โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปภ. ติดตามสถานการณ์ไฟป่า PM2.5 ภาคเหนือ ใช้ดาวเทียมติดตามแบบเรียลไทม์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กอปภ.ก. ติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า PM2.5 ภาคเหนือ ใช้ดาวเทียมติดตามแบบเรียลไทม์ กำชับจังหวัดใช้เงินทดรองราชการฯ ได้ทันทีตามหลักเกณฑ์ฯ

วันนี้ (6 เม.ย. 69) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลางเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเร่งบูรณาการการแก้ไขปัญหาเชิงรุกและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง และตามที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 3- 5 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยรวมพบว่าจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ค่อนข้างดีขึ้น แต่สภาพอากาศยังมีต้องเฝ้าระวังโดยเฉพาะในช่วงเช้าที่จะมีสภาวะอากาศปิดและจะดีขึ้นในช่วงบ่าย โดยตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ตรวจพบจุดความ (Hotspot) เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์แห่งชาติ รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งประเทศเมียนมาที่ยังพบจุดความร้อนในระดับที่สูง และขณะนี้รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินหน้ามาตรการแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้นำข้อสั่งการเร่งด่วนจากรัฐบาลมาขับเคลื่อนการปฏิบัติ ให้ทุกจังหวัดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อใช้ชี้เป้าในการเข้าไปตรวจสอบพิกัดจุดความร้อนเพื่อให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างแม่นยำ

ส่วนจังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่าหรือมีค่าฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องให้วางแผนเชิงรุก โดยบูรณาการจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ทีม อส. กู้ภัย จากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าไปช่วยในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด รวมไปถึงกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ข่าวสารสถานการณ์ภัย และมาตรการสำคัญ เช่น การปิดป่า การบังคับใช้กฎหมาย ผ่านหอกระจายข่าว และช่องทางสื่อต่าง ๆ

ซึ่งในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยและอุปกรณ์กู้ภัยต่าง ๆ ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ถือปฏิบัติการตามหลัก "เข้าเร็ว เข้าไว" เพื่อร่วมสนับสนุนจังหวัดในการระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที และลดจำนวนจุด Hotspot ให้ได้มากที่สุด

นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวเน้นย้ำ ถึงการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ ว่า กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจากภัยอัคคีภัย ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยให้ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ตามแนวทางการปฏิบัติที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้แจ้งทุกจังหวัดไปแล้วอย่างเคร่งครัด หากวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่จังหวัดมีอยู่คงเหลือไม่เพียงพอ ให้เสนอเรื่องเพื่อขอขยายวงเงิน ทดรองราชการฯ มายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที เพื่อจะได้ประสานกับกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสนับสนุนทรัพยากรทุกด้านเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด สำหรับประชาชนสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ภัยได้ทาง Facebook: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X: @DDPMNews, Line: @1784DDPM และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...