โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ปล่อยใจอิสระแบบ “ลิซ่า” ตามรอยเที่ยว “พังงา”

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 03.16 น. • เดลินิวส์
แนวสันทรายที่ทอดยาวสุดสายตาของ “แหลมหาด” เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา คือภาพล่าสุดของ Amazing Thailand Ambassador (อเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์) ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่มาพร้อมคำบรรยายที่ชวน “ปล่อยใจให้เป็นอิสระระหว่างเดินไปตามแนวสันทรายทอดยาวสุดสายตาบนเกาะยาวใหญ่” ให้ช่วงเวลาอันเงียบสงบช่วยให้ใจได้ผ่อนคลาย ให้มีเพียงเกลียวคลื่นเคียงข้าง และท้องฟ้าเปิดกว้าง เพื่อสัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย

กลุ่มงานอำนวยการด้านสื่อสารการตลาด (ททท.) พาตามรอยแคมเปญ Feel All the Feelings” ณ สถานที่ที่อเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ชวนไปเที่ยวเมืองไทยแห่งล่าสุด พร้อมกับสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว Trusted Thailand”

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดพลังการสื่อสารของแคมเปญ Amazing Thailand Ambassador เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยประสบการณ์จริงในประเทศไทย

“กระแส Amazing Thailand x LISA ซึ่งก่อให้เกิดปรากฏการณ์ LISA Effect “เที่ยวตามรอยลิซ่า” รวมถึงแนวทางการต่อยอดกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ของโครงการ กิจกรรมครั้งนี้มุ่งนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์”

แหลมหาด เกาะยาวใหญ่ เป็นชายหาดที่มีความงดงามโดดเด่นระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดลำดับที่ 21 ของโลกจาก World Beach Guide ประเทศอังกฤษ แถมยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Mechanic: Resurrection ด้วยความโดดเด่นของสันทรายสีขาวทอดยาวโค้งเป็นรูปตัว Y (วาย) ยื่นออกไปกลางทะเลน้ำใส สะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวของแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นบนเกาะยาวใหญ่ โดยมี บังยา–ดุสิทธิ์ บังเกิด ประธานชุมชนเกาะยาวใหญ่ พาสัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิดด้วยการพึ้นสองแถวตระเวนเที่ยวรอบเกาะ

ฟังเรื่องเล่าชาวเกาะยาวที่มีผืนนาร้างเก่าซึ่งกลายเป็นทุ่งน่าเลี้ยงวัวควายแทนในวันนี้ แม้เลิกทำนาแล้วแต่อาชีพประมงยังคงอยู่ หนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อของเกาะก็คือ “ปลากระตัก” หรือปลาฉิ้งฉ้าง ที่สร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ แวะดูชาวประมงคัดปลากระตักแล้วแน่นอนว่าต้องลิ้มรสเมนูจัดจ้านอย่าง “ยำปลากระตัก” เพ่อพิสูจน์ว่าของที่นี่ดีจริง

แล้วยังมีกิจกรรมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างการทำผ้าบาติกโดยมีจุดเรียนรู้อยู่ที่ “บาติก เดอ เกาะยาว” มีเวิร์คช้อปให้ลงมือทำและมีแบบสำเร็จรูปหลากรูปแบบพร้อมให้ช้อป วนจนทั่วเกาะแล้วก็ได้เวลาไปแหลมหาด จุดไฮไลท์ที่ต้องรอเวลาช่วงน้ำลงจึงจะสามารถเห็นเนินทรายยาวกว่า 1 กิโลเมตรทอดตัวยาวออกไปกลางทะเล เพราะทรายขาวละเอียดจึงทำให้แหลมหาดมีอีกชื่อเรียกว่า “สันหลังมังกรขาว” ด้วย

มาเที่ยวเกาะยาวใหญ่ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัก หรือจะเที่ยวหมู่เกาะไข่ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เที่ยวอ่าวคลองสน อ่าวหินกอง อ่าวล้าน ชมพระอาทิตย์ตกที่สะพานโล๊ะจาก นั่งเรือหางยาวไปดูกระชังกุ้งมังกร 7 สี หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปูม้า และปลาในกระชัง เรียนรู้การทำประมงพื้นบ้าน วิธีจับกุ้งหอยปูปลาในรูปแบบพอกินพอใช้ ล่องเรือชมป่าโกงกางบริเวณหาดสน และชมอุโมงค์ต้นโกงกาง หรือไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณท่าเรือหินกอง ผ่านลำธาร แอ่งน้ำตกหินกองตามเส้นทางเดินป่าระยะทาง 4 กิโลเมตร และเดินเล่นริมหาดทรายขาว หรือขี่จักรยานศึกษาเส้นทางธรรมชาติบนเกาะ ชมการสาธิตทำผลิตภัณฑ์จากน้ำนมแพะ สาธิตทำขนมบ้าบิ่น ชมการแสดงมวยกาหยง โดยทั้งหมดนั้นแนะนำให้พักค้างคืนที่โฮมสเตย์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นได้แบบจัดเต็ม

ไม่ใช่แค่ที่แหลมหาดเท่านั้น “เสม็ดนางชี” ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในแคมเปญ Feel All the Feelings ของลิซ่าด้วย เพราะความงดงามของวิวป่าเกาะของอ่าวพังงาเบื้องหน้า ทำให้จุดชมวิวเสม็ดนางชีเป็นอีกแลนด์มาร์กของพังงา ว่ากันว่าที่มาของชื่อมาจากการที่มีภิกษุชรารูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดเฒ่า และภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดหนุ่ม และยังมีแม่ชีอาศัยอยู่ใกล้ ๆ ยามที่แม่ชีจะต้องเดินผ่านลำคลองที่กั้นอยู่จึงจำเป็นต้องพับชายผ้าหรือถลกขึ้นเพื่อไม่ให้เปียก ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เหม็ดผ้า” จึงเป็นที่มาของ “เหม็ดนางชี” ก่อนจะค่อย ๆ เพี้ยนมาเป็น “เสม็ดนางชี” อย่างที่เรียกขานกันในปัจจุบัน

แต่เดิมการขึ้นมาชมวิวเสม็ดนางชีต้องขึ้นมาที่คาเฟ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แต่ปัจจุบันมีทางเดินพื้นกระจกใสของ “บียอนด์ สกายวอล์ก นางชี” ที่ว่ากันว่าเป็นทางเดินชมวิวลอยฟ้าริมทะเลที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของไทยวันนี้ โดยสูงจากระดับน้ำทะเล 80 เมตร ยาว 180 เมตร รับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 1,500 คนต่อรอบ ดังนั้นหากมาถึงในช่วงเช้ามืดเพื่อมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหมู่ภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ที่กระจายตัวอยู่อย่างลงตัว ท่ามกลางป่าชายเลนผืนใหญ่ที่โอบล้อม แล้วเจอผู้คนมากมายที่มารอชมภาพงดงามเช่นกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าพื้นกระจกใสนั้นจะรับน้ำหนักผู้คนไม่ไหว

ใกล้ ๆ กันยังมี “จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี” จุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา 180 องศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ทั้งวัน ทั้งชมแสงอาทิตย์ยามเย็น ชมดาวตอนกลางคืน และชมแสงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ที่มาของชื่อ “โต๊ะหลี” นั้น มาจากคำว่า “โต๊ะ” ในภาษาถิ่นที่หมายถึง “ตา” หรือ “ทวด” ส่วนคำว่า “หลี” ก็คือชื่อผู้สูงวัยที่เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ ผู้เป็นคนบุกเบิกจุดท่องเที่ยวนี้

แม้จะห่างกันแค่ 2 กิโลเมตร แต่ให้ความรู้สึกต่างกันเพราะหิน 3 ก้อนบริเวณจุดชมวิวที่วางเรียงตัวสลับกัน และจุดพระอาทิตย์ขึ้นที่เหลื่อมกัน ที่สำคัญที่นี่สามารถชิลกับการกางเต็นท์ค้างแรมเพื่อจะได้นอนชมดาวยามค่ำคืนได้ด้วย เพราะที่นี่ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็น Dark Sky Properties เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคลแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ มีจุดเด่นทางด้านดาราศาสตร์ มีแลนด์มาร์ก สำหรับถ่ายรูปคู่วัตถุท้องฟ้าหลายที่ เช่น จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี เสม็ดนางชี ชิงช้าคู่กลุ่มดาวทางทิศเหนือ หรือภาพดาวหมุน เป็นต้น เหมาะสำหรับกลุ่มนักดาราศาสตร์สมัครเล่นหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ หรือกลุ่มนักดูดาวและปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้า จะขับรถเข้ามาได้เองหรือจะใช้บริการรถของชุมชนแทนหากไม่มั่นใจ เพราะเส้นทางค่อนข้างสูงชัน

มาถึงพังงาแล้วต้องออกทะเลไปเที่ยว “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” อีกหนึ่งไฮไลท์ด้วย หมู่เกาะในทะเลอันดามันที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า แหล่งปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย การเรียงตัวของเกาะที่อยู่ในกลุ่มอ่าวขนาดใหญ่ สามารถกำบังคลื่นลมได้ดีทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งรอบเกาะ โดยเฉพาะเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ที่ตั้งอยู่ชิดกันคล้ายเกาะแฝด มีพื้นน้ำตื้น ๆ กว้างประมาณ 200 เมตรกั้นอยู่ ในช่วงน้ำลงสามารถข้ามไปมาระหว่างเกาะได้ ลักษณะเหมือนทะเลแหวก เรียกว่า “อ่าวช่องขาด” ลักษณะของน้ำขึ้นและน้ำลงวันละ 4 ครั้ง และระดับสูงสุดและต่ำสุดต่างกันถึง 3 เมตร ทำให้กระแสน้ำเลียบฝั่งหมุนเวียนรวดเร็วและแรง เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพใต้ท้องทะเลที่หลากหลาย นอกจากปลาเล็ก ๆ สวยงามในกลุ่มปะการังแล้ว ยังมีโอกาสพบสัตว์ขนาดใหญ่อย่างฉลามวาฬ และเต่าทะเลขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์

นอกจากโลกใต้ทะเลอันอุดมสมบูรณ์แล้ว หมู่บ้านมอแกนคืออีกจุดที่ต้องแวะเยี่ยมเยือน หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางทะเลอันดามันแห่งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มของผู้คนที่ใช้นามสกุลเดียวกันว่า “กล้าทะเล” เดินเล่นชมบ้านไม้ริมอ่าว แวะอุดหนุนของที่ระลึกทำมือสุดเก๋อย่างสร้อย กำไล กระเป๋า หรือพวงกุญแจจากวัสดุเหลือใช้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่าง 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคม เพราะเป็นฤดูที่อุทยานแห่งชาติเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม

ส่วนบริเวณอ่าวแม่ยาย เป็นอ่าวที่ยังคงความสมบูรณ์เป็นแนวกว้าง ของปะการังหลากชนิด และฝูงปลานานาชนิด เป็นพื้นที่ที่สงบเงียบและสวยงามทั้งชายหาดและใต้ทะเลเช่นเดียวกับอ่าวไม้งามและอ่าวสุเทพ ส่วน“อ่าวเต่า” เป็นจุดที่ยังมีความสมบูรณ์ของแนวปะการังและกัลปังหา

อีกไฮไลท์ของพังงาที่ห้ามพลาดและต้องรอช่วงเวลาสำคัญคือ กิจกรรมล่องแก่งสองแพรก” กิจกรรมผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ใกล้น้ำตกโตนปริวรรต ตลอดระยะทางราว 5 กิโลเมตร ตื่นเต้นเร้าใจกับโขดหิน กระแสน้ำเชี่ยว โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยให้บริการทุกวันรอบเช้าและบ่ายตามเวลาการปล่อยน้ำจากฝาย บอกเลยว่าถ้ามีเวลาต้องมาเพราะสนุกตั้งแต่ต้องนั่งเรือยางคอยเวลาปล่อยน้ำจากฝากแล้งจึงค่อยปล่อยเรือยางไถลลงจากเนินลงน้ำ ยังไม่นับช่วงที่ต้องผ่านเกาะแก่งตลอดทางท่ามกลางน้ำเชี่ยว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่เขาหลักอย่างการเยี่ยมชม The Board Factory” (เดอะ บอร์ด แฟคทอรี่) โรงงานผลิตกระดานโต้คลื่นแบบ Hand Craft (แฮนด์คราฟท์) งานทำมือที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้รับฉายาว่าเป็นโรงงานที่อยู่ใกล้ทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และกิจกรรมเรียนรู้กีฬาโต้คลื่น ณ หาดปะการังหรือเมโมรีบีช แหล่งโต้คลื่นยอดนิยมของพังงา รวมถึงการเยี่ยมชมบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติริมทะเล เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพในรูปแบบ Leisure & Wellness การพักผ่อนเชิงสุขภาพด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...