โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชีวิตพ่อเอากลับคืนมาไม่ได้! ลูกสาวแฉวงจรปิดมัด รพ. หลังพ่อผ่าตาปลาดับปริศนา

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
วันที่ 11 พ.ค. 2569 น.ส.เสาวนีย์ จำนงค์ยา อายุ 40 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ หลังจากพ่อเข้ารับการผ่าตัดตาปลา และเจ็บแผลกลับไปยังโรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง หลังจากนั้นพ่อเกิดอาการอ้วก

วันที่ 11 พ.ค. 2569 น.ส.เสาวนีย์ จำนงค์ยา อายุ 40 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ หลังจากพ่อเข้ารับการผ่าตัดตาปลา และเจ็บแผลกลับไปยังโรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง หลังจากนั้นพ่อเกิดอาการอ้วก ชักเกร็ง และเสียชีวิตภายในห้องฉุกเฉิน ซึ่งก่อนหน้านั้นทางแพทย์ผู้รักษาแจ้งว่า จะให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ แต่หลังจากที่พบว่าพ่อเสียชีวิตได้สอบถามโรงพยาบาล ได้รับการปฎิเสธว่า ยังไม่ได้ให้ยาดังกล่าว และเสียชีวิตอาจมาจากด้วยโรคหัวใจ ซึ่งพ่อเป็นข้าราชการบำนาญเพิ่งเกษียณ ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นโรคหัวใจ

โดย น.ส.เสาวนีย์ ลูกสาวกล่าวว่า นายสกล จำนงค์ยา อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการบำนาญ พ่อตนเองได้เข้าไปรับการรักษาผ่าตัดตาปลาที่เท้า ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในวันที่ 5 ม.ค. หลังจากนั้นได้กลับมาบ้านแล้วล้างแผลที่ รพ.สต. ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. พ่อเกิดอาการเจ็บปวดแผลเป็นอย่างมาก ร้องขอให้พาไปโรงพยาบาลจึงได้พากลับไปยังโรงพยาบาลที่รับการรักษา ในเวลา 13.48 น. โดยในขณะนั้นเมื่อไปถึงพ่อยังสามารถเดินเข้าโรงพยาบาลเองได้ เจ้าหน้าที่พาเข้าห้องฉุกเฉิน

ซึ่งทางแพทย์แจ้งว่าจะให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ ระหว่างที่พยาบาลได้ทำการดูแผล และดำเนินการรักษาพ่อ เจ้าหน้าที่ได้ให้ตนเองออกมาภายนอก ก่อนที่เวลา 14.23 น. ได้ยินเสียงพยาบาลเรียกชื่อพ่อภายในห้องฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่วิ่งกันอลหม่าน ก่อนจะได้รับแจ้งว่าพ่อหยุดหายใจ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลืออยู่ และแจ้งว่าเสียชีวิตเวลาในเวลา 15.05 น. ตอนนั้นตนเองถามว่า ได้ฉีดยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไปให้พ่อแล้วหรือยังและทางโรงพยาบาลได้ปฏิเสธว่ายังไม่ได้ฉีด การเสียชีวิตอาจเป็นสภาวะมาจากเป็นโรคหัวใจและเกิดการชักเกร็ง

หลังจากนั้น ได้นำศพตั้งบำเพ็ญกุศลศพได้ 4 คืน และเกิดข้อสงสัยจึงได้เข้าสอบถามพูดคุยกับทางโรงพยาบาลแจ้งว่าการเสียชีวิตอาจจะมาจากโรคหัวใจ ที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจแต่ขณะเข้ารับการรักษาได้แจ้งทางโรงพยาบาลเกี่ยวกับเรื่องของความดัน เก๊าและไตระยะ 3 และ วันที่ 10 ม.ค. ที่เข้าไปโรงพยาบาล ทาง เจ้าหน้าที่ ไม่ได้ตรวจวัดความดันก่อนเข้ารักษาแผลซึ่งเมื่อสอบถามได้รับแจ้งว่าเป็นไปตามขั้นตอนระบบการรักษามาตรฐานของโรงพยาบาล และไม่ได้มีการฉีดยาปฏิชีวนะยาแก้อักเสบอะไรเข้าไป พ่อของตนได้อ้วกและชักเกร็งจนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าวในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือแล้ว

ต่อมา ครอบครัวจึงได้ส่งศพไปชันสูตรโดยละเอียดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 15 ม.ค. ตอนนี้รอผลชันสูตรการเสียชีวิต ในวันที่ 20 มี.ค. โดยในเบื้องต้น แพทย์แจ้งว่าพบทริปเทส เกิน 200 กรัมต่อมิลลิลิตร เป็นสารหรือเอนไซม์ที่ถูกปล่อยออกมาจาก mast cell ในร่างกาย มักเกิดจากอาการแพ้อย่างรุนแรง ค่าปกติอยู่ในระหว่าง 1.9-13.5 นาโนกรัมต่อมิลลิลิต ความเห็นเสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน สันนิษฐานจากการแพ้รุนแรง

ประกอบกับได้เห็นภาพกล้องวงจรปิด โดยเห็นลักษณะของการให้ยาผ่านขวด และสายน้ำเกลือ และทำให้เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ทำการปล่อยยาผ่านเส้นเลือดให้กับพ่อแล้วจนภายหลังไม่นานได้เกิดอาการอ้วก คลื่นไส้อย่างรุนแรง ก่อนที่จะชักเกร็ง และเสียชีวิตดังกล่าว แต่จากประวัติการรักษาของโรงพยาบาลดังกล่าวไม่พบว่ามีการฉีดยาให้

ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวเกิดความกังวล เนื่องจากไม่ทราบว่าใครจะต้องเป็นผู้ชี้ว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการให้ยาฆ่าเชื้อ และทำให้เสียชีวิตหรือไม่ แต่ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ซึ่งชีวิตของพ่อไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ อยาก ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านอย่างตนเองด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...