BH ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% รายได้ผู้ป่วยต่างชาติโต 4.2%
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BH ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% รายได้ผู้ป่วยต่างชาติโต 4.2%
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของงบการเงินรวมของบริษัท ประจำไตรมาส 1 ปี 2569
บริษัทรายงานรายได้รวมของไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 6,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จาก 6,208 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 3.2% เป็น 1,790 ล้านบาท เทียบกับ 1,734 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 28.6% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 27.9% ในไตรมาส 1 ปี 2568
บริษัทรายงานรายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 6,204 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.4% จาก 6,120 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยการเติบโตดังกล่าวเป็นผลหลักจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลง 3.6% การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลจากการเติบโตของผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (+21.3%), เมียนมา (+15.1%) และบังกลาเทศ (+25.0%)
ในไตรมาส 1 ปี 2569 สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยอยู่ที่ 34.3% ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 65.7% เทียบกับ 36.1% และ 63.9% ตามลำดับ ในไตรมาส 1 ปี 2568
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)
ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล (รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) จำนวน 3,022 ล้านบาท ลดลง 0.6% จาก 3,040 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568
โดยถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่ 1.4% ส่งผลให้สัดส่วนของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลงเป็น 48.7% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 49.7% ในไตรมาส 1 ปี 2568
ค่าใช้จ่ายในการขาย (รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) มีจำนวน 162 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลง 1.2% จาก 164 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) มีจำนวน 898 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลง 2.4% จาก 920 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 2,455 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 5.0% จาก 2,338 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 39.3% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 37.7% ในไตรมาส 1 ปี 2568
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายมีจำนวน 282 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 256 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568
บริษัทมีภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 433 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 400 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยหลักเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรทางภาษี
บริษัทมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 2.25 บาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 2.18 บาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 และมีกำไรต่อหุ้นแบบปรับลด 2.06 บาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 2.00 บาท ในไตรมาส 1 ปี 2568