โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธ.ก.ส. เตรียมชงบอร์ดอนุมัติ “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง” 30 เม.ย. นี้ วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบ.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 05.44 น.

ธ.ก.ส. เตรียมชงบอร์ด 30 เม.ย. 2569 อนุมัติ โครงการดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท ให้กู้สูงสุด รายละ 1 แสนบาท รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ย 3%

23 เม.ย. 2569 - นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 โดยเป็นการใช้วงเงินตามมาตรา 28 จากโครงการ ชุมชนสร้างไทยเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้เมื่อเดือน ธ.ค. 2568

โดยวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่เกษตรแม่นยำ(Precision Farming)และเพื่อแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยให้เกษตรกรรายย่อย

โดย ธ.ก.ส. วางกรอบวงเงินสินเชื่อปีละ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เกษตรกร กำหนดวงเงินให้กู้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท คำนวณจากต้นทุนการผลิตเฉลี่ยไร่ละ 5,000 บาท ครอบคลุมค่าปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และค่าแรงรองรับพื้นที่ทำการเกษตรได้ประมาณ 20 ไร่ต่อราย

ทั้งนี้ภายใต้โครงการดังกล่าวเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียง 3% โดยรัฐบาลช่วยสมทบอีก 3% และ ธ.ก.ส. รับภาระส่วนต่างอีกประมาณ 0.4% จากเดิมที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 6%

อย่างไรก็ตามเกษตรกรต้องดำเนินการตามเงื่อนไข เช่น ต้องผ่านหลักสูตร (Upskill/Reskill) ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ ธ.ก.ส. กำหนด ใช้ปุ๋ยที่ตรงกับสภาพดิน โดยกรมพัฒนาที่ดินจะช่วยวิเคราะห์ดินในแต่ละภูมิภาค เพื่อผสมแม่ปุ๋ย (NPK) ให้เหมาะสม แทนการใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จรูปทั่วไป และ ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง (Certify) จากกระทรวงเกษตรและ ธ.ก.ส. เป็นต้น

โดยเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส. (บอร์ด) เห็นชอบ ในวันที่ 30 เม.ย. 2569 หากบอร์ดมีมติอนุมัติเกษตรกรที่ผ่านเงื่อนไขจะสามารถเริ่มเข้าร่วมโครงการได้ทันที

“การบริหารจัดการปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นผู้จัดหาแม่ปุ๋ยเข้ามาผ่านทางสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศเพื่อควบคุมราคาและคุณภาพ โดยมีกรมการค้าภายในเป็นผู้กำกับดูแลราคา เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาในช่วงดำเนินโครงการ”

นายฉัตรชัย เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้( NPL )ณ สิ้นปีบัญชี 2568 อยู่ที่ 6.88% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5.23% โดยเป็นผลมาจากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากทั้งภัยธรรมชาติ และความผันผวนของราคาสินค้ารวมถึงต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส. ได้ตั้งสำรองหนี้สูญไว้สูงกว่า 400%

โดยในด้านบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายขายหนี้ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC เนื่องจากไม่ต้องการยึดที่ดินทำมาหากินของเกษตรกร

“ลูกค้าของธ.ก.ส. แตกต่างจากธนาคารอื่นเพราะเป็นลูกค้าเกษตรกร ดังนั้นการขายหนี้เปรียบเสมือนการขายที่ทำกินของเกษตรกรซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาวทำให้เกษตรกรไม่มีที่ดินสำหรับประกอบอาชีพเกษตรกรรมต่อไป”

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกร เช่น มาตรการจ่ายดอกเบี้ย 30% ส่วนอีก 70% ที่เหลือให้ค้างไว้ก่อนและขยายเวลาให้ 1 ปี หากยังไม่ไหวก็สามารถขยายเวลาออกไปได้อีก

สำหรับเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีบัญชี 69/70 ไว้ที่ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการเติบโตในภาคการเกษตร 15,000 ล้านบาท และนอกภาคการเกษตร 15,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความสมดุล โดยจะนำรายได้จากกลุ่มนอกภาคเกษตรมาช่วยสนับสนุนภารกิจเชิงนโยบายในภาคการเกษตร ทั้งนีั ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง อยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนปล่อยใหม่ต่อปีประมาณ 7-8 แสนล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...