โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผู้ประกอบการ รปภ. จี้รัฐทบทวนค่าล่วงเวลาใหม่ หวั่นต้นทุนพุ่ง กระทบธุรกิจหนัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กล้าธรรม รับหนังสือผู้ประกอบการ รปภ.หลังกฎกระทรวงแรงงาน ค่าล่วงเวลาใหม่กระทบธุรกิจ-แรงงาน เสี่ยงต้นทุนพุ่ง ว่างงานเพิ่ม จี้รัฐทบทวนเลื่อนบังคับใช้หรือออกมาตรการเยียวยา ก่อนมีผล 24 เม.ย.นี้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 เมษายน พรรคกล้าธรรม นำโดย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ส.ส.เชียงใหม่ และนายอัครา พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา รับหนังสือจาก นายปฏิเวศน์ อิสเรศโยธิน ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการงานรักษาความปลอดภัย เพื่อขอพิจารณาผลกระทบต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัยจากการบังคับใช้กฎกระทรวง เนื่องจากกฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่ หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568

นายปฏิเวศน์ กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง โดยกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 เมษายน 2569

จากการประเมินผลกระทบในธุรกิจรักษาความปลอดภัย ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปัจจุบัน เห็นว่าการบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ทั้งจากสงคราม ภาวะโลกร้อน และราคาน้ำมันที่เพิ่มสูง ส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ผู้ว่าจ้างไม่สามารถรับภาระค่าบริการที่เพิ่มขึ้นได้ ขณะที่ภาครัฐก็ไม่สามารถปรับงบประมาณตามสัญญาได้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนเอง อาจส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

ลักษณะงานรักษาความปลอดภัย เป็นงานที่ต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ต่างจากงานทั่วไปที่มีการทำล่วงเวลาเฉพาะบางกรณี จึงมีต้นทุนที่แตกต่างและสูงกว่า รวมถึงผลกระทบต่อการจ้างงาน เพราะธุรกิจนี้ใช้แรงงานจำนวนมาก หากต้องปิดกิจการจะส่งผลให้มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น และเพิ่มภาระภาครัฐในการดูแล นอกจากนี้รายได้พนักงานลดลง หากหลีกเลี่ยงการทำงานล่วงเวลาโดยจำกัดเวลาทำงานไว้ที่ 8 ชั่วโมง จะทำให้รายได้พนักงานลดลง ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ และเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ผู้ว่าจ้างบางรายอาจยกเลิกการจ้างบริษัท และหันไปจ้างเอง ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยรวม

“ผู้ประกอบการเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมาย แม้มีเจตนาดีเพื่อสร้างความเป็นธรรม แต่ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรง จึงขอเสนอให้พิจารณาแนวทางเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไปตามระยะเวลาที่เหมาะสม หรือหากไม่สามารถเลื่อนการบังคับใช้ได้ ขอให้มีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการตามความเหมาะสม”

ด้านนายนเรศ กล่าวว่าพรรคกล้าธรรม จะพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ และแรงงาน โดยจะนำไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ประกอบการ รปภ. จี้รัฐทบทวนค่าล่วงเวลาใหม่ หวั่นต้นทุนพุ่ง กระทบธุรกิจหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...