เชฟบุช-เลอชาญ โก๊ะแอ แพสชันที่ปรุงจากใจสู่ครีเอเตอร์แถวหน้า
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 08.09 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร“สวัสดีครับเบบี๋” ประโยคเปิดคลิปที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ เชฟบุช-เลอชาญ โก๊ะแอ หนุ่มมาดเซอร์ที่ผสานความคมเข้มกับความอบอุ่นได้อย่างลงตัว ทำให้อาหารในคลิปไม่ใช่แค่น่ากิน แต่ชวนให้เราตกหลุมรักทุกจาน
ชวนคุณผู้อ่านมาพูดคุยกับเชฟบุช ครีเอเตอร์สายอาหารแถวหน้าที่มัดใจคนดูด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้มาจาก “เบบี๋ตัวจริง” ที่หยิบกล้องมาถ่ายเล่น ผสานกับแพสชันด้านอาหารที่ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก จากการดูรายการทำอาหาร สู่การเล่าเรื่องอาหารในสไตล์ของตัวเอง โดยช่วงโควิด-19 คือจังหวะสำคัญที่เชฟบุชตัดสินใจเปลี่ยนความชอบให้จริงจัง จากคลิปเล่นๆ ค่อยๆ เติบโตเป็นครีเอเตอร์ที่หลายคนหลงรักในวันนี้ “สมัยก่อนผมทำเว็บบอร์ด Diaryis เล่าเรื่องชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยน ซึ่งมีคนติดตามอยู่ไม่น้อย ด้วยความที่เป็นคนชอบบันทึกและชอบเขียน พอเปลี่ยนมาเล่าเรื่องผ่านวิดีโอ ก็เหมือนแค่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสาร แต่หัวใจยังเหมือนเดิม คือการถ่ายทอดเรื่องอาหารในแบบที่เป็นตัวเอง จุดเริ่มต้นของการทำคลิปเกิดขึ้นในปี 2020 ถ่ายกันง่ายๆ ที่โรงรถหน้าบ้าน มีน้องแมวคู่ใจ ‘กัปตัน’ เป็นทั้งเพื่อนร่วมเฟรมและรูปโปรไฟล์ คนเลยชอบเข้ามาดูโมเมนต์สนุกๆ ว่าวันนี้ผมกับกัปตันจะทำเมนูอะไร “คอนเซ็ปต์ไม่ได้ซับซ้อนครับ แค่อยากทำอาหารโชว์สกิลในแบบของตัวเอง บอกสูตรและเคล็ดลับ เน้นเมนูที่ทำตามได้จริง ช่วงแรกจะถนัดอาหารฝรั่งโฮมเมดอย่างไก่อบมันบด หรือไก่ทอดสูตรผู้พันแบบดั้งเดิม ทุกขั้นตอนทำเองหมด ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนหลักไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้จานธรรมดาอร่อยขึ้น ก่อนจะขยับมาทำอาหารไทยมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นผัดกะเพราหรือหมูทอดน้ำปลา กลายเป็นการผสมผสานทั้งอาหารฝรั่งและไทย คละกันไปตามอารมณ์และความอยากกินในแต่ละช่วง”
มุกประจำอย่าง “สวัสดีครับเบบี๋ เบบี๋ครับ” และ “เอนจอยครับ” กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนติดหูและจดจำช่องได้ แต่หัวใจสำคัญจริงๆ คือสูตรอาหารที่ทำตามได้ ไม่ใช่แค่ดูสนุก เชฟบุชเล่าว่าในช่วงแรกหลายคนอาจคลิกเข้ามาเพราะเห็นเชฟหนุ่มทำอาหาร แต่สุดท้ายเขาดูต่อเพราะอยากได้สูตร นำไปลองทำ และกลับมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จนค่อยๆ ก่อร่างเป็นคอมมูนิตีที่เติบโตไปพร้อมกับช่อง ขณะเดียวกันเขาก็ปรับสไตล์การทำอาหารให้เข้าถึงง่ายขึ้น จากช่วงแรกที่ค่อนข้าง Traditional สู่รูปแบบที่ทุกคนทำตามได้มากขึ้น “จุดเริ่มต้นที่ทำด้วยแพสชัน วันนี้ค่อยๆ เติบโตเป็นธุรกิจ ทุกอย่างเปลี่ยนไปบ้าง และอาจกัดกร่อนความเป็นตัวเองไปบางส่วน แต่ผมก็ยอมรับได้และรู้สึกโอเค จึงเลือกเติมแพสชันใหม่ๆ ให้ชีวิต ทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและตะวันออกกลาง ทำให้กลับมารู้สึกสนุก และ Fulfilled อีกครั้ง” เชฟบุชได้กล่าวถึงมุมมองของเขาเกี่ยวกับเทรนด์อาหารว่ามาไวไปไวตามกระแสโซเชียล ร้านที่ติดกระแสอาจไปต่อได้ไกล ขณะที่ร้านคุณภาพหลายแห่งกลับเงียบหาย ซึ่งน่าเสียดาย เขาอยากเห็นร้านดีๆ อยู่ต่อนานๆ อีกเทรนด์คืออาหารเพื่อสุขภาพ เขามองว่าอาหารคือยาและช่วยฮีลใจได้ และในปี 2026 เทรนด์นี้จะยิ่งเด่นชัดขึ้น ทั้งการฟื้นฟูร่างกายและเยียวยาจิตใจ ทริกดูแลตัวเองง่ายๆ หลังวันเหนื่อยๆ เชฟบุชเลือกเมนูที่ย่อยง่ายและบำรุงสมอง เช่น สเต๊กแซลมอนหรือเมนูปลาแทนเนื้อแดงที่ย่อยยาก ส่วนวันที่ล้ามากและไม่อยากทำอาหารจะเลือกกรีกโยเกิร์ตกับผลไม้ เติมน้ำผึ้งเล็กน้อยก็อิ่มท้องและยังช่วยเติมพลังแบบเบาๆ อีกด้วย
เมื่อถามถึงแพลนในอนาคตเชฟบุชบอกว่าเขาได้ลองทำมาแทบทุกอย่างแล้ว ทั้งอีเวนต์และโปรเจ็กต์คอลแลบหลายรูปแบบ วันนี้จึงอยากโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีที่สุดคือทำช่องอย่างสม่ำเสมอ ลงคลิปทุกวัน มีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำรายการโทรทัศน์ สำหรับบุคคลที่เป็นไอดอลเขาเทใจให้เชฟพล ตัณฑเสถียร เพราะอยากโลดแล่นอยู่ในวงการอาหารได้นานๆ เช่นเดียวกัน พร้อมฝากติดตามผลงานในรายการ “รุ่นใหญ่วัยเซียน” ทางช่อง 3 และ “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” ทางไทยรัฐทีวี ใครอยากได้สูตรลับความอร่อยอย่าลืมติดตามผลงานเชฟบุชกันนะคะ เอื้อเฟื้อสถานที่
25 Degrees Burger, Wine & Liquor Bar
ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ