โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (4) โลกใหม่ ณ แดน 2

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

520 วัน บันทึกของคำจากลา

ในโลกหลังกำแพง (4)

โลกใหม่ ณ แดน 2

“อ้าวพวกเอ็งตรวจเสร็จแล้วใช่มั้ย ตามมาเป็นแถว” ผู้คุมคนหนึ่งเดินมาสั่ง

เราและทุกคนที่กำลังเหนื่อย หิว และกระหาย จากการรอเป็นชั่วโมง ก็ทำตามเหมือนหุ่นยนต์ เดินตามเขาสั่ง

“หยุดๆ เช็กยอดก่อน” ผู้คุมคนนั้นพูด

“เช็กอีกแล้วหรอวะ!!!” เราพูดในใจ ดีที่ไม่ดังออกมา

(การเช็กยอดนั้นเป็นงานสำคัญของผู้คุมเลย ในทุกตอนต่อจากนี้ผมบอกเลย “เช็กมันทั้งวัน ไม่ต้องห่วง” เพราะจำนวนผู้ต้องขังสำคัญ ห้ามขาด ห้ามเกิน ไม่เช่นนั้นผู้คุมส่วนนั้นต้องรับผิดชอบ)

หลังนับเสร็จก็ตามผู้คุมไปต่อ เดินผ่านประตูเหล็กบานใหญ่มาก ที่มีประตูบานเล็กตรงกลางเปิดรออยู่ เราต้องก้มหัวลอดตัวเข้าไป ทีละคน ฝั่งตรงข้ามคือทางเดินยาวสุดลูกหูลูกตา ที่ขนาบไปด้วยกำแพง และในกำแพงมีต้นไม้ มีอาคาร และโดมเรียงกันไปจนสุดทางเดิน

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็ยังรู้สึกตื่นตาเหมือนเดิม ครั้งที่เคยเข้ามาเราได้เดินผ่านเข้ามาตรงนี้ เพื่อพิมพ์นิ้วมือจ่ายยอดออกรับการ “ปล่อยตัว”

แต่วันนี้เราไม่ได้สิทธิ์นั้น

เราต้องเดินตามเจ้าหน้าที่ไป แต่เป็นระยะสั้นๆ ก็มีประตูหนึ่งแง้มรอเราอยู่

เจ้าหน้าที่คนนั้นเปิดประตูเข้าไป และเรียกพวกเราตามเข้ามา ข้างในมีผู้คุมรออยู่ แกเป็นผู้คุมเวรประจำแดน เป็นคนจะมารับช่วงต่อในการควบคุมพฤติกรรมพวกเราในค่ำคืนนี้ นอกจากนี้ ยังมีคนที่ใส่เสื้อขาว กางเกงจับหูสีดำ (กางเกงขาสั้นสีดำ) ยืนเรียงกันดูพวกเรา

ผู้คุมคนนั้นพูดขึ้น “อ้าวตั้งใจฟัง ที่นี้คือแดน 2 เป็นแดนกักโรค คนใหม่ทุกคนจะต้องมากักโรคที่นี้ เป็นเวลา 14 วัน และจะมีการตรวจโควิด ถ้ามีคนในห้องมีคนติด ต้องกักต่ออีกจนกว่าจะไม่มี ถึงค่อยจำแนกเข้าแดนใน (จำแนกตามลักษณะคดี) หลังจากตรงนี้ในโรงเลี้ยงมีข้าวรออยู่ กินให้อิ่ม พรุ่งนี้จะมีสอบประวัติ เดี๋ยวผู้ช่วยแจกของให้ กับอย่าสร้างเรื่องแค่นั้นพอ ทราบมั้ย!!!”

“ทราบครับ!!!” ทุกคนตะเบ็งเสียงดัง เหมือนตอนที่เรียน รด. ไม่มีผิด

“เอาของมากองไว้ตรงหน้า” ผู้ช่วยคนหนึ่งพูด ก่อนให้ผู้ช่วยทุกคนตรงนั้น มาหยิบจับเสื้อทุกคนมาตรวจอีกครั้ง แล้วเอาใส่ถุง

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวดูแลไว้ให้” ผู้คุมพูดดักไว้ เพราะน่าจะเคยมีคนตั้งคำถามมาบ่อยแล้ว

พอทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงมีผู้ช่วยพาไปโรงเลี้ยงต่อ ยกเว้นเรา

“สิรภพ อยู่ก่อน พวกเอ็งไปเอากล้องมา” ผู้คุมพูด ก่อนพาเรามายืนพร้อมให้ผู้ช่วยถ่ายรูปเรา แล้วถึงปล่อยเราไปโรงเลี้ยงต่อ เราได้แค่สงสัยว่า “ถ่ายทำไมวะ”

ในโรงเลี้ยงมีโต๊ะวางเรียงยาวเป็นแถวๆ และมีผู้ช่วยยืนรออยู่ตรงทางเข้า มีพี่ผู้ช่วยเอาช้อนและแก้วยื่นให้เรา พร้อมพูดว่า “แจกคนละชุด” แล้วกำชับต่อ “ห้ามหายเด็ดขาด”

เสร็จแล้วเราเลยเดินไปที่โต๊ะ ตรงหน้ามีคนเข้ามารอเราก่อนแล้ว เป็นผู้ต้องขังใหม่เหมือนเราที่มาจากศาลอื่น ข้างหน้าเขามีข้าวและกับข้าวที่มัดใส่ถุงวางไว้บนโต๊ะกองไว้อยู่ สภาพดูเหมือน อ า ห า ร ห ม า (ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้เห็นภาพ)

พี่เล็กและคนอื่นด้วยความหิวก็เดินไปกินอย่างไม่รอช้า มีแต่เราและพี่อีกคนที่มาก่อนหน้านั่งพินิจพิจารณาอยู่ว่า “มันกินได้จริงหรอวะ” ก่อนเราสองคนแนะนำตัว

“สวัสดีครับผมขนุนนะครับ” เราเริ่ม

“หวัดดี เราไก่ เรียกเราพี่ไก่ก็ได้ น้องไม่กินข้าวหรอ เดี๋ยวหิวเอานะ” เขาตอบทันทีก่อนถามเราต่อ

“อืมมมมมม น่าจะไม่เป็นอะไรครับ น่าจะเครียดเลยไม่หิวครับ” เราตอบแกไป

“น้องยังดูเด็กอยู่เลย โดนอะไรมาเนี่ย พี่โดนเขาหาว่าโกงเงิน เพิ่งมาจากศาลแขวง” พี่ไก่เปิดด้วยข้อมูลของตัวเองก่อน

ทำเอาเราที่กำลังคิดบทเผลอตอบไปตรงๆ เลยว่า “112 ครับ”

แกตอบกลับมาว่า “อ่อ ว่าอยู่ไม่เหมือนใคร เป็นนักสู้นะเราเนี่ย เล่าให้ฟังด้วยละกันว่าทำไรมาบ้าง”

ใครจะไปคิดว่าจะมีคนที่จะคุยด้วยได้ไวขนาดนี้ เราเป็นคนชอบพูด ถ้าไม่มีใครคุยด้วยเป็นบ้าแน่นอน ส่วนคดีที่แกโดนดูไม่เหมือนคนอื่นด้วย น่าจะมีคนคุยด้วยแล้วระหว่างรอประกัน

ระหว่างเราคิดในใจ ก็มีเสียงโวยวายดังขึ้น แต่ไม่ใช่ภาษาไทย เราหันไปตามเสียง เห็นหนุ่มยุโรป ผมทอง ผิวขาว กล้ามล่ำ ที่มีส่วนสูงพอๆ กันประตูโรงเลี้ยง เดินเข้ามา

ผู้ช่วยคนหนึ่งถามขึ้น “ใครพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง อธิบายให้มันฟังหน่อยว่าเข้ามากินข้าว แล้วเขียนชื่อคนรู้จัก 10 คนลงกระดาษนี้”

เรากำลังจะอาสา แต่พี่ไก่พูดตัดหน้าเราไป “เดี๋ยวผมคุยให้” ก่อนเดินไปหาหนุ่มคนนั้น

พี่ไก่ชวนหนุ่มคนนั้นมานั่งโต๊ะเรา ก่อนแนะนำตัวกัน

“ผมไก่ ส่วนเขาชื่อขนุน คุณชื่ออะไร” พี่ไก่ถามเขา

“ผมโอริเวอร์ เป็นอังกฤษ มาเที่ยวไทย” เขาตอบ ก่อนถามว่า “กระดาษใบเล็กนี้คืออะไร”

เราก็ยกมือเรียกถามผู้ช่วยว่า “พี่ครับ อันนี้ใบอะไรหรอครับ”

ผู้ช่วยคนนั้นเดินมาอธิบาย “ใบนี้คือ 10 รายชื่อ ผู้ไว้วางใจ สำหรับใช้ไว้เยี่ยมญาติ พวกน้องยังไม่ได้ใช่มั้ย เดี๋ยวไปเอามาให้”

นั้นทำให้เราและทุกคนก็ได้ใบกับปากกาไว้เขียน จึงหันไปอธิบายโอริเวอร์ต่อ แม้แกจะทำหน้างงๆ เราขยายความต่อ เช่น พ่อ แม่ ญาติ แกทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ แล้วก็บรรจงเขียนชื่อเหล่านั้นลงไป แม้จะดูงงๆ

แต่แล้วก็มีคนเดินมาหาเรา “พี่ๆ ช่วยผมได้มั้ย ผมเขียนหนังสือไม่เป็น” เป็นคนที่ดูเด็กสุดตรงนี้ ที่เราเคยบอกไว้ว่าเขาดูไม่ค่อยปกติ เขาชื่อเอ็ม

เราเลยตอบกลับไป “ได้สิ บอกชื่อหน่อยจะได้เขียนให้”

เอ็มตอบ “แม่ชื่อ สมศรี พ่อชื่อสมชาย (นามสมมุติ) ขอบคุณพี่ที่เขียนให้” แล้วแกก็ไป

ก่อนเราจะหันกลับมาคุยต่อกับพี่ไก่และโอริเวอร์ ซึ่งโอริเวอร์ก็ถามขึ้นว่า “พวกนายเรียกสิ่งนี้ว่าอาหารได้จริงหรอ” เรากับพี่ไก่หันหน้ามามองแล้วก็ขำกัน

ระหว่างที่นั่งพิจารณาอาหารตรงหน้า ก็มีเสียงหัวเราะดังเป็นระยะมาจากทางเรือนนอน มีเสียงทีวีดังแทรกมาเนืองๆ ทำเอาเราเดาไม่ออกเลยว่าเขาทำอะไรกันข้างในนั้น

เมื่อเวลาล่วงเลยไป มีผู้ช่วยอีกคนตัวสูงใหญ่ สักเหมือนยากูซ่า ท่าทางขึงขังเดินเข้ามาตะโกนเรียก “อ้าวถ้าเรียบร้อยกันแล้วมาตั้งแถว เดี๋ยวจะเข้าเรือนนอนกันนะ ก่อนเข้าไปรับเสื้อและผ้าห่มกันด้วย”

ทุกคนเรียงแถวเดินไปรับสิ่งของตามที่เขาบอก ประกอบด้วย เสื้อ 1 ชุด และผ้า 3 ผืน (ผ้ากํามะหยี่) ก่อนเดินเข้าห้องที่เราต้องอยู่ในนั้นไปอีกนาน

“อ้าว เข้าห้องไปแล้วก็นั่งเป็น 2 แถว ขอหัวหน้าห้อง 1 คน พี่จะมาสอนเช็กยอดนะ” ผู้ช่วยคนนั้นพูด

(ต้องอธิบายก่อนว่า พี่ที่พูดถึงหมายถึง “ผู้คุม” ซึ่งแล้วแต่ความคุ้นเคยของแต่ละแดน แต่ละคน บางคนเรียก “พ่อ” “พี่” หรือ “นาย” แต่ทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงความเคารพ มันเป็นการจัดลำดับชั้นอำนาจในคุกอะนะ แม้เราจะแก่กว่าผู้คุมคนนั้นก็ตาม)

พี่เล็กที่อยู่หน้าสุดก็ขออาสาเป็นหัวหน้าห้อง ผู้ช่วยคนนั้นพูด “งั้นให้ไอ้อ้วนเป็นหัวหน้านะ นั่งนิ่งๆ รอพี่มาแล้วกัน”

แล้วประตูห้องก็ถูกลงกลอนล็อกกุญแจ มันเป็นประตูเหล็กบานใหญ่เหมือนในหนัง ที่ดูท่าจะหนักมาก เพราะต้องใช้แรงในการดึงปิดมันได้

ในไม่ช้ามีเสียงหนึ่งค่อยๆ ใกล้เข้ามา

ตึก ตึก ตึก เสียงไม้ที่เคาะตามจังหวะเสียงฝีเท้า เดินมาหน้าประตูห้อง ก่อนเขาจะใช้ไม้นั้นกระทุ้งไปที่กลอนประตูอย่างแรง แล้วหันมามองพวกเรา

ผู้คุมพูดขึ้น “พวกมึงฟัง สิ่งนี้สำคัญที่สุดแล้วจำเอาไว้ มันคือการเช็กยอด จะนับตอนเช้าและเย็น พอมีเสียงกริ่งดังขึ้น ให้พวกมึงเก็บผ้าปู และใส่เสื้อให้เรียบร้อย นั่งเป็นแถวเตรียมเช็กยอด หัวหน้ามึงต้องรายงานว่า “กระผมชื่ออะไร คดีอะไร ห้องอะไร ขออนุญาตทำการนับยอดครับ หัวแถวนับ” หัวแถวนับ 1 พอถึงคนสุดท้าย อย่าลืมนับตัวเอง แล้วพูดว่า “ห้อง 22 ผู้ต้องขังจำนวน 15 คน นับได้ 15 คน ครบครับ” ถ้าเสียงเบามึงโดน ทราบมั้ย!!!”

“ทราบ!!!” ทุกคนตะโกนเสียงดัง

“ไหนลองซิ” ผู้คุมพูดขึ้น

พี่เล็กพูด “กระผมนายสามารถ (นามสมมุติ) คดีฟอกเงิน ห้อง 22 ขออนุญาตทำการนับยอดครับ หัวแถวนับ” คนต่อมา “1” “2” “3” “…” จนคนสุดท้าย

พี่เล็กจึงพูดขึ้น “ห้อง 22 ผู้ต้องขังจำนวน 15 คน นับได้ 14 คน…” แกพูดตะกุตะกักด้วยความประหม่าก่อนเงียบไป เพราะนึกได้ว่า “ลืมนับตัวเอง”

ผู้คุมพูดขึ้น “ไอ้อ้วนมึงลืมไร ลืมตัวมึงเองรึเปล่า กูให้โอกาส แล้วส่วนพวกมึงในห้อง ทำไมไม่ขัดฉาก อ้าวเห้ย!!!”

ทุกคนตกใจจากน้ำเสียง จึงรีบยกมือขึ้นขัดฉาก ก่อนพี่เล็กจึงพูดซ้ำอีกครั้ง…

“15” “ห้อง 22 ผู้ต้องขังจำนวน 15 คน นับได้ 15 คน ครบครับ” พี่เล็กพูดจนครบครั้งนี้

“โอเค ต้องทำแบบนี้ทุกวันต่อจากนี้ พรุ่งนี้จะมีสอบประวัติ ตอนนี้เวลานอนอย่าพูดมาก ทราบมั้ย” ผู้คุมถาม

“ทราบ!!!” ทุกคนตอบ ก่อนผู้คุมจะเดินไปห้องต่อไป ซึ่งเป็นห้องของผู้ช่วย มีเสียงนับยอดดังขึ้น ก่อนผู้คุมจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เราเลือกที่นอนใต้ทีวี นอนข้างพี่ไก่ และโอริเวอร์ เวลานี้ด้วยความง่วง ปนทุกข์ที่เรารู้สึกเต็มอก ทำให้เรานอนหลับไปเสียดื้อๆ แค่เอาผ้าวางไว้เป็นหมอน แล้วหลับตาลงในห้องที่มีเสียงทีวีและแสงไฟแสนสว่าง เวลาตอนนั้นที่ดูนาฬิกาน่าจะเกิน 2 ทุ่มแล้ว

แล้วเราก็หลับไปท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะวุ่นวาย…

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (4) โลกใหม่ ณ แดน 2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...