โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอศ. แจงยิบ หลังเพจดังแฉคืนตำแหน่ง-อัพเงินเดือน ผอ.เทคนิคธัญบุรี หลังถูกจับรีดเงินผู้รับเหมา ชี้ศาลยกฟ้องไร้ผิด ยันทำตามกฎหมาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 10.40 น.

สอศ. แจงยิบ หลังเพจดังแฉคืนตำแหน่ง-อัพเงินเดือน ผอ.เทคนิคธัญบุรี หลังถูกจับรีดเงินผู้รับเหมา ชี้ศาลยกฟ้องไร้ผิด ยันทำตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย โพสต์ข้อความตั้งคำถาม ถึงผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่ามีการเอื้อประโยชน์พวกพ้องหรือไม่?

จากกรณีการจับกุมสะเทือนวงการอาชีวะ เมื่ออดีต ผอ.วิทยาลัยเทคนิคชื่อดัง ถูกรวบคาของกลางคดีเรียกรับสินบนผู้รับเหมา หลังจากเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และตำรวจ บุกจับกุม นายเพชรโยธิน (ผอ.วิทยาลัยเทคนิคฯ ในขณะนั้น) พร้อมของกลางคาโต๊ะ กรณีเรียกรับเงินผู้รับเหมาก่อสร้าง

เดือน มีนาคม 2566 ต่อมาเลขาธิการ การอาชีวศึกษา (กอศ.) สั่ง ‘พักราชการ’ ทันทีหลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา จากนั้นเดือนกุมภาพันธ์ 2667 อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 และศาลประทับรับฟ้องเรียบร้อย

แต่ในเดือน มีนาคม 2567 เพียง 1 เดือนหลังศาลรับฟ้อง 19 มีนาคม 2567 เลขาธิการกอศ. สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทุจริต กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ได้ออกคำสั่งย้ายไปนั่งตำแหน่ง ผอ.วิทยาลัยการอาชีพฯ พร้อมปรับเพิ่มเงินเดือนจาก 42,140 บาท เป็น 58,430 บาท มีผล 1 เม.ย. ที่ผ่านมา

โดยทางองค์กร STRONG และเครือข่ายผู้รักความโปร่งใส ขอตั้งคำถามไปถึง ศธ. และ กอศ.
1. การใช้ดุลยพินิจคืนตำแหน่งและเลื่อนขั้นให้ผู้ที่ ‘ศาลรับฟ้องคดีทุจริตแล้ว’ ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและนโยบายปราบโกงของรัฐบาลหรือไม่..?
2. มาตรฐานการพิจารณาความดีความชอบของอาชีวะอยู่ตรงไหน? ในเมื่อคนที่มีมลทินมัวหมองกลับได้ดิบได้ดี
3. มี ‘สายสัมพันธ์พิเศษ’ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจครั้งนี้หรือไม่..?

ต่อมาทางเพจ ประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า สอศ.ชี้แจงข่าวออนไลน์ไม่ตรงข้อเท็จจริง ยืนยันสั่งผอ. กลับเข้ารับราชการถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอนโดย ก.ค.ศ. มีมติให้เพิกถอนคำสั่งพักราชการเนื่องจากเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลยกฟ้องคดีทุจริต

สอศ. พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อมูลที่นำเสนอดังกล่าวคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงขอชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการในกรณีกล่าวหานายเพชรโยธิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคธัญบุรี ดังนี้
1. ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ทำการจับกุมอดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค พร้อมของกลางเงินสด จำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

2. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงมีคำสั่งลับ ที่ 375/2565 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลับ ที่ 376/2565 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2565 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารายดังกล่าวพักราชการ

3. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรธัญบุรี ได้จัดส่งสำนวนการสืบสวนกรณีกล่าวหานายเพชรโยธิน ราษฎร์เจริญ ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

4. สำนักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือ ลับ ที่ ปช 0040 (ปท)/0988 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2565 แจ้งมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 97/2565 วาระที่ 6.8 ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติว่า เรื่องกล่าวหาเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง จึงส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64 และให้รายงานผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ตามมาตรา 65 แห่งกฎหมายเดียวกัน

5. ผลการสอบสวนมีมติไม่ร้ายแรง เนื่องจากมีผู้นำเงินสดจำนวน 30,000 บาท มาส่งให้เจ้าหน้าที่ และมีการลงรายการว่าเป็นเงินบริจาค ตามหลักฐานใบสรุปยอดรับเงินประจำวัน 2 มีนาคม 2565 ซึ่งตรงกับหลักฐานที่ปรากฏในสมุดบัญชีธนาคาร ส่วนเงินจำนวน 10,000 บาท เป็นเงินที่จ่ายภายหลังมีการอนุมัติให้ตรวจรับงานแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2565 จึงไม่มีเหตุให้งดจ่ายเงินค่าจ้างได้ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ เนื่องจาก แม้ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นผู้รับเหมาจะไม่จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว ผู้ถูกร้องเรียนก็ยังคงอนุมัติการจ่ายเงินและเช็คเงินค่าจ้างโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมเรียกรับเงินจากผู้รับจ้างหรือผู้ขายมาก่อน

6. ต่อมา อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ครั้งที่ 16/2565 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2565 รับทราบรายงานการดำเนินการทางวินัย

7. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงมีคำสั่งลับ ที่ 312/2566 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2555 ข้อ 17 (2) และแจ้งผลการร้องเรียนให้ผู้ร้องเรียนทราบ ปรากฏตามไปรษณีย์ตอบรับ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566

8. ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีคำสั่งลับ ที่ 584/2566 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2566 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพักราชการ (ครั้งที่ 2) ด้วยเหตุต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157

9. อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ (ที่ทำการแทน ก.ค.ศ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 พิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งพักราชการดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีมติให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งพักราชการ และสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ

10. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงมีคำสั่งลับ ที่ 516/2567 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2567 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารายดังกล่าวกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ

11. สำนักงาน ก.ค.ศ. รับทราบผลการสอบสวนตามข้อ 5

12. ต่อมา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง

จากขั้นตอนและกระบวนการดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2565 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ทำการจับกุม ได้ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ทั้งการสอบสวนวินัยและการพักราชการ ต่อมา มีการสั่งพักราชการครั้งที่ 2 ด้วยเหตุเดิม แต่องค์กรที่มีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ก็ได้วินิจฉัยว่าเป็นการสั่งพักราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 จึงสั่งให้กลับเข้ารับราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 124 และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 ข้อ 16 ซึ่งกำหนดว่า เมื่อ ก.ค.ศ. ได้มีมติเป็นประการใดแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมตินั้นในโอกาสแรกที่ทำได้ โดยมิได้กำหนดว่าการสั่งให้กลับเข้ารับราชการต้องรอฟังผลอาญาหรือให้คดีอาญาถึงที่สุดเสียก่อน และเพื่อลดปัญหาข้อขัดแย้ง จึงได้มีคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งวิทยาลัยการอาชีพพระสมุทรเจดีย์ ในอัตราเงินเดือนเดิม

ส่วนขั้น 58,430 บาท นั้น เป็นอัตราเงินเดือนของตำแหน่งเดิม ไม่ใช่การเลื่อนให้ผู้ถูกร้องเรียนได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้นเป็นจำนวนกว่า 16,000 บาท ตามที่มีการเสนอข่าว

ดังนั้น การดำเนินการของผู้บังคับบัญชาและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปตามความจำเป็นเหมาะสมทุกประการ หาได้มีการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ ทั้งในส่วนของการดำเนินการทางวินัย ซึ่งองค์กรที่มีอำนาจพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัยก็มีมติเห็นชอบและรับทราบผลในกรณีดังกล่าว และคดีอาญานั้น ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษายกฟ้องผู้ถูกกล่าวหา

ส่วนการสั่งกลับเข้ารับราชการ การย้ายไปดำรงตำแหน่งที่สถานศึกษาแห่งอื่น และการพิจารณาความดีความชอบ ก็เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ มิใช่พิจารณาให้บุคคลที่มีมลทินมัวหมอง หรือมี ‘สายสัมพันธ์พิเศษ’ ได้รับความดีความชอบ ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด

https://www.matichon.co.th/region/news_3220814

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สอศ. แจงยิบ หลังเพจดังแฉคืนตำแหน่ง-อัพเงินเดือน ผอ.เทคนิคธัญบุรี หลังถูกจับรีดเงินผู้รับเหมา ชี้ศาลยกฟ้องไร้ผิด ยันทำตามกฎหมาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...