โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สยายปีก ตท.26 ส่ง 'เสธ.เอี่ยว' เข้าทำเนียบฯ เสริมทีมมั่นคง จับตา 'อานุภาพ' ไพ่ใบสุดท้าย ของ 'บิ๊กปู' เซฟ 'บิ๊กเต้'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 พ.ค. เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 02.11 น.

รายงานพิเศษ

สยายปีก ตท.26

ส่ง ‘เสธ.เอี่ยว’ เข้าทำเนียบฯ

เสริมทีมมั่นคง

จับตา ‘อานุภาพ’ ไพ่ใบสุดท้าย ของ ‘บิ๊กปู’ เซฟ ‘บิ๊กเต้’

เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย คุมความมั่นคง และยังเป็น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) และคุมกระทรวงกลาโหมเอง การแก้ไขปัญหาความมั่นคงจึงถูกจับตามองอย่างยิ่ง

ไม่ใช่แค่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ยังรวมถึงปัญหาชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานมากกว่า 20 ปี

โดยได้แต่งตั้ง “ผอ.นุ้ย” นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (ผอ.สขช.) เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ คนใหม่ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปแล้ว

นายอนุทินมีแนวคิดในการปรับคณะทำงานแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ใหม่ หลัง สมช.มีมติแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลชุดใหม่ (Special Envoy) ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยเบื้องแรกยังไม่มีการอนุมัติแต่งตั้งตัวบุคคล ว่าใครจะเป็นหัวหน้าคณะและทีมงาน ท่ามกลางกระแสข่าวว่าทางกองทัพเสนอชื่อบิ๊กเมา พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาค 4 และเคยเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขใต้ รวมถึงเป็นคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลมาก่อน ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญกับเพื่อน ตท.26 พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และพล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.

แต่เนื่องจากเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งแต่อดีตจนถึงในห้วงที่ผ่านมา ถึงบทบาทหน้าที่ของคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อน และที่ผ่านมามีการจัดตั้งขึ้นในหลายรัฐบาลแต่ก็ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม

อีกทั้งที่ผ่านมาก็จะกลายเป็นที่รวมของทหารเก่าทหารแก่ที่เคยอยู่ในภาคใต้ ทั้งอดีตแม่ทัพภาค 4 รองแม่ทัพภาค 4 และนายทหารชั้นนายพล ที่เติบโตในกองทัพภาค 4 เพราะถือว่ามีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ แต่ไม่เห็นผลสัมฤทธิ์

จึงทำให้นายอนุทินต้องการปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างบทบาทหน้าที่และตัวบุคคลในการทำหน้าที่คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล

เนื่องจากที่ผ่านมา คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลตั้งขึ้นมาจากไอเดียของการเป็น “คณะรัฐมนตรีส่วนหน้า” (ครม.ส่วนหน้า) ที่ลงไปช่วยกำกับดูแลการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้

เนื่องจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าที่มีแม่ทัพภาค 4 เป็น ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าด้วยนั้นอยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. ที่จะมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง หรือมากกว่านั้น และนอกเหนือจาก รมว.กลาโหมให้มาทำหน้าที่เป็นตัวแทน ครม. ที่ลงไปกำกับดูแลการแก้ปัญหาชายแดนใต้

ครั้งหนึ่ง ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยออกคำสั่งหัวหน้า คสช.แต่งตั้งให้บิ๊กโด่ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ทำหน้าที่นี้ และต่อมาก็ตั้ง บิ๊กช้าง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษนี้

แต่ก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และกระตุ้นการทำงานเท่านั้น

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญกับเพื่อน ตท.26

ดังนั้น ในรัฐบาลของนายอนุทิน ที่คุมความมั่นคงเองนี้ จึงมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนใหม่ โดยจะตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ที่ดูแลความมั่นคง ในมิติการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะ

โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นรองหัวหน้าคณะ

และดึงตัว เสธ.เอี่ยว พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) ของ พล.ท.อดุลย์ มาทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญ

ทีมกองบัญชาการกองทัพไทยกับพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว

โดยในยุคนี้ รัฐบาลให้บทบาทความสำคัญกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงรอบด้าน และมีโครงสร้างที่วางไว้รองรับปัญหาความมั่นคงทุกมิติอยู่แล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านมามักจะไม่ค่อยใช้กลไกนี้

คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลนี้ก็จะทำงานประสานกับคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีนายฐนัตถ์เป็นหัวหน้าคณะ โดยทำงานภายใต้ปีกของ สมช.

จากเดิมที่คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลนี้มักจะเป็นอดีตทหารที่เคยทำงานในชายแดนภาคใต้ ในกองทัพภาค 4 แต่ที่ผ่านมาหลายชุดถูกวิจารณ์ว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อนและไม่เห็นผล นายอนุทินจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและโครงสร้าง รวมถึงตัวบุคคลในการทำงาน

การทำหน้าที่ของคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในยุคนี้จะครอบคลุมในมิติด้านการต่างประเทศด้วย เพราะจะต้องมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่ยังคงบทบาทหน้าที่ในการเป็นผู้อำนวยความสะดวก การพูดคุยระหว่างตัวแทนฝ่ายไทยที่รัฐบาลตั้งขึ้น กับตัวแทนขบวนการแบ่งแยกดินแดน BRN

แม้จะรู้กันดีว่ามาเลเซียก็ไม่ได้เต็มร้อย ในการช่วยเหลือปัญหาชายแดนใต้ เพราะมักจะเกิดคำถามเสมอว่าตัวแทน BRN ที่มาเลเซียคัดเลือกมาพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลไทยในยุคที่ผ่านมาหลายปีนั้นเป็นตัวจริงหรือไม่ เพราะไม่สามารถทำให้เหตุการณ์รุนแรงในชายแดนภาคใต้ของไทยลดน้อยลงได้หรือเกิดความสงบในที่สุด

แม้ว่าที่ผ่านมาฝ่ายไทยจะเคยร้องขอให้มาเลเซียติดต่อพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างกลุ่มอื่น เช่น PULO และ GMIP แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากมาเลเซีย แต่กลับมีปฏิกิริยาออกมาในรูปแบบที่ฝ่าย BRN คัดค้าน

กระนั้นก็ตาม แม้ฝ่ายไทยจะรู้ว่าไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็จำเป็นจะต้องใช้วิธีการพูดคุยกับตัวแทน BRN ต่อไปเพื่อให้เห็นเจตนาว่าต้องการใช้การเจรจาและสันติวิธี ในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้กำลังทางทหาร

พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว

ดังนั้น คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลชุดนี้จึงมีนายสีหศักดิ์ เป็นหัวหน้าคณะ ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล และการแก้ปัญหาความมั่นคงชายแดนใต้ของนายอนุทิน ดูมีความเปลี่ยนแปลง และมีความหวังมากขึ้น

นอกจากนี้ ทำให้เตรียมทหารรุ่น 26 ถูกจับตามองมากขึ้น

เพราะ พล.อ.ณัฐพงษ์ถือเป็นการนำรุ่นคนสำคัญในกองบัญชาการกองทัพไทย โดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศรอบบ้าน เนื่องจากเคยเป็นกิจการชายแดนทหาร และเมื่อขึ้นมาเป็นรองเสนาธิการทหารก็ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) รวมถึงชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

โดยเฉพาะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจากับกัมพูชาที่ผ่านมาและมีการลงนามในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement : JS) หยุดยิง 27 ธันวาคม 2568 ที่มีการชิงไหวชิงพริบ การต่อรอง กดดัน จนทำให้ถูกมองว่าทั้ง 16 ข้อในถ้อยแถลงร่วมนี้ทำให้ฝ่ายไทยได้เปรียบ

แต่ด้วยจังหวะย่างก้าวในกองทัพของ พล.อ.ณัฐพงษ์ ที่ไปทำงานการเมืองในยุครัฐบาล คสช. และเคยเป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ในยุคที่บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นรมว.ศึกษาธิการ จึงทำให้การเติบโตในกองทัพเสียจังหวะ

จากที่เคยถูกจับตามองว่าเป็นแคนดิเดตเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ในเวลานี้ได้มีการวางตัว เสธ.จุ๊ฟ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 เช่นกัน ที่เวลานี้ขึ้นแท่นเป็นเสนาธิการทหาร รองอาวุโสในอัตราพลเอกพิเศษแล้ว สามารถขยับขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต่อจาก บิ๊กหยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รุ่นพี่เตรียมทหาร 24 ที่จะเกษียณตุลาคม 2570

แต่อย่างไรก็ตาม หาก พล.อ.ณัฐพงษ์ขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร ในการแต่งตั้งโยกย้ายเดือนตุลาคม 2569 นี้ ก็เป็นที่น่าจับตามองว่าอาจแซงโค้งสุดท้ายขึ้นเป็นผู้บัญชาการสูงสุดหรือไม่ ซึ่งก็จะถือว่าเป็นการตัดหน้า พล.อ.ชิดชนก ที่เติบโตมาตามเส้นทางเหล็ก เสือป่า ทัพไทย โดยเฉพาะการเติบโตมาจากกรมยุทธการทหาร

เพราะหากเปรียบเทียบ พล.อ.ณัฐพงษ์ จะมีคอนเน็กชั่น และทำงานใกล้ชิดนายอนุทิน และ พล.ท.อดุลย์มากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ พล.อ.ณัฐพงษ์มักจะเป็นตัวแทน ไปประชุมหรือพบนายกรัฐมนตรีหรือ รมว.กลาโหมแทน

โดยก่อนหน้าที่ พล.อ.ณัฐพงษ์จะถูกดึงตัวไปเป็นเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ได้เกิดกระแสข่าวทั้งในกองทัพไทย และ สมช.ว่า พล.อ.ณัฐพงษ์อาจจะมาเป็นเลขาฯ สมช. ในการแต่งตั้งโยกย้ายตุลาคม 2569 นี้ ทั้งที่เลขาฯ หนุ่ม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช.คนปัจจุบันยังมีอายุราชการถึงตุลาคม 2570

แต่กระแสข่าวลือนั้นก็เบาบางลงเมื่อมีความชัดเจนว่า พล.อ.ณัฐพงษ์ จะแค่มาเป็นเลขาฯ คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ทำงาน สมช.เท่านั้น แต่ก็คงต้องจับตามองการโยกย้ายปลายปีอีกครั้งทั้งในส่วนของกองทัพไทยและ สมช.

พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล

เช่นเดียวกัน ความไม่แน่นอนในตำแหน่งผู้นำกองทัพ ภายใต้ยุคเฟื่องฟูของ ตท.26 ภายใต้การนำของ พล.ท.อดุลย์ และบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เพราะมีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนที่เป็นแคนดิเดต

โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพบก ที่ก่อนหน้านี้แม้จะมีการจับตาไปที่ บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ที่เติบโตจากสายรบพิเศษ อาจจะได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ต่อจาก พล.อ.พนาที่จะเกษียณราชการตุลาคม 2570 เพราะถือเป็นเพื่อนรัก ที่เคียงข้างในห้วงการสู้รบกับกัมพูชาที่ผ่านมา โดย พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ในการสู้รบรอบแรกกรกฎาคม 2568 จนมาถึงการรบรอบ 2 ธันวาคม 2568

และเมื่อ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ขยับขึ้นมาเป็น 5 เสือกองทัพบกแล้ว ก็ได้มีบทบาทสำคัญในส่วนของสายรบพิเศษ และการส่งกำลังบำรุง ตามที่ พล.อ.พนาได้มอบหมาย

แต่หากสำรวจ ในบรรดาแกนนำเตรียมทหารรุ่น 26 ในกองทัพบก ยังพบว่ามีบิ๊กเอก พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ที่เป็นทีมทำงานของ พล.อ.พนา ที่เกษียณราชการตุลาคม 2571 เช่นเดียวกับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์

พล.อ.อานุภาพ เติบโตมาในสายทหารรักษาพระองค์ จากกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เคยเป็น ผบ.ร.1 พัน 3 รอ. และได้รับการคัดเลือกให้เป็นต้นแบบ ไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพัน รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ (จปร.)

แต่เมื่อขึ้นไปนายพล ก็จะมาเติบโตในฝ่ายอำนวยการ จากการเป็นเลขานุการกองทัพบก เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการทหารบก และขึ้นเป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสธ.ประจำ ผบช. และให้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ในส่วนของกองทัพบก ภายใต้ “กองทุนหทัยทิพย์” รวมทั้งโครงการจิตอาสาพระราชทานในส่วนของกองทัพบก

เนื่องจาก พล.อ.อานุภาพจะเป็นราชองครักษ์ฯ (นรอ.) แล้ว ยังอาจเป็นไพ่ใบสุดท้ายของ พล.อ.พนา ในการโยกย้าย ก่อนตนเองเกษียณ หากไม่สามารถดัน พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ได้สำเร็จ หรือเกิดอุบัติใด

ดังนั้น จึงต้องรอดูว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายตุลาคม 2569 นี้ หาก พล.อ.อานุภาพได้ขยับเข้าเป็นห้าเสือกองทัพบก ก็จะกลายเป็นแคนดิเดต ชิง ผบ.ทบ.อีกคน หรืออาจจะถูกส่งไปกินโควต้าของกองทัพบก ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนเกษียณราชการ

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์กับพล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ

แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์มีโอกาสสูงกว่า ในการขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เพราะ พล.อ.พนา ก็มอบหมายงานสำคัญ ในเรื่องการส่งกำลังบำรุงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ การเสริมสร้างความพร้อมรบ รวมทั้งการมอบหมายงานให้เป็นตัวแทนในภารกิจต่างๆ

เช่นเดียวกับบิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. อีกคนที่เป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร 27 ที่กำลังถูกจับตามองว่า แม้เสียเปรียบในการชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในยามที่เตรียมทหาร 26 เรืองอำนาจ จึงอาจจะถูกส่งข้ามไปเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และก็จะกลายไปเป็นคู่ชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกับ พล.อ.ชิดชนก

หรืออาจถูกส่งข้ามไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อไปรอลุ้น ต่อคิวเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหมก่อนเกษียณตุลาคม 2571 เพราะคาดกันว่าปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ในการโยกย้ายตุลาคม 2569 นี้ ก็ต้องเป็นเตรียมทหาร 26 เพราะมีทั้งรองตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพ็ชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม จ่อคิวอยู่ หรือเสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก อาจจะข้ามมาเป็นปลัดกลาโหมในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ

ขณะที่ กองทัพเรือ นอกจาก ตท.26 จะต้องชิงเก้าอี้ ผบ.ทร. สู้กับรุ่นพี่เตรียมทหาร 25 อย่าง พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รอ งผบ.ทร. และรุ่นน้องเตรียมทหาร 27 เสธ.ต้น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือแล้ว

ในหมู่เพื่อนเตรียมทหาร 26 ต้องแข่งกันเอง ทั้งผู้ช่วยเอก พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผช.ผบ.ทร. ที่เกษียณราชการตุลาคม 2571 และมีอาวุโสกว่า และ ผบ.โอ๋ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผบ.กองเรือยุทธการ เหลืออายุราชการแค่ปีเดียว

แต่เรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายไม่มีอะไรแน่นอน เพราะปัจจัยไม่ใช่แค่เพียงในกองทัพ แต่ยังมีปัจจัยนอกกองทัพรวมอยู่ด้วย

และย่อมมีการวัดพลังกันเกิดขึ้นทั้งในเตรียมทหารรุ่น 26 กันเอง และระหว่างรุ่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สยายปีก ตท.26 ส่ง ‘เสธ.เอี่ยว’ เข้าทำเนียบฯ เสริมทีมมั่นคง จับตา ‘อานุภาพ’ ไพ่ใบสุดท้าย ของ ‘บิ๊กปู’ เซฟ ‘บิ๊กเต้’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...