โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ครั้งแรกของโลก! นักวิทยาศาสตร์ฟื้นฟูสมองหนูแช่แข็งจากสภาวะจำศีลได้สำเร็จ

เดลินิวส์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ทีมนักวิทยาศาสตร์เผยความสำเร็จที่น่าตกตะลึง เมื่อพวกเขาสามารถ “ปลุก” สมองของหนูแช่แข็งให้ฟื้นคืนมาได้อีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานค้นพบครั้งสำคัญที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซ-ไฟ เมื่อคณะนักวิจัยในเยอรมนีประสบความสำเร็จในการแช่แข็งเนื้อเยื่อสมองด้วยอุณหภูมิต่ำสุดขีด และสามารถทำให้มันฟื้นคืนชีพกลับมาพร้อมสัญญาณชีพ ซึ่งรวมถึงกิจกรรมทางไฟฟ้าในสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำด้วย

ความสำเร็จนี้ถูกระบุไว้ในการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences โดยชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ในอนาคตว่า นักวิทยาศาสตร์อาจสามารถนำเนื้อเยื่อสมอง หรือแม้แต่อวัยวะทั้งชิ้น ไปแช่แข็งในระดับลึกและฟื้นฟูพวกมันขึ้นมาใหม่ได้ในภายหลัง โดยไม่ทำลายโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนซึ่งทำให้พวกมันยังใช้การได้ ตามรายงานต้นฉบับจากที่ปรากฏในเว็บไซต์ Nature.com เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้มีปัญหาที่ค้างคามานานเกี่ยวกับการฟื้นฟูอวัยวะแช่แข็ง เพราะเมื่อเนื้อเยื่อถูกแช่แข็งแบบวิธีดั้งเดิม น้ำภายในเซลล์จะกลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่แหลมคม ซึ่งจะฉีกกระชากเยื่อหุ้มเซลล์และตัดขาดการเชื่อมต่อที่เล็กมากในระดับไมโครสโคปิกระหว่างเซลล์ประสาท ซึ่งในสมองนั้น การเชื่อมต่อเหล่านี้คือหัวใจสำคัญ มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังความคิด ความจำ และสติสัมปชัญญะของมนุษย์

เพื่อเลี่ยงปัญหาจากผลึกน้ำแข็งดังกล่าว นักประสาทวิทยาที่มหาวิทยาลัยแอร์ลังเงิน-นูเรมเบิร์ก ได้หันไปใช้เทคนิคที่เรียกว่า การแช่แข็งแบบผลึกแก้ว (Vitrification) ซึ่งเป็นวิธีการทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนของเหลวให้กลายเป็นสถานะคล้ายแก้วก่อนที่ผลึกน้ำแข็งจะทันก่อตัว

เมื่อใช้วิธีนี้ แทนที่น้ำในเซลล์จะแข็งตัวเป็นน้ำแข็งที่แหลมคม ตัวเนื้อเยื่อจะกลายเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับ "โมเลกุลแก้ว" ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเคมีหยุดชะงักในทันที

สำหรับการทดสอบนี้ นักวิจัยได้แช่แข็งแผ่นเนื้อเยื่อสมองหนูบางๆ ที่มีส่วน "ฮิปโปแคมปัส" (ส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้และความจำ) โดยจุ่มลงในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ตัวอย่างเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในสภาวะแช่แข็งแบบผลึกแก้วนี้เป็นเวลาตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึงหนึ่งสัปดาห์

ช่วงเวลาสำคัญที่สุดคือตอนละลายน้ำแข็ง นักวิทยาศาสตร์ค่อย ๆ เพิ่มความร้อนให้เนื้อเยื่อแช่แข็งด้วยความเร็วสูงมาก พร้อมกับล้างสารละลายเคมีที่ใช้ต้านการแข็งตัวออกไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความสมดุลที่ละเอียดอ่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์บวม แตก หรือระเบิด

เมื่อนำตัวอย่างชิ้นส่วนสมองที่ฟื้นคืนชีพมาส่องใต้กล้องจุลทรรศน์ ทีมงานก็ได้เห็นสิ่งที่น่าทึ่ง นั่นคือโครงสร้างขนาดจิ๋วที่เชื่อมต่อเซลล์ประสาท หรือ "ไซแนปส์" (Synapses) ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไมโตคอนเดรียซึ่งเปรียบได้ดังเครื่องปั่นไฟขนาดจิ๋วของเซลล์ยังคงทำงานอยู่ และเมื่อนักวิจัยกระตุ้นเซลล์ประสาทด้วยกระแสไฟฟ้าเล็กน้อย ก็พบการตอบสนอง

จริงๆ แล้ว วงจรสมองยังแสดงให้เห็นถึง LTP (Long-term Potentiation) ซึ่งเป็นกระบวนการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้นผ่านไซแนปส์ด้วยการกระตุ้นซ้ำๆ และเป็นรากฐานของการเรียนรู้และความจำ ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าโครงสร้างการทำงานของสมองบางส่วนสามารถฟื้นตัวจากการแช่แข็งแบบลึกได้

งานวิจัยครั้งนี้ชี้ว่า หากการทำงานของสมองเป็นผลมาจากโครงสร้างทางกายภาพที่จับต้องได้ การรักษาโครงสร้างนั้นไว้ให้สมบูรณ์ในขณะแช่แข็งก็น่าจะช่วยให้กู้คืนระบบกลับมาได้ แม้จะมีการหยุดทำงานไปโดยสิ้นเชิงแล้ว ซึ่งความท้าทายหลักในการทดลองตามสมมติฐานนี้กับสมองหนูแบบ "ทั้งลูก" คือกลไกตัวกั้นระหว่างเลือดและสมองที่คอยสกัดกั้นสารเคมีภายนอก ทำให้ทีมวิจัยต้องใช้วิธีหมุนเวียนสารป้องกันผ่านหลอดเลือดซ้ำ ๆ เพื่อให้สารกระจายตัวทั่วถึงและป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อจากการบวมหรือขาดน้ำ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและมีข้อจำกัดที่เนื้อเยื่อฟื้นคืนชีพอยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งยังไม่ได้ทดลองกับสัตว์ทั้งตัวหรือพิสูจน์เรื่องความทรงจำที่ตกค้าง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมองว่านี่คือการเปลี่ยนแนวคิดในนิยายวิทยาศาสตร์ให้เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น แต่การนำไปใช้กับอวัยวะขนาดใหญ่หรือร่างกายมนุษย์ทั้งร่างยังคงเป็นเรื่องที่เกินขีดความสามารถในปัจจุบันและยังต้องอาศัยเวลาอีกนาน

หากนักวิทยาศาสตร์สามารถหยุดการทำงานของเนื้อเยื่อสมองได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำให้สมองเสียหาย ในอนาคต แพทย์อาจสามารถชะลอหรือหยุดความเสียหายเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บรุนแรง หรือความเสียหายจากโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคบางชนิด เพื่อยื้อเวลารอการรักษา นอกจากนี้ ยังอาจเปิดประตูสู่การจัดเก็บอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายในระยะยาว ซึ่งอาจช่วยบรรเทาการขาดแคลนอวัยวะที่เป็นปัญหามานานแล้วได้

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...