“อิหร่าน” ประกาศแก้แค้นให้ อาลี ลารีจานี ด้านทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามใกล้จบในเร็ววัน
"อิหร่าน" ประกาศแก้แค้นให้ อาลี ลารีจานี ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าสงครามอาจยุติได้ในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไร้สัญญาณคลี่คลาย
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 13.32 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอลยังคงทวีความรุนแรง โดยอิหร่านเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกใหม่ตลอดคืนที่ผ่านมา มุ่งเป้าไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต รวมถึงกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของ อาลี ลารีจานี หัวหน้าความมั่นคงของประเทศ จากการโจมตีของอิสราเอล โดยกองทัพอิหร่านประกาศจะล้างแค้น พร้อมยืนยันไม่มีท่าทีลดความตึงเครียด แม้สงครามจะเข้าสู่วันที่ 19 และส่งผลกระทบต่อระบบพลังงานและตลาดการเงินโลกอย่างรุนแรง
ด้านสหรัฐเปิดเผยว่าได้ใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์โจมตีฐานขีปนาวุธของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อพยายามเปิดเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญต่อการขนส่งพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม ช่องแคบดังกล่าวยังคงปิดโดยพฤตินัย ส่งผลให้หลายประเทศในอ่าว เช่น ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และอิรัก ต้องลดกำลังการผลิตน้ำมัน ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อิหร่านยังคงมีอิทธิพลในการควบคุมการเดินเรือในพื้นที่ โดยผู้นำระดับสูงของอิหร่านระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปเหมือนเดิมก่อนสงคราม และจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขใหม่ในการผ่านเส้นทางดังกล่าวในอนาคต
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐอาจยุติสงครามได้ในอนาคตอันใกล้ แต่ยังไม่พร้อมถอนกำลังในทันที พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐถอนตัวตอนนี้ อิหร่านอาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการฟื้นฟูศักยภาพ
ขณะเดียวกันทรัมป์ยังขู่ขยายการโจมตีไปยังเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน หลังจากความพยายามดึงพันธมิตรยุโรปและเอเชียเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเส้นทางเดินเรือไม่ประสบผลสำเร็จ
การสู้รบยังขยายวงกว้าง โดยอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงจุดไฟเผาแหล่งก๊าซธรรมชาติในยูเออีเป็นครั้งแรก ขณะที่อิสราเอลเดินหน้าโจมตีในเลบานอนต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 900 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้เพิ่มขึ้นเกิน 4,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน ขณะที่สหรัฐสูญเสียกำลังพลอย่างน้อย 13 นาย
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 3.79 ดอลลาร์ต่อแกลลอน สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม แม้ทำเนียบขาวจะเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 4–6 สัปดาห์ แต่ก็ยอมรับว่า หากสงครามยืดเยื้อ อาจกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
อ้างอิง : www.bloomberg.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง