บีโอไอ ชี้คลื่นลงทุนลูกที่ 3 เข้าไทย สงครามการค้า-เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมฐานผลิตโลก
บีโอไอ ประกาศสัญญาณบวกครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทยหลังกระแส “Trade War-Tech War” การปรับโครงสร้างซัพพลายเชนโลกดันให้เกิด “คลื่นการลงทุนลูกที่ 3” นักลงทุนมุ่งมาที่ไทยเน้นเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในงานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” จัดโดยมติชนว่า ย้อนกลับไปในอดีตไทยเคยรับคลื่นการลงทุนสำคัญมาแล้ว 2 ระลอก โดยระลอกแรกเมื่อกว่า 60 ปีก่อน เป็นการลงทุนแบบใช้ทรัพยากรและแรงงานเข้มข้น
ส่วนระลอกที่ 2 เป็นการลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนและแรงงานจำนวนมาก แต่คลื่นลูกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้เป็นคลื่นลูกที่ 3 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูง AI พลังงานสะอาด และนวัตกรรมแห่งอนาคต
“เมื่อก่อนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนปีละเพียง 10-15 โครงการ แต่หลังเกิดข้อตกลงการค้าการลงทุนญี่ปุ่นกระโดดขึ้นเกือบ 200 โครงการต่อปี และวันนี้โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง”
ปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนทิศทางการลงทุนโลกมี 3 ด้านหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความยั่งยืน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ยุคใหม่ หุ่นยนต์ และ Humanoid ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล
ขณะเดียวกัน กระแส Net Zero และมาตรฐาน ESG ทำให้บริษัทชั้นนำทั่วโลกเร่งลงทุนในพลังงานสะอาดและ Green Investment มากขึ้น ส่วนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ผลักดันให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงและสร้าง Supply Chain ใหม่ที่มีเสถียรภาพมากกว่าเดิม
ทั้งนี้ นักลงทุนยุคใหม่ไม่ได้เลือกประเทศจากต้นทุนต่ำอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความปลอดภัย และความพร้อม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และพลังงานสะอาด ส่งผลให้อาเซียนกลายเป็น Bright Spot ของโลกด้านการลงทุน แม้ FDI ทั่วโลกจะชะลอตัว แต่อาเซียนกลับเติบโตเพิ่มขึ้น 8%
สำหรับประเทศไทย ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคจากจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูง ซัพพลายเชนครบวงจร รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่แข่งขันได้
ผลสำรวจผู้บริหารระดับโลกกว่า 500 คนของ Kearney ยังระบุว่า ไทยกลับมาติด Top 20 ประเทศที่น่าลงทุนของโลกอีกครั้ง หลังหลุดอันดับไปหลายปีและอยู่อันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์โดยปัจจัยสำคัญมาจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ของบีโอไอ
ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และล่าสุดช่วงต้นปีไตรมาส 1 มีคำขอลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านบาท จากกว่า 600 โครงการ เพิ่มขึ้นถึง 2.4 เท่า อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ ดิจิทัลและ Data Center กลุ่ม Semiconductor และ Electronics รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
สำหรับประเทศไทยกำลังกำหนด 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อเป็น New Growth Engine ของประเทศ ได้แก่ AI และเศรษฐกิจสีเขียว, EV, Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์, ธุรกิจระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ในกลุ่ม AI และดิจิทัล
ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บีโอไอส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 46 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.8 แสนล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ Data Center, Cloud Service ไปจนถึง AI Ecosystem ส่วนอุตสาหกรรม Semiconductor ซึ่งกำลังเป็นยุทธศาสตร์โลกนั้น ไทยตั้งเป้ายกระดับตัวเองสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงทั้ง IC Design, Wafer, Advanced Packaging และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปลายน้ำอย่าง EV และดิจิทัล
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีคำขอลงทุนในกลุ่ม Semiconductor และ Electronics มากกว่า 800 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านบาท โดยบริษัทระดับโลกหลายแห่งเริ่มเข้ามาตั้งฐานในไทย เช่น ASML ที่ประกาศสร้าง Supply Chain ในไทย รวมถึง Analog Devices ที่เปิดศูนย์ IC Design ขนาดใหญ่ในไทย และ Infineon Technologies ที่กำลังก่อสร้างโรงงานพร้อมศูนย์วิจัยแห่งแรกในประเทศ
อีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตโดดเด่น คือ PCB หรือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการลงทุนกว่า 200 โครงการ มูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านบาท โดยบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 50 ราย เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย และเริ่มขยายการลงทุนเฟส 2 และเฟส 3 แล้ว
นอกจากนี้ กลุ่มหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และ Humanoid ก็กำลังเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับหุ่นยนต์อัจฉริยะระดับโลก การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานเข้ามาตั้งในไทย แต่คือการยกระดับประเทศจากฐานการผลิตไปสู่ฐานนวัตกรรมของโลก ผ่าน 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ทักษะแรงงานใหม่ ซัพพลายเชนใหม่ และพลังงานสะอาด
“เป้าหมายของไทย คือทำให้โลกคิดถึงประเทศไทย เมื่อมองหาฐานลงทุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บีโอไอ ชี้คลื่นลงทุนลูกที่ 3 เข้าไทย สงครามการค้า-เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมฐานผลิตโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net