แพทย์เตือน อ่อนเพลียผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชี้อาการแตกต่างกันยังไง
แพทย์เตือน อ่อนเพลียผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชี้อาการแตกต่างกันยังไง ทำไมควรสังเกตลำไส้ใหญ่ด้านขวา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับ ถุงน้ำดี และระบบทางเดินอาหาร นพ.เฉียนเจิ้งหง เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาได้วินิจฉัยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่พร้อมกันถึง 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านขวา และมีจุดร่วมสำคัญคือ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับถ่าย ไม่มีอุจจาระปนเลือด และไม่มีน้ำหนักลด”
ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยหญิงวัย 50 ปีรายหนึ่งที่มีอาการเพียงอย่างเดียวคือ “รู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ” ด้าน นพ.เหอเจี้ยนหลิน ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก วิเคราะห์ว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านขวามักมีอาการไม่ชัดเจนอย่างมาก จนเปรียบได้กับ “แวมไพร์เงียบ” ที่ค่อย ๆ ดูดเลือดจากร่างกายโดยผู้ป่วยไม่ทันสังเกต
มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านขวา: เลือดออกแต่ไม่เห็น
นพ.เหอเจี้ยนหลินระบุว่า อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่จะแตกต่างกันตามตำแหน่งของก้อนมะเร็ง โดยมะเร็งด้านขวาอาจไม่แสดงอาการถ่ายเป็นเลือดอย่างชัดเจน แต่กลับทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะโลหิตจางและอ่อนเพลียได้
เขาอธิบายว่า ลำไส้ใหญ่ด้านขวามีพื้นที่กว้างกว่า เมื่อก้อนมะเร็งเกิดแผลและมีเลือดออกอย่างช้า ๆ เลือดจะค้างอยู่ในลำไส้นาน ถูกแบคทีเรียย่อยสลายและเปลี่ยนสี ก่อนจะผสมกับอุจจาระจนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ภาวะนี้จึงคล้าย “ก๊อกน้ำรั่ว” ที่ทำให้ร่างกายเสียเลือดทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กรุนแรง มีอาการเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย หายใจหอบ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ จึงไปตรวจเลือดและพบโรค
มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย: อาการชัดกว่า
ตรงกันข้ามกับมะเร็งด้านขวา นพ.เหออธิบายว่า “มะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย” เปรียบเสมือนสิ่งกีดขวางที่แสดงตัวชัดเจนกว่า เพราะลำไส้บริเวณนี้แคบกว่าและอยู่ใกล้ทวารหนัก ทำให้เลือดออกมักถูกขับออกมาพร้อมอุจจาระอย่างเห็นได้ชัด
4 อาการสำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย ได้แก่:
- พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องผูก หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
- อุจจาระมีลักษณะเล็กลงผิดปกติ เนื่องจากถูกก้อนเนื้อเบียด
- ถ่ายไม่สุด หรือปวดเบ่งบ่อย โดยเฉพาะหากก้อนอยู่บริเวณลำไส้ตรง
- มีเลือดปนในอุจจาระอย่างชัดเจน มักเป็นสีแดงสดหรือแดงคล้ำ
อย่ามองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ
นพ.เหอเตือนว่า หากมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลด แม้ไม่มีอุจจาระเป็นเลือด ก็ควรสงสัยความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ด้านขวาไว้ก่อน
การป้องกันที่ดีที่สุด: ส่องกล้องและตัดติ่งเนื้อ
แพทย์ย้ำว่า ประมาณ 95% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่มีต้นกำเนิดจากติ่งเนื้อในลำไส้ หากตรวจพบและตัดออกตั้งแต่ระยะต้น จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้อย่างมาก แพทย์แนะนำว่า ประชาชนทั่วไปควรเริ่มตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 40 ปี และตรวจซ้ำทุก 3 – 5 ปี
สำหรับผู้ที่มีญาติสายตรง เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรเริ่มตรวจเร็วกว่าช่วงอายุที่ญาติป่วยอย่างน้อย 10 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบความผิดปกติก่อนโรคลุกลาม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือน อ่อนเพลียผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ชี้อาการแตกต่างกันยังไง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th