[Vision Exclusive] ASP ตั้งเป้าโต 15-20% เร่งเครื่องสู่ Wealth Tech
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 07.40 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น -ASP เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ Wealth Management ชู “กระจายธุรกิจ” ลดพึ่งค่านายหน้า พร้อมดันกองทุนธีมโลก–Hedge Fund สร้างผลตอบแทน ตั้งเป้าโต 15–20% รับฟันด์โฟลว์ไหลกลับ เดินเกม AUM–AI–แพลตฟอร์มดิจิทัล ปูทางสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งครบวงจร
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยเปิดเผยกับ “ทีมงานหุ้นวิชั่น" ว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุน ธุรกิจหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่พึ่งพารายได้จากค่านายหน้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป โดยบริษัทมองว่า “การกระจายธุรกิจ” คือกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเร่งขยายธุรกิจ Wealth Management ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 19 ปี เน้นดูแลลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย ครอบคลุมธีมระดับโลก เช่น กองทุน AI, Magnificent 7 และตลาดญี่ปุ่น รวมถึงการนำเสนอ Hedge Fund กลยุทธ์ Long-Short เพื่อบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน โดยตั้งเป้าผลตอบแทนราว 10%
ในด้านการขยายฐานลูกค้า บริษัทมุ่งเจาะกลุ่มผู้มีเงินในต่างจังหวัด และมองโอกาสขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แม้ยอมรับว่าการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่เป็นความท้าทาย แต่ ASP เชื่อมั่นในจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและการเป็นผู้นำในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด พร้อมตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ที่ระดับ 15-20% จากแรงหนุนของตลาดหุ้นไทยที่เริ่มฟื้นตัว และตลาดต่างประเทศที่ยังแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน บริษัทประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์“Value Beyond Wealth: Building Sustainable Wealth” โดยมุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนผ่านการผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการให้คำปรึกษาการลงทุนเชิงลึก ทั้งนี้ มองว่าปี 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจาก Fund Flow ที่เริ่มไหลกลับสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
แม้ปี 2568 ตลาดทุนเผชิญภาวะซบเซา แต่เอเชีย พลัสยังทำผลงานเหนืออุตสาหกรรม โดยมี Net Profit Margin ที่ 9.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 1.9% ขณะที่ ROE อยู่ที่ 4.0% เทียบกับค่าเฉลี่ย 0.7% และควบคุม Cost to Income Ratio ได้ที่ 88% ดีกว่าค่าเฉลี่ยที่ 95.1% พร้อมรักษา Commission Rate ที่ 0.11% สูงกว่าตลาด แม้การแข่งขันด้านราคาจะรุนแรง
สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 วางไว้ 3 เสาหลัก ได้แก่ การเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพื่อสร้างรายได้ประจำผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนเชิงธีมและการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey) ภายใต้แนวคิด Mobile First และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยยกระดับผู้แนะนำการลงทุนสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงินแบบองค์รวม
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน บริษัทมองว่าบรรยากาศตลาดเริ่มเข้าสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังสถานการณ์ตึงเครียดเริ่มคลี่คลายในระยะสั้น ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการบริโภค อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำจัดพอร์ตแบบสมดุล โดยแบ่งการลงทุนในหุ้น 55% ตราสารหนี้ 30% และสินทรัพย์ทางเลือก 15% เพื่อกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG โดยได้รับการประเมิน CGR ระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่อง 6 ปี และ SET ESG Rating ระดับ AA พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.20% ต่อปี มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2030 สะท้อนทิศทางการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว