โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กฟผ.ปรับเกมรับวิกฤตพลังงานลดเชื้อเพลิงนำเข้าพึ่งพลังงานสะอาด

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
กฟผ.ก้าวสู่ที่ 57 ยึดมั่นดูแลความมั่นคงพลังงาน เดินหน้าพลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ชงครม.เคาะโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนภูมิพล 1,638 เมกะวัตต์ พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสร้างแต้มต่อการแข่งขันของประเทศ

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยถึงทิศทาง การขับเคลื่อน กฟผ. เนื่องในโอกาสครบรอบ 57 ปี วันคล้ายวันสถาปนา กฟผ. ว่า กฟผ.ขอยืนหยัดเป็นเสาหลักสร้างความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าให้กับคนไทยท่ามกลางความผันผวนของวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประเทศไทยจะต้องมีพลังงานไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม

ทั้งนี้วิกฤตพลังงานครั้งนี้ยังตอกย้ำว่า ไทยต้องเร่งเดินหน้าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า กระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับกฟผ.เดินหน้าผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี รวมกำลังผลิต 1,638 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นระบบไฟฟ้า รองรับการบริหารจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาความแม่นยำระบบพยากรณ์ของศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center) โดยนำเทคโนโลยีผสานแบบจำลองพยากรณ์หลายรูปแบบ ทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนลดลง ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม

การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำสามารถผลิตไฟฟ้าทดแทนพลังงานหมุนเวียนได้อย่างทันท่วงที โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติจาก ครม. ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เตรียมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ภายในปีนี้

การปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน การขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาทิ สถานีไฟฟ้าแรงสูงพานทอง สถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 1 และสถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 2 จ.ชลบุรี สถานีไฟฟ้าแรงสูงระยอง 2 จ.ระยอง กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้

ขณะเดียวกัน กฟผ.ยังคงแสวงหาพลังงานคาร์บอนต่ำใหม่ที่ยั่งยืน อาทิ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ รวมถึงสร้างพลังงานสะอาดทางเลือกใหม่ ๆ เช่น ไบโอมีเทน E-methane

นอกจากนี้ยังผสานความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาคระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 2 จากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)

สำหรับการดำเนินธุรกิจของ กฟผ. มุ่งเน้นความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อาทิ พัฒนาวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อใช้ประโยชน์แทนการฝังกลบ เช่น คอนกรีตจากเถ้าลอย ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงดินจากฮิวมิค การแยกแบล็คแมส (Black Mass) จากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ควบคู่กับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วม (CSV) ดำเนิน “โครงการ 100 ปี พระบรมราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธาน สู่ชุมชนชัยพัฒนา อุทกพัฒน์ฯ กฟผ.” ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยน้อมนำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...