องค์การอวกาศอินเดียตั้งเป้าท้าทาย ดันภารกิจลดขยะอวกาศให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2573
องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) กำลังเดินหน้าผลักดันภารกิจสำคัญเพื่อจัดการกับปัญหาขยะอวกาศที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการทำให้การสร้างขยะอวกาศใหม่เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2573 ความพยายามนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ว่า ปัจจุบันอินเดียมีชิ้นส่วนขยะอวกาศในวงโคจรถึง 129 ชิ้น ซึ่งมาจากภารกิจของตนเอง และวัตถุเหล่านี้กำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายต่อดาวเทียมที่กำลังใช้งาน รวมถึงเป็นอุปสรรคต่อภารกิจสำรวจอวกาศในอนาคต
จากข้อมูลของรัฐมนตรีของอินเดีย ขยะอวกาศที่อยู่ในความดูแลของอินเดียประกอบไปด้วยดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งานแล้วจำนวน 23 ดวงในวงโคจรระดับต่ำของโลก (LEO) และอีก 26 ดวงในวงโคจรค้างฟ้า (GEO) นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนจากจรวดนำส่งรุ่นต่าง ๆ อีกหลายสิบชิ้น ปัญหาขยะอวกาศในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเสี่ยงที่จะเกิดการพุ่งชนกันในวงโคจรเท่านั้น แต่งานวิจัยล่าสุดยังชี้ให้เห็นว่าชิ้นส่วนที่ร่วงหล่นกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกอาจปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษออกมาได้ ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั่วโลกต้องหันมาใส่ใจ
เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว อินเดียได้เริ่มดำเนินภารกิจอวกาศปลอดขยะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอวกาศของอินเดีย ทั้งหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชน ต้องไม่สร้างขยะอวกาศเพิ่มอีกภายในปี พ.ศ. 2573 กลยุทธ์สำคัญคือการกำหนดให้การสร้างดาวเทียมและยานอวกาศรุ่นใหม่ต้องมีการสำรองเชื้อเพลิงไว้โดยเฉพาะ เพื่อใช้ในการบังคับลดระดับวงโคจรและนำดาวเทียมกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศให้เผาไหม้ทำลายทิ้งอย่างควบคุมได้เมื่อสิ้นสุดภารกิจ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแตกตัวของชิ้นส่วนที่ควบคุมไม่ได้
ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดียได้สร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2568 ผ่านการทดสอบระบบหุ่นยนต์และแขนกลอวกาศที่สามารถเข้าเทียบและเชื่อมต่อกับวัตถุเป้าหมายได้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีแขนกลนี้จะเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการดักจับและเก็บกวาดขยะอวกาศที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น อินเดียยังได้ทุ่มงบประมาณลงทุนในโครงการเครือข่ายติดตามวัตถุอวกาศ (NETRA) เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวัง ประมวลผลข้อมูล และแจ้งเตือนเมื่อมีความเสี่ยงที่ดาวเทียมจะพุ่งชนกัน พร้อมทั้งทำงานประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานอวกาศระดับโลก เช่น นาซา (NASA) องค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอวกาศให้เป็นสากล
ความมุ่งมั่นของอินเดียในการจัดการกับปัญหาขยะอวกาศอย่างเป็นระบบ ทั้งการคิดค้นเทคโนโลยีหุ่นยนต์ดักจับ การวางแผนเชื้อเพลิงเพื่อปลดระวางดาวเทียม และการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์จากอวกาศอย่างยั่งยืน หากอินเดียสามารถบรรลุเป้าหมายขยะอวกาศเป็นศูนย์ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 ตามที่ตั้งไว้ ก็จะกลายเป็นต้นแบบและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่นานาประเทศในการร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมในอวกาศให้ปลอดภัยสำหรับคนรุ่นหลังต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ สามารถติดตามรายงานสถานการณ์อวกาศประจำปีของอินเดีย รวมถึงแนวทางขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้พื้นที่ในอวกาศอย่างสันติได้เพิ่มเติม
ข้อมูลอ้างอิง: Indian Defense News
- ISRO's Ambitious Drive: Zero Orbital Debris By 2030