โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินโปรตีนเท่าไหร่ถึงพอดี เปิดสูตรคำนวณ "ทางสายกลาง" สมดุลสุขภาพที่ยั่งยืน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ไขข้อสงสัยกินโปรตีนเท่าไหร่ถึงจะดีต่อร่างกาย? เรียนรู้วิธีคำนวณโปรตีนต่อวันตามน้ำหนักตัว อันตรายของการกินโปรตีนเกินความจำเป็น และเทคนิคเลือกโปรตีนคุณภาพสูงตามหลักทางสายกลาง

กินโปรตีนเท่าไหร่ถึงพอดี? เปิดสูตรคำนวณ "ทางสายกลาง" สมดุลสุขภาพที่ยั่งยืน

ในยุคที่เทรนด์การดูแลสุขภาพและการสร้างมวลกล้ามเนื้อมาแรง "โปรตีน" กลายเป็นสารอาหารดาวเด่นที่ทุกคนมองหา แต่รู้หรือไม่ว่า การบริโภคโปรตีนที่ขาดความสมดุล ทั้งในแง่ของ "ปริมาณ" และ "คุณภาพ" อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด

ทำความรู้จัก "โปรตีน" หน่วยสร้างพิกัดสำคัญของร่างกาย

โปรตีนคือสารอาหารหลักที่ร่างกายต้องการไม่ต่างจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะย่อยจนได้หน่วยเล็กที่สุดที่เรียกว่า "กรดอะมิโน" ซึ่งจะถูกนำไปใช้ทันทีเพื่อสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ, ฮอร์โมน, เอนไซม์ ไปจนถึงโปรตีนในเลือด

ความต่างที่สำคัญคือ ร่างกาย "ไม่สามารถสะสมโปรตีนส่วนเกิน" ไว้ใช้ภายหลังเหมือนคาร์โบไฮเดรตที่เก็บเป็นไกลโคเจน หรือไขมันที่เก็บตามเนื้อเยื่อได้ ดังนั้น การกินโปรตีนเผื่อไว้จึงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเสมอไป

อันตรายจากการ "ขาด" และ "เกิน" สมดุล

  • หากกินโปรตีนน้อยเกินไป: ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะขาดโปรตีน ส่งผลให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานแย่ลง
  • หากกินโปรตีนมากเกินไป: แม้โปรตีนจะให้พลังงาน แต่กระบวนการสลายส่วนเกินจะสร้างของเสียที่เรียกว่า "ยูเรีย" ในเลือด สารนี้มีความเป็นพิษและเพิ่มภาระให้ "ไต" ต้องทำงานหนักเพื่อขับออกทางปัสสาวะ

เปิดสูตรคำนวณ: กินโปรตีนเท่าไหร่ต่อวันถึงจะเหมาะสม?

ปริมาณโปรตีนที่แนะนำสำหรับคนไทยที่มีสุขภาพปกติคือ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน

  • ตัวอย่าง: หากคุณน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนประมาณ 60 กรัมต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ปริมาณนี้จะปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขสุขภาพ

  • ผู้สูงอายุ: ควรได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (ระยะก่อนฟอกเลือด): ต้องจำกัดโปรตีนให้ต่ำลงเหลือเพียง 0.6 - 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพื่อลดปริมาณของเสียในเลือด (เช่น น้ำหนัก 60 กก. กินได้เพียง 36-48 กรัมต่อวัน)

หลักการ "อาหารแลกเปลี่ยน" นับโปรตีนง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

เราสามารถกะปริมาณโปรตีน 7 กรัม ได้ง่ายๆ จากวัตถุดิบดังนี้

ภาพจาก iStock
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เนื้อสัตว์สุก 2 ช้อนโต๊ะ
  • ลูกชิ้น 5 ลูก
  • นม 1 กล่อง

คุณภาพโปรตีน เลือกอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

นอกเหนือจากปริมาณ "คุณภาพ" ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือก โปรตีนคุณภาพสูงอย่างน้อย 70% ของโปรตีนที่ได้รับทั้งหมด ซึ่งพบได้ใน เนื้อสัตว์, ปลา, นม และไข่ สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติหรือเน้นโปรตีนจากพืช ควรเลือกแหล่งพืชให้มีความหลากหลายเพื่อให้ได้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ "เครื่องดื่มโปรตีนสูง"

ในปัจจุบันเครื่องดื่มโปรตีนสูงได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ควรใช้เป็นเพียง "ส่วนเสริม" ไม่ใช่ "อาหารทดแทน" หากมื้อหลักได้รับโปรตีนพอแล้ว การดื่มเพิ่มอาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานส่วนเกินจากน้ำตาลที่แฝงมา

ภาพจาก iStock
  • เทคนิคการดื่ม: หากจำเป็นต้องดื่ม ควรแบ่งดื่ม (กระจายปริมาณ 20-30 กรัมต่อมื้อ) แทนการดื่มรวดเดียว เพื่อให้ร่างกายย่อยและดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

"ทางสายกลาง" คือคำตอบของสุขภาพยั่งยืน

การบริโภคโปรตีนที่ดีที่สุดไม่ใช่การเน้นปริมาณที่สูงที่สุด แต่คือการยึดหลัก "ทางสายกลาง" เลือกแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย คุณภาพสูง ไขมันต่ำ และกินให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย เพื่อสร้างสมดุลโภชนาการและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ข้อมูลโดย: ผศ.ดร.สุกฤต ศิริขวัญพงศ์ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กินโปรตีนเท่าไหร่ถึงพอดี เปิดสูตรคำนวณ "ทางสายกลาง" สมดุลสุขภาพที่ยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...