โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เตือน อ่อนเพลียผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชี้อาการแตกต่างกันยังไง

Khaosod

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 08.40 น.

แพทย์เตือน อ่อนเพลียผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชี้อาการแตกต่างกันยังไง ทำไมควรสังเกตลำไส้ใหญ่ด้านขวา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับ ถุงน้ำดี และระบบทางเดินอาหาร นพ.เฉียนเจิ้งหง เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาได้วินิจฉัยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่พร้อมกันถึง 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านขวา และมีจุดร่วมสำคัญคือ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับถ่าย ไม่มีอุจจาระปนเลือด และไม่มีน้ำหนักลด”

ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยหญิงวัย 50 ปีรายหนึ่งที่มีอาการเพียงอย่างเดียวคือ “รู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ” ด้าน นพ.เหอเจี้ยนหลิน ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก วิเคราะห์ว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านขวามักมีอาการไม่ชัดเจนอย่างมาก จนเปรียบได้กับ “แวมไพร์เงียบ” ที่ค่อย ๆ ดูดเลือดจากร่างกายโดยผู้ป่วยไม่ทันสังเกต

มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านขวา: เลือดออกแต่ไม่เห็น

นพ.เหอเจี้ยนหลินระบุว่า อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่จะแตกต่างกันตามตำแหน่งของก้อนมะเร็ง โดยมะเร็งด้านขวาอาจไม่แสดงอาการถ่ายเป็นเลือดอย่างชัดเจน แต่กลับทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะโลหิตจางและอ่อนเพลียได้

เขาอธิบายว่า ลำไส้ใหญ่ด้านขวามีพื้นที่กว้างกว่า เมื่อก้อนมะเร็งเกิดแผลและมีเลือดออกอย่างช้า ๆ เลือดจะค้างอยู่ในลำไส้นาน ถูกแบคทีเรียย่อยสลายและเปลี่ยนสี ก่อนจะผสมกับอุจจาระจนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ภาวะนี้จึงคล้าย “ก๊อกน้ำรั่ว” ที่ทำให้ร่างกายเสียเลือดทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กรุนแรง มีอาการเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย หายใจหอบ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ จึงไปตรวจเลือดและพบโรค

มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย: อาการชัดกว่า

ตรงกันข้ามกับมะเร็งด้านขวา นพ.เหออธิบายว่า “มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย” เปรียบเสมือนสิ่งกีดขวางที่แสดงตัวชัดเจนกว่า เพราะลำไส้บริเวณนี้แคบกว่าและอยู่ใกล้ทวารหนัก ทำให้เลือดออกมักถูกขับออกมาพร้อมอุจจาระอย่างเห็นได้ชัด

4 อาการสำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย ได้แก่:

  • พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องผูก หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
  • อุจจาระมีลักษณะเล็กลงผิดปกติ เนื่องจากถูกก้อนเนื้อเบียด
  • ถ่ายไม่สุด หรือปวดเบ่งบ่อย โดยเฉพาะหากก้อนอยู่บริเวณลำไส้ตรง
  • มีเลือดปนในอุจจาระอย่างชัดเจน มักเป็นสีแดงสดหรือแดงคล้ำ

อย่ามองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ

นพ.เหอเตือนว่า หากมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลด แม้ไม่มีอุจจาระเป็นเลือด ก็ควรสงสัยความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ด้านขวาไว้ก่อน

การป้องกันที่ดีที่สุด: ส่องกล้องและตัดติ่งเนื้อ

แพทย์ย้ำว่า ประมาณ 95% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่มีต้นกำเนิดจากติ่งเนื้อในลำไส้ หากตรวจพบและตัดออกตั้งแต่ระยะต้น จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้อย่างมาก แพทย์แนะนำว่า ประชาชนทั่วไปควรเริ่มตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 40 ปี และตรวจซ้ำทุก 3 – 5 ปี

สำหรับผู้ที่มีญาติสายตรง เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรเริ่มตรวจเร็วกว่าช่วงอายุที่ญาติป่วยอย่างน้อย 10 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบความผิดปกติก่อนโรคลุกลาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือน อ่อนเพลียผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชี้อาการแตกต่างกันยังไง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...