TIDLOR ทิสโก้คาด Q1/69 ทรงตัว เตรียมประกาศงบต้นพ.ค.นี้
#ทันหุ้น – บล.ทิสโก้ ส่องหุ้น บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เริ่มให้มุมมองอัปเดตสำหรับ Q1/69 โดยคาดว่าจะประกาศผลวันที่ 7–8 พฤษภาคม 2569 โดยรวมสอดคล้องกับมุมมองของฝ่ายวิจัย คุณภาพสินทรัพย์ใน Q1/69F ยังแข็งแกร่ง ขณะที่สินเชื่ออ่อนตัวตามฤดูกาล
ทั้งนี้ ผลกระทบจากสงครามยังไม่เห็นชัด (แม้ฝ่ายวิจัยยังเชื่อว่าผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียนรายใหญ่สามารถปรับกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงได้เนื่องจากสินเชื่อส่วนใหญ่มีหลักประกัน) ต้นทุนเงินทุนของทั้งอุตสาหกรรมเริ่มลดลงชัดในไตรมาสนี้ และคาดว่าจะผ่อนคลายต่อใน Q2/69F โดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) น่าจะเริ่มฟื้นเล็กน้อยตั้งแต่ Q2/69F จากจำนวนวันในไตรมาสที่มากขึ้น สรุปประเด็นสำคัญดังนี้
การเติบโตของสินเชื่อ : สอดคล้องกับแนวโน้มในอดีต การเติบโตของสินเชื่อเริ่มฟื้นตัวในเดือนมีนาคม (โดยปกติแล้ว สองเดือนแรกของปีจะมีการเติบโตที่ชะลอตัวในอุตสาหกรรมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ) เนื่องจาก TIDLOR ได้เข้มงวดเกณฑ์การให้สินเชื่อบางประการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปลาย Q4/68 บริษัทคาดว่าการเติบโตจะฟื้นตัวในไตรมาสต่อๆ ไป และยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีไว้ที่ 5-10% บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ประมาณ 19 แห่งใน Q1/69 และคาดว่าจะเปิดสาขาใหม่ประมาณ 50-100 แห่งภายในสิ้นปี
คุณภาพสินทรัพย์ : อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL) คาดว่าจะทรงตัวและดีขึ้นเล็กน้อย QoQ ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังไม่ชัด แม้ในพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุก (ประมาณ 15–16% ของพอร์ต) ก็ยังทรงตัว นอกจากนี้ management overlay ที่ตั้งไว้จากน้ำท่วมใน Q4/68 ดูค่อนข้าง conservative และมีแนวโน้มคงไว้เพื่อรองรับความเสี่ยง เมื่อรวมกับการ write-off ที่ลดลงหลังการปรับพอร์ตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และไม่มีความจำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่มมาก ทำให้ credit cost น่าจะกลับสู่ระดับปกติ
อัตรากำไร/อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้/รายได้จากประกันภัย : บริษัทแจ้งว่าต้นทุนทางการเงินน่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อหนี้ที่มีต้นทุนสูงครบกำหนดชำระเนื่องจากจำนวนวันในไตรมาสนี้้น้อยลง ผลตอบแทนอาจดูต่ำลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่น่าจะสูงขึ้น YoY อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้คาดว่าจะลดลงจากระดับสูงสุดตามฤดูกาลใน Q4/68 มาอยู่ในช่วงกลาง 50% ใน Q1/69 ซึ่งสอดคล้องกับ guidance หน้านี้ ธุรกิจประกันภัยยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน
มุมมองของฝ่ายวิจัย : คาดกำไร Q1/69F จะเพิ่มขึ้น 7.1% YoY และ 28.9% QoQ เป็น 1.3 พันล้านบาท โดยการคาดการณ์หลัก ได้แก่ (1) สินเชื่อเติบโต 5.7% YoY และ 1.0% QoQ เป็น 110.6 พันล้านบาท (2) credit cost ที่ 2.90% (เทียบกับ 2.96% ใน Q1/68 และ 3.62% ใน Q4/68) (3) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ 55.8% (เทียบกับ 54.2% ใน Q1/68 และ 57.3% ใน Q4/68) ฝ่ายวิจัยมองว่าการคาดการณ์ credit cost ของเรายังค่อนข้าง conservative โดยบริษัทให้ guidance ทั้งปี 2569 ที่ 2.50–2.80% ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569F เพียง 8.5 เท่า สะท้อนการเติบโตของกำไร 14.7% และมีโอกาสรับเงินปันผล (YoY) ในช่วง 1H69 หลังการปรับโครงสร้างเป็น holding company ล่าสุด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TIDLOR โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 25.00 บาท