ทลายเครือข่าย PANDAPAYS เว็บแลกเงินหยวนเถื่อน พบ 7 เดือนเงินสะพัดพันล้าน-โยกเข้าคริปโทฯ กว่า 500 ล้าน
วันที่ 5 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดปฏิบัติการเชิงรุก Take Down PANDAPAYS บุกทลายเครือข่ายรับแลกเงินออนไลน์ผิดกฎหมาย รวบผู้ต้องหา 4 ราย พบเงินหมุนเวียนมหาศาลกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ และ พ.ต.ต.บัญชา ช่วยรอดหมด สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจสอบสถานที่เป้าหมาย 2 แห่ง ทาวน์เฮ้าส์สองชั้นในซอยสาธุประดิษฐ์ 15 กรุงเทพมหานคร และบ้านพักในซอยพิบูลสงคราม 22 จังหวัดนนทบุรี
ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย คือ นางสาวสุภร (37 ปี), นายอลิส (34 ปี) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนบริหารและคุมเรทเงิน, นายก้าวหน้า (35 ปี) เจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงิน และ นางสาวกรรณิการ์ (30 ปี) ทำหน้าที่แอดมินดูแลลูกค้า พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการกระทำความผิด
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่าย PANDAPAYS มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบผ่านเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก โดยชักชวนให้ประชาชนและผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากจีนมาใช้บริการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวน (CNY) และบาท (THB) รวมถึงบริการเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Alipay และ WeChat ความน่าสนใจอยู่ที่กลุ่มผู้ต้องหาได้สร้างระบบให้ดูมีความน่าเชื่อถือคล้ายสถาบันการเงินที่ถูกต้อง โดยกำหนดให้ลูกค้าต้องสมัครสมาชิกและทำการยืนยันตัวตน (KYC) ก่อนใช้บริการ จากนั้นจะคิดกำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 0.10 - 0.15 บาท ต่อ 1 หยวน ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจให้ผู้ที่ต้องการลดต้นทุนการนำเข้าสินค้าหลงเชื่อเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด พบความผิดปกติที่น่าตกใจ โดยเครือข่ายนี้ใช้บัญชีธนาคารเพียง 6 บัญชีในการหมุนเวียนเงิน แต่กลับมีตัวเลขเงินสะพัดสูงถึง 1,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 7 เดือน (ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568) นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการถ่ายโอนเงินจากบัญชีเหล่านี้ไปยังศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนเงินสดให้เป็น เหรียญคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการอำพรางเส้นทางการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แและอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้กับขบวนการอาชญากรรมอื่น
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันเปิดธุรกิจนี้จริงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยอ้างว่ารู้จักกับคนจีนจึงใช้ช่องทางดังกล่าวมาทำกำไรกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่นำเข้าสินค้าจากจีน (Taobao, Alibaba, Tmall) ด้าน บก.ปอศ. ได้แจ้งข้อหา ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และเตรียมขยายผลในความผิดตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 ต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน