โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'จิรุตม์' ข้ามห้วยนั่งกกต. จับตาสรรหาบอร์ดรฟท.ชุดใหม่ สานต่อทางคู่-ไฮสปีด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด รฟท. โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันการลาออกดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนภายหลังจากที่วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตามระเบียบต้องลาออกจากตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจภายใน 15 วันหลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา

สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ ทางกระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่และประธานบอร์ดคนใหม่ เพื่อให้การดำเนินงานของ รฟท. สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในกระบวนการสรรหาไม่นานนัก

ส่วนกรณีการแต่งตั้งและลงนามสัญญาจ้างผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยคนใหม่นั้น ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. ตามระเบียบของรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้จำเป็นต้องรอให้มีการแต่งตั้งประธานบอร์ด รฟท. คนใหม่เข้ามาเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบอร์ดชุดเดิมไม่ได้มีมติมอบหมายตัวแทนไว้

"ในระหว่างนี้ผู้ว่าการฯ จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะรักษาการไปก่อนจนกว่าบอร์ดชุดใหม่จะนัดลงนามสัญญา" นายจิรุตม์ กล่าว

ส่วนของภารกิจสำคัญที่ต้องการให้เร่งดำเนินการต่อเนื่อง นายจิรุตม์เน้นย้ำว่า รฟท. เป็นหน่วยงานที่เป็นความหวังของประชาชนและรัฐบาลในการเป็นกระดูกสันหลัง (Backbone) ของระบบโลจิสติกส์ประเทศ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและอุบัติเหตุบนท้องถนน

สำหรับโครงการที่ต้องเร่งรัดประกอบด้วย รถไฟทางคู่เฟส 1 และเฟส 2 รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 1 ที่ยังมีความล่าช้าในบางจุดจากการมอบพื้นที่ โดยเฉพาะการปรับวงเงินในบางโครงการที่ต้องรอการอนุมัติจาก ครม.

นอกจากนี้ยังมีโครงการไฮสปีดเฟส 2 ที่ต้องเตรียมความพร้อมเปิดประมูลงานโยธา และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายรถไฟสายสีแดง, โครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม ที่ต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ Non-core ผ่านบริษัทลูกคือ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อนำที่ดินและทรัพย์สินกว่าหมื่นแปลงมาบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าสูงสุด

อย่างไรก็ดีคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจาก 4,000 ล้านบาท เป็น 5,000-6,000 ล้านบาทในอนาคต เพื่อลดภาระการขาดทุนสะสมขององค์กรที่ไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารมาเป็นเวลานาน

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า หนึ่งกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการรถไฟฯ คือนโยบาย Open Access หรือการเปิดโครงข่ายรางให้เอกชนเข้ามาร่วมเดินรถ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนหัวรถจักรและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า

ส่วนรฟท. จะได้รับรายได้จากค่าใช้รางและการบริหารระบบอาณัติสัญญาณแทน ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องผลักดันควบคู่ไปกับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง (พรบ.ราง) เพื่อให้มีกฎหมายรองรับการดำเนินงานอย่างชัดเจน

สำหรับการบริหารจัดการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต ยังคงมีแนวทางการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งอาจเป็นรูปแบบการดำเนินงานโดยรัฐเองหรือการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ขึ้นอยู่กับมติของกระทรวงคมนาคมและ ครม. ต่อไป

อย่างไรก็ดีตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ นายจิรุตม์ ระบุว่า มีความภาคภูมิใจที่ได้ผลักดันโครงการระบบรางขนานใหญ่และก่อตั้งบริษัทลูก SRTA ได้สำเร็จตามแผนงาน เพื่อวางรากฐานให้รถไฟกลับมาเป็นระบบขนส่งหลักของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...