โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐ–อิหร่านยังสู้รบต่อเนื่อง ขณะทรัมป์เปิดช่องเจรจา-เล็งจัดตั้งพันธมิตรคุ้มกันฮอร์มุซ

efinanceThai

เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 02.07 น.

สหรัฐอิหร่านยังสู้รบต่อเนื่อง ขณะทรัมป์เปิดช่องเจรจา-เล็งจัดตั้งพันธมิตรคุ้มกันฮอร์มุซ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 9:07: น.

สหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณว่า สถานการณ์การสู้รบยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดทางถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงานโลก

ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่ได้ขอให้มีการเจรจาหรือการหยุดยิง หลังทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) ว่า ตนเองพร้อมทำข้อตกลง แต่ต้องการเงื่อนไขที่ดีกว่านี้

ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่ผมยังไม่ต้องการเพราะเงื่อนไขยังไม่ดีพอ โดยระบุว่าข้อตกลงที่แข็งแกร่งจะต้องมีการให้คำมั่นจากอิหร่านว่าจะยุติเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจา และยังไม่ชัดเจนว่ามีฝ่ายใดทำหน้าที่ส่งสารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ส่งเรือรบมาช่วยคุ้มกันความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือคำมั่นจากฝ่ายสหรัฐฯ โดยหวังให้จีน, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักรเข้าร่วมด้วย

ขณะที่อารักชีให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ของสำนักข่าว CBS ว่า อิหร่านมองไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องเจรจากับสหรัฐฯ เพราะระหว่างที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ กลับตัดสินใจโจมตีอิหร่านเป็นครั้งที่สอง พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะปกป้องตนเองต่อไปจนกว่าทรัมป์จะยอมรับว่าสงครามครั้งนี้ขัดต่อกฎหมาย และไม่มีทางชนะได้

ทางด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) มีกำหนดหารือกันในวันนี้ (16 มี.ค.) ถึงความเป็นไปได้ในการขยายภารกิจคุ้มกันทางทะเลของ Operation Aspides จากทะเลแดงไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังระบุว่า การตัดสินใจยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน

โยฮันน์ วาเดฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารเพื่อคุ้มกันการเดินเรือในทะเลแดงยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งเยอรมนียังมีความกังขาต่อแนวคิดที่จะขยายภารกิจดังกล่าวอยู่มาก

ขณะเดียวกัน The Wall Street Journalรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์มีแผนประกาศจัดตั้งพันธมิตรระดับพหุภาคีกับหลายประเทศเพื่อคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์นี้ โดยแผนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือว่า จะเริ่มก่อนหรือหลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธสิ้นสุดลง

เควิน ฮัสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประเมินว่าสงครามซึ่งขณะนี้ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม อาจกินเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนขอให้ชาวอเมริกันอดทนต่อสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ข้อมูลจากรัฐบาลและหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ความขัดแย้งครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนในภูมิภาคไปแล้วราว 3,750 ราย นับตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน

ทั้งนี้ Human Rights Activists News Agency ในสหรัฐฯ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คนในอิหร่านในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และอีกหลายสิบคนในประเทศอ่าวเปอร์เซียและอิสราเอล ส่วนสหรัฐฯ สูญเสียทหารไปแล้ว 13 นาย

ขณะที่การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่ออิสราเอลและประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงเช้าวันอาทิตย์ หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน โดยอารักชีกล่าวกับสำนักข่าว MS NOW ว่า ขีปนาวุธที่โจมตีเกาะคาร์กถูกยิงมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทางด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า ได้สกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน โดยระบุว่า เสียงระเบิดที่ประชาชนได้ยินในบางพื้นที่ของดูไบเกิดจากการยิงสกัดวัตถุเหล่านี้ และตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น มีการยิงสกัดโดรนของอิหร่านไปแล้ว 1,600 ลำ และขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูกในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...