้จุดแข็ง 4 ด้านที่โลกต้องพึ่งพาไทย เพื่อสร้าง "ความมั่นคง" (Security) ในมิติต่างๆ ประกอบไปด้วย 1.Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร): ใช้จุดแข็งด้านเกษตร อาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ

2.Energy Security (ความมั่นคงทางพลังงาน): มุ่งเน้นไปที่ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทข้ามชาติต้องการ 3. Supply Chain Security (ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน): ไทยเป็นฐานผลิตสำคัญของโลกในหลายอุตสาหกรรม เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และ 4.Human Security (ความมั่นคงของมนุษย์) ความโดดเด่นด้านการแพทย์และ Wellness ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค

นอกจากนี้ต้องสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ (New Industry Base) เพื่อรับมือกับต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ได้แก่กลุ่ม Bio & Clean Energy: เช่น ไบโอพลาสติก และเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ซึ่งจะมีบทบาทเมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า( EV) การผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตEVและแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน กลุ่ม Semiconductor & Advanced Electronics: ดึงบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้ามาตั้งศูนย์ดีไซน์และทดสอบ กลุ่ม Digital & AI: ส่งเสริม Data Center และหุ่นยนต์ และกลุ่ม High Value Services: ดึงการตั้งสำนักงานภูมิภาค ศูนย์วิจัย และศูนย์จัดหาชิ้นส่วน (Sourcing)

ขณะเดียวกันต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อการลงทุน (Ease of Doing Business) ลดอุปสรรคและดึงดูดนักลงทุนและบุคลากรทักษะสูง (Talent) อย่างมาตรการ Fast Pass เพื่อเร่งรัดการลงทุนโดยร่วมมือกับ 8 หน่วยงาน ลดระยะเวลาการอนุมัติอนุญาตลง 20-50% สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมีเงื่อนไขจะต้องมีการลงทุนอย่างน้อย 20% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

รวมถึงการปรับปรุงVISA และ Work Permit ให้สะดวกขึ้น เช่น การพิจารณายกเว้นการรายงานตัว 90 วันสำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และการเปลี่ยนไปใช้ Work Visa แทน

“การรับมือของไทยไม่ใช่เพียงการประคองตัวจากสงคราม แต่เป็นการใช้จุดแข็งด้านความปลอดภัยและความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และบุคลากร จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจเคลื่อนย้ายการลงทุนมาไทยท่ามกลางสภาวะความผันผวนของโลก เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ในทศวรรษหน้า”

นายนฤตม์ กล่าวว่า ทางบีโอไอเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาหลายเรื่องที่สำคัญ ได้แก่มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรม EV ซึ่งจากการหารือกับ 4 สมาคมในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เรียกร้องใน 3 เรื่องหลัก คือ การรักษาความต่อเนื่องของมาตรการสนับสนุน EV, มาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศที่ชะลอตัวมาหลายปี และมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและปกป้องฐานการผลิตไทย

การเสนอร่างยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติของไทย (2026-2050) ฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาลใหม่เห็นชอบเพื่อเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการสร้างระบบนิเวศและเร่งพัฒนาบุคลากรตามเป้าหมาย 80,000 คน

มาตรการด้านพลังงานสะอาด (Direct PPA): เตรียมเสนอหลักเกณฑ์การซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Direct PPA) สำหรับกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนต้องการมากแต่ยังรอความชัดเจนจากระดับนโยบาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...