โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มน้อยวัย 15 ขโมยรถบัส ขับไกลกว่า 130 กม.ไปส่งแฟนสาวที่โรงเรียน

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 20.54 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 13.23 น. • เดลินิวส์
วัยรุ่นชาวเยอรมันก่อเหตุขโมยรถบัสจากบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ก่อนจะขับรถคันดังกล่าวข้ามเมืองเพื่อไปส่งแฟนสาวถึงหน้าโรงเรียน

วานนี้ (20 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีวัยรุ่นขโมยรถบัสด้วยเหตุผลประหลาดในเยอรมนี

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันศุกร์ที่แล้วในเมืองวีสบาเดิน เมื่อเด็กหนุ่มวัย 15 ปี ลอบเข้าไปในอู่จอดรถของบริษัทขนส่งท้องถิ่น เขาจัดการเปิดประตูรถบัสคันหนึ่งและสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจรถที่ขโมยมา โดยรถคันดังกล่าวมีน้ำมันเต็มถังพร้อมใช้งาน

เด็กหนุ่มขับรถออกไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ แม้ว่ากล้องวงจรปิดจะบันทึกภาพไว้ได้ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 06:00 น. บริษัทจึงเริ่มตระหนักว่ามีรถหายไป แต่ในตอนแรกพนักงานสันนิษฐานเพียงว่า คนขับรถของบริษัทน่าจะหยิบกุญแจผิดและขับรถออกไปผิดคัน ทำให้กว่าจะมีการแจ้งตำรวจช้าไปจนถึงช่วงเกือบเที่ยงวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุพิกัดของรถได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบจีพีเอส พวกเขาพบว่ารถบัสอยู่ที่เมืองคาลส์รูเออ ซึ่งห่างจากเมืองวีสบาเดินประมาณ 130 กิโลเมตร เมื่อรถสายตรวจในพื้นที่พบรถบัสคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ถึงกับตกตะลึงเมื่อพบว่าคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยคือเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งกำลังขับรถกลับเมืองวีสบาเดิน

จากการสืบสวนพบว่า เด็กหนุ่มขโมยรถเพื่อใช้ขับไปส่งแฟนสาววัย 14 ปีที่โรงเรียนในเมืองคาลส์รูเออ โดยแฟนสาวของเขาได้นั่งอยู่บนรถตลอดเส้นทางที่เขามุ่งหน้าไปยังเมืองดังกล่าว เขาขับรถบัสคันมหึมาผ่านเส้นทางต่างๆ เป็นระยะทางรวมกว่า 130 กิโลเมตร ไปยังจุดหมายปลายทาง

หลังจากเจ้าหน้าที่พบว่า คนขับรถบัสที่ถูกขโมยเป็นเพียงเยาวชนที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ก็ควบคุมตัวเด็กหนุ่มไว้และส่งตัวให้ผู้ปกครองดูแลต่อในทันที แต่หนุ่มวัยรุ่นยังคงต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต

นับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่ตลอดการเดินทางกว่า 130 กิโลเมตรนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และรถบัสคันดังกล่าวถูกส่งคืนให้กับบริษัทผู้ดำเนินการในสภาพไร้รอยขีดข่วน

ที่มา : jpost.com, odditycentral.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...