เซ็นทาราเผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์เชิงรุกในปี 2569 ลุยเปิดอีก 5 แห่ง พร้อมมุ่งขยายโรงแรมไปทั่วโลก
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์เติบโตในปีพ.ศ. 2569 เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจไปทั่วโลก พร้อมแผนปรับโฉมโรงแรมเพื่อเดินหน้าป้อนเข้าสู่ตลาด มุ่งมั่นเป็นแบรนด์ที่คว้าหัวใจของแขกผู้เข้าพักสมดังสโลแกนThe Place to Be ภายใต้การเติบโตธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ยั่งยืน และเน้นมอบประสบการณ์การบริการอันอบอุ่นเสมือนครอบครัวให้แก่นักเดินทางทั่วโลกเสมือนที่เคยเป็นมา
เซ็นทาราเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดปีพ.ศ. 2568 โดยในปีที่ผ่านมานั้น เซ็นทารามีรายได้รวมอยู่ที่12,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10% เทียบปีก่อน รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย(RevPar) เพิ่มขึ้น5% เทียบปีก่อน โดยราคาห้องพักเฉลี่ย(ARR) เติบโตเพิ่มขึ้น4% เทียบปีก่อน อยู่ที่5,922 บาท ทั้งนี้ กำไรสุทธิของเซ็นทารา อยู่ที่1,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน6%
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปีพ.ศ. 2569 นี้ เซ็นทาราตั้งเป้าเติบโตรายได้ประมาณ14% – 15% เทียบปีก่อน จากสถานการณ์ท่องเที่ยวในไทยที่ดีขึ้น การบริหารจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ และการปรับโฉมโรงแรมปัจจุบันสู่แบรนด์โรงแรมคอนเซ็ปต์ใหม่ ซึ่งได้แก่ การปรับปรุงเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท หัวหิน ในขณะที่โรงแรมยังเปิดให้บริการอยู่ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส2 ปีหน้า รวมถึงการปรับโฉมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่ สู่ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่ โดยมีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส4 ปีนี้ โดยเซ็นทาราคาดการณ์ว่า รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย(RevPAR) จะอยู่ที่4,600 – 4,800 บาท
สำหรับแผนการขยายโรงแรมในปีนี้ เซ็นทาราเดินหน้าตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำ ด้วยการเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมเพิ่ม5 แห่ง โดยแบ่งเป็น4 แห่งในต่างประเทศ และ1 แห่งในไทย ได้แก่“หิมาลายันไฮด์อะเวย์รีสอร์ทโพคาราเดอะเซ็นทาราคอลเลคชั่น” จำนวน42 ห้อง ซึ่งปักหมุดเป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในเนปาล(เปิดให้บริการแล้ว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา), เซ็นทาราไลฟ์นัมบะโอซาก้าจำนวน300 ห้องพัก โรงแรมแห่งที่สองของเซ็นทาราในญี่ปุ่น(มีกำหนดเปิดในไตรมาส2)
หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น
เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า
โดยสำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เซ็นทารามีกำหนดเปิดให้บริการเซ็นทาราและเรสซิเดนซ์วังดอน จำนวน481 ห้อง และคริสตัลฮอลิเดย์ฮาร์เบอร์วังดอน จำนวน496 ห้อง ที่เมื่อรวมกันแล้ว จะทำให้เซ็นทารามีจำนวนห้องพักให้บริการในเวียดนามมากขึ้นถึงเกือบ1,000 ห้องด้วยกัน นอกจากนั้นสำหรับในไทย เซ็นทารามีแผนเปิดให้บริการ เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมไลฟ์สไตล์ ใจกลางเมือง จำนวน110 ห้อง
ในส่วนของงานด้านฝ่ายขายและการตลาดของนั้น เซ็นทาราจะเดินหน้ารุกตลาดอย่างเต็มกำลังตลอดทั้งปี เพื่อผลักดันการเติบโตของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ รวมถึงเปิดตัวโปรเจ็คใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายของตลาดใหม่ที่บริษัทจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลจากการใกล้เปิดตัวโรงแรมน้องใหม่อย่างเซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า พร้อมหนุนกลยุทธ์เสริมทัพตลาดหลักๆ อย่างในประเทศไทย ยุโรป เอเชีย รัสเซีย และตะวันออกกลาง ทั้งนี้ แผนด้านการขายของเซ็นทาราจะเน้นการนำเสนอผ่านการจัดโรดโชว์ใน18 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล
เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า
ในด้านของการพัฒนาแบรนด์ เซ็นทาราจะเสริมความแกร่งเรื่องมาตรฐานงานบริการด้วย“Centara Grand Experience” รูปแบบใหม่ ที่จะทยอยเปิดตัว ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ทั่วโลก ในขณะที่แบรนด์เซ็นทารารีเซิร์ฟ นั้นจะได้รับการยกระดับขึ้น เพื่อเน้นย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟและสร้างความผูกพันกับแบรนด์ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น การประยุกต์นำเอาเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาปรับใช้อย่างมีกลยุทธ์ก็จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจเซ็นทาราในระดับโลก ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมประสบการณ์ของแขกผู้เข้าพัก โดยหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีครั้งนี้คือCentara Data Warehouse ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และเสริมสร้างการนำเสนอประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล(Hyper-Personalisation) ให้ออกมาได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งเซ็นทารายังได้พัฒนาแพลตฟอร์มการจองรูปในแบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวและการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ พร้อมสำหรับการผสานเข้ากับเทคโนโลยีAI ในอนาคต ขณะที่แอพพลิเคชั่นโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ก็มียอดดาวน์โหลดไปแล้วกว่า100,000 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มให้บริการในเดือนธันวาคมปีพ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
“ปีพ.ศ. 2568 นั้น นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเซ็นทารา ที่แม้เราจะต้องเผชิญกับความท้าทายอันต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม แต่ด้วยจำนวนโรงแรมของเราที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจำนวนนักเดินทางที่ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสเอกลักษณ์การบริการอันอบอุ่นในสไตล์ครอบครัวของเราเพิ่มมากขึ้น เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าอย่างมั่นคง เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาแบรนด์และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
ธีระยุทธจิราธิวัฒน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว
“และในปีต่อจากนี้ เราตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์การเข้าพักที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นให้แก่แขกผู้เข้าพักของเราทุกคน พร้อมขยับใกล้เข้าสู่เป้าหมายสำคัญเพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน100 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลกให้ได้ภายในปีพ.ศ. 2570 ตามที่มุ่งหวังไว้”
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่https://www.centarahotelsresorts.com/th