โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สยอง! แฟนหนุ่มเจ้าของร้านบุหรี่หนีภาษี ตบหน้าแฟนสาวนับสิบครั้ง เหตุจับได้คาหนังคาเขา ขณะเสพยาพร้อมหญิงอื่น

77kaoded

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 21.09 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 14.09 น. • 77 ข่าวเด็ด

เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในจังหวัดพัทลุง เมื่อนางบังอร อายุ 69 ปี ย่าของนางสาวนิชานันท์ อายุ 22 ปี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ศรีบรรพต เพื่อดำเนินคดีกับนายณัฎฐ์ อายุ 31 ปี แฟนหนุ่มของหลานสาว ซึ่งเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นายณัฎฐ์ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นตบหน้าและศีรษะของนางสาวนิชานันท์จนสลบคาที่พักซึ่งเป็นร้านจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี เหตุการณ์นี้ส่งผลให้นางสาวนิชานันท์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะแตก เบ้าตาข้างซ้ายแตก ฟันโยก 3 ซี่ และจมูกหัก โดยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีบรรพตและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรักษาอาการสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

นายเกียรติศักดิ์ พ่อของนางสาวนิชานันท์ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้โทรศัพท์มาขอให้ตนไปรับกลับบ้านเนื่องจากมีปากเสียงกับแฟน เมื่อมาถึงกลับพบว่าลูกสาวมีเลือดท่วมตัว จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที โดยนางสาวนิชานันท์เล่าว่าก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึก ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณร้านจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีซึ่งเป็นที่พักของตนกับแฟน เมื่อเปิดประตูออกไปพบว่าแฟนกำลังกอดจูบกับเพื่อนหญิงคนหนึ่ง ตนจึงเข้าไปถามและบอกเลิก แต่แฟนกลับข่มขู่และทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืนจนสลบไป นางบังอร ย่าของนางสาวนิชานันท์ กล่าวว่าครอบครัวรับไม่ได้กับการกระทำที่รุนแรงเกินไป โดยก่อนหน้านี้หลานสาวได้อยู่กินกับแฟนหนุ่มได้ 3 เดือน และเคยมีปากเสียงกันจนกลับมาอยู่บ้านญาติ แต่แฟนหนุ่มได้ตามง้อขอคืนดี จนหลานสาวกลับไปอยู่ด้วยอีกครั้งเพียง 15 วัน ก็เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก ซึ่งครั้งนี้อาการสาหัสกว่าทุกครั้ง

ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.ศรีบรรพต ได้บันทึกประจำวันไว้แล้ว และรอให้นางสาวนิชานันท์ออกจากโรงพยาบาลเพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ยังทิ้งประเด็นที่น่าสนใจว่าการที่ร้านจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีตั้งอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจและที่ทำการปกครองเพียงไม่กี่สิบเมตร จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่ และจะสาวไปถึงความจริงมากน้อยเพียงใด ต้องรอติดตามกันต่อไป

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...