โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บีโอไอ ชี้คลื่นลงทุนลูกที่ 3 เข้าไทย สงครามการค้า-เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมฐานผลิตโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 06.56 น.
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

บีโอไอ ประกาศสัญญาณบวกครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทยหลังกระแส “Trade War-Tech War” การปรับโครงสร้างซัพพลายเชนโลกดันให้เกิด “คลื่นการลงทุนลูกที่ 3” นักลงทุนมุ่งมาที่ไทยเน้นเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในงานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” จัดโดยมติชนว่า ย้อนกลับไปในอดีตไทยเคยรับคลื่นการลงทุนสำคัญมาแล้ว 2 ระลอก โดยระลอกแรกเมื่อกว่า 60 ปีก่อน เป็นการลงทุนแบบใช้ทรัพยากรและแรงงานเข้มข้น

ส่วนระลอกที่ 2 เป็นการลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนและแรงงานจำนวนมาก แต่คลื่นลูกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้เป็นคลื่นลูกที่ 3 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูง AI พลังงานสะอาด และนวัตกรรมแห่งอนาคต

“เมื่อก่อนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนปีละเพียง 10-15 โครงการ แต่หลังเกิดข้อตกลงการค้าการลงทุนญี่ปุ่นกระโดดขึ้นเกือบ 200 โครงการต่อปี และวันนี้โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง”

ปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนทิศทางการลงทุนโลกมี 3 ด้านหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความยั่งยืน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ยุคใหม่ หุ่นยนต์ และ Humanoid ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล

ขณะเดียวกัน กระแส Net Zero และมาตรฐาน ESG ทำให้บริษัทชั้นนำทั่วโลกเร่งลงทุนในพลังงานสะอาดและ Green Investment มากขึ้น ส่วนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ผลักดันให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงและสร้าง Supply Chain ใหม่ที่มีเสถียรภาพมากกว่าเดิม

ทั้งนี้ นักลงทุนยุคใหม่ไม่ได้เลือกประเทศจากต้นทุนต่ำอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความปลอดภัย และความพร้อม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และพลังงานสะอาด ส่งผลให้อาเซียนกลายเป็น Bright Spot ของโลกด้านการลงทุน แม้ FDI ทั่วโลกจะชะลอตัว แต่อาเซียนกลับเติบโตเพิ่มขึ้น 8%

สำหรับประเทศไทย ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคจากจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูง ซัพพลายเชนครบวงจร รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่แข่งขันได้

ผลสำรวจผู้บริหารระดับโลกกว่า 500 คนของ Kearney ยังระบุว่า ไทยกลับมาติด Top 20 ประเทศที่น่าลงทุนของโลกอีกครั้ง หลังหลุดอันดับไปหลายปีและอยู่อันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์โดยปัจจัยสำคัญมาจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ของบีโอไอ

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และล่าสุดช่วงต้นปีไตรมาส 1 มีคำขอลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านบาท จากกว่า 600 โครงการ เพิ่มขึ้นถึง 2.4 เท่า อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ ดิจิทัลและ Data Center กลุ่ม Semiconductor และ Electronics รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV

สำหรับประเทศไทยกำลังกำหนด 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อเป็น New Growth Engine ของประเทศ ได้แก่ AI และเศรษฐกิจสีเขียว, EV, Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์, ธุรกิจระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ในกลุ่ม AI และดิจิทัล

ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บีโอไอส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 46 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.8 แสนล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ Data Center, Cloud Service ไปจนถึง AI Ecosystem ส่วนอุตสาหกรรม Semiconductor ซึ่งกำลังเป็นยุทธศาสตร์โลกนั้น ไทยตั้งเป้ายกระดับตัวเองสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงทั้ง IC Design, Wafer, Advanced Packaging และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปลายน้ำอย่าง EV และดิจิทัล

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีคำขอลงทุนในกลุ่ม Semiconductor และ Electronics มากกว่า 800 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านบาท โดยบริษัทระดับโลกหลายแห่งเริ่มเข้ามาตั้งฐานในไทย เช่น ASML ที่ประกาศสร้าง Supply Chain ในไทย รวมถึง Analog Devices ที่เปิดศูนย์ IC Design ขนาดใหญ่ในไทย และ Infineon Technologies ที่กำลังก่อสร้างโรงงานพร้อมศูนย์วิจัยแห่งแรกในประเทศ

อีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตโดดเด่น คือ PCB หรือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการลงทุนกว่า 200 โครงการ มูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านบาท โดยบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 50 ราย เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย และเริ่มขยายการลงทุนเฟส 2 และเฟส 3 แล้ว

นอกจากนี้ กลุ่มหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และ Humanoid ก็กำลังเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับหุ่นยนต์อัจฉริยะระดับโลก การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานเข้ามาตั้งในไทย แต่คือการยกระดับประเทศจากฐานการผลิตไปสู่ฐานนวัตกรรมของโลก ผ่าน 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ทักษะแรงงานใหม่ ซัพพลายเชนใหม่ และพลังงานสะอาด

“เป้าหมายของไทย คือทำให้โลกคิดถึงประเทศไทย เมื่อมองหาฐานลงทุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บีโอไอ ชี้คลื่นลงทุนลูกที่ 3 เข้าไทย สงครามการค้า-เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมฐานผลิตโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...