โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รุดช่วยเด็กชายวัย 10 ขวบ ถูกพ่อบังคับไม่ให้เรียนหนังสือ อ้างลูกถูกเพื่อนแกล้ง

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ส.ส.นนท์รุดช่วยเด็กชายวัย 10 ขวบ ถูกพ่อบังคับไม่ให้เรียนหนังสือ หลังชาวบ้านทนไม่ไหวทำเรื่องร้องเรียน

นนทบุรี : เวลา 09.00 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ส.ส.นนทบุรี เขต 2 พรรคประชาชน พร้อมด้วยนางวารินทร์ วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็ก จ.นนทบุรี ,นายก้องเกียรติ มณฑาพันธุ์ ปลัดอำเภอเมืองนนทบุรี ,พ.ต.ท.เสกสรร จันทร์เกลี้ยง สวป.สภ.บางศรีเมือง และเจ้าหน้าที่ พมจ.นนทบุรี นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในชุมชนว่า นายหนึ่ง (นามสมมุติ ) อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นพ่อของเด็กชายวัย 10 ขวบ กักขังลูกไว้ในบ้านพักโดยไม่ให้ลูกชายออกไปโรงเรียนตั้งแต่ ป.1 จนเด็กขาดโอกาสทางการศึกษา

นอกจากนี้ นายหนึ่ง (นามสมมุติ) ยังมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งอาละวาดตะโกนเสียงดังโวยวายใส่เพื่อนบ้านเป็นประจำ และยังชอบโพสต์โชว์อาวุธมีดชนิดต่างๆอีกด้วย จึงเกรงว่าเด็กและคนในบ้านจะเป็นอันตราย

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า นายหนึ่ง (นามสมมุติ) อาศัยอยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าวกับ ลูกชายวัย 10 ขวบ และย่าทวด ตา และน้องสะใภ้ รวมทั้งหมด 5 คน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวนายหนึ่งออกมาจากบ้านเพื่อสอบถามและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่ได้รับแจ้งมา

โดยนายหนึ่ง (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมาก่อนจะมีลูกชาย ตนเคยติดยาเสพติดลองมาหมดแล้วทุกประเภท จนกระทั่งเคยถูกจับติดคุกไปแล้วก็เลิกเสพยาตั้งแต่นั้นมา เรื่องร้องเรียนที่กล่าวหาว่าตนไปอาละวาดโวยวายเสียงดังใส่เพื่อนบ้านนั้น เป็นเพราะตนรำคาญที่เพื่อนบ้านชอบตั้งวงเหล้ากินกันเสียงดังก่อน ตนจึงได้ตะโกนต่อว่าไปจนกลายเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ตนก็ถูกรุมทำร้ายจึงต้องเตรียมอาวุธมีดไว้ป้องกันตัว

นายหนึ่ง (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า เรื่องที่ตนตัดสินใจไม่ให้ลูกขายตนไปโรงเรียนตั้งแต่ ป.1 นั้น เป็นเพราะลูกชายตนเองถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนกลั่นแกล้งมาจนตกบันไดที่โรงเรียนมาแล้ว จากนั้นตนได้ย้ายโรงเรียนลูกมาอีก 2 โรงเรียน แต่ลูกตนก็ยังถูกแกล้งอีก ตนจึงตัดสินใจไม่ให้ลูกไปโรงเรียนอีกเลย แต่ลูกชายของตนนั้นสามารถอ่านออกเขียนได้ และเป็นสิทธิ์ของตนที่จะตัดสินใจให้ลูกเรียนต่อหรือไม่ก็ได้ ตนไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมายอะไร

ทางด้าน นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ส.ส.นนทบุรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องที่ร้องเรียนมา พบว่าเด็กไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาต่ออย่างที่ควรได้รับ ตนจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับทาง ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่เพื่อนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป ซึ่งอาจจะต้องปรึกษาและวัดความรู้เรื่องการศึกษาของเด็กเพื่อหาทางให้เด็กได้กลับไปเรียนต่อไป

เด็กชาย วัย 10 ขวบ กล่าวว่า ตนเคยเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนแล้วถูกเพื่อนผลักตกบันไดมาก่อน แต่เพื่อนคงไม่ได้ตั้งใจ พอตนเอาเรื่องมาบอกพ่อว่าตนถูกเพื่อนแกล้งจนตกบันไดมา พ่อก็เลยไม่ให้ตนไปโรงเรียนอีกเลย เพราะพ่อเป็นห่วงตน กลัวตนไปถูกเพื่อนแกล้งอีก ทุกวันนี้ตนอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีเพื่อนเล่นเลย ตนอยากกลับไปเรียนหนังสือต่อจะได้มีเพื่อนเล่นด้วย

ทางด้าน น้องสะใภ้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางคนในครอบครัวได้พยายามเกลี้ยกล่อมนายหนึ่งในส่งลูกไปโรงเรียน แต่ก็ถูกนายหนึ่งหาข้ออ้างสารพัดมาอ้างไม่ให้ลูกไปโรงเรียน ตนก็อดสงสารหลานไม่ได้ ที่ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ตนเคยถามหลานอยู่บ่อยครั้งว่า เขาอยากไปโรงเรียนไหม ซึ่งหลานก็ตอบว่าอยากไปโรงเรียนเพราะสนุกและมีเพื่อนเล่น

ทางด้านนางวารินทร์ วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็ก จ.นนทบุรี กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางบ้านพักเด็กจะรับตัวเด็กชายไปอยู่ในความคุ้มครองก่อน เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาไปหลายปี หลังจากนั้นจะประสานกับทางโรงเรียนในพื้นที่เพื่อหาทางให้เด็กได้กลับไปเรียนต่อ แต่ต้องมีกระบวนการตกลงทำความเข้าใจกับทางพ่อของเด็กอีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากลงพื้นที่พูดคุยกับนายหนึ่งผู้เป็นพ่อของเด็กชายวัย 10 ขวบแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายหนึ่งไปตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลเพื่อประเมินสภาวะความเป็นผู้ปกครองต่อไป ขณะเดียวกันทาง พมจ.นนทบุรี ได้รับตัวเด็กชายดังกล่าวไปอยู่ในความคุ้มครองดูแลเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...