เมื่ออนิเมะกินได้จริง! DEX ถอดบทเรียน One Piece Cafe เปลี่ยนฐานแฟนคลับสู่มูลค่าเศรษฐกิจหมื่นล้านเยน
ถอดรหัสกลยุทธ์ DEX เปลี่ยนตัวเลขลิขสิทธิ์อนิเมะสู่ "Growth Engine" ใหม่ผ่านอีเวนต์เต็มรูปแบบ ปี 69: ส่ง ‘วันพีซ-โคนัน-ดาบพิฆาตอสูร’ รุกตลาด Experience ตั้งเป้าอีเวนต์โต 20% ของรายได้ ประเดิมกางใบเรือ One Piece Pop-up Cafe ไอคอนสยาม มั่นใจพลังซอฟต์พาวเวอร์ญี่ปุ่นดึงคนเข้างาน 2 แสนคน"สะสมรายได้ 100 ล้านบาท
ในยุคที่คอนเทนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหน้าจอ แต่ขยายตัวออกมาเป็น "ประสบการณ์" ที่จับต้องได้ (Location-based Experience) ล่าสุด เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) หรือ DEX ผู้นำลิขสิทธิ์อนิเมะเบอร์ต้นของไทย เริ่มขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการใช้ IP (Intellectual Property) ระดับแม่เหล็กอย่าง "ONE PIECE" มาเป็นหัวหอกในการรุกธุรกิจ Event & Experience เต็มตัว เพื่อเปลี่ยนจากผู้ถือลิขสิทธิ์มาเป็นผู้สร้างพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่
One Piece Pop-up Cafe: เดิมพัน 100 ล้านบาท บนพื้นที่ 600 ตร.ม.
การเนรมิตพื้นที่ Attraction Hall ของไอคอนสยามให้กลายเป็นจักรวาลวันพีซ ไม่ใช่แค่การเอาใจแฟนคลับ แต่คือการคำนวณตัวเลขทางธุรกิจที่เฉียบคม โดย DEX ได้กางสถิติความคาดหวังของโครงการนี้ไว้อย่างน่าสนใจ:
- Target: ตั้งเป้าผู้เข้าชมรวม 100,000 - 200,000 คน ตลอดระยะเวลาจัดงาน
- Spending: คาดการณ์อัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว (Ticket/Food/Merchandise) อยู่ที่ 1,000 บาทต่อคน
- Revenue: หากเป็นไปตามเป้า โครงการนี้เพียงงานเดียวจะสร้างรายได้หมุนเวียนสูงถึง 50 - 100 ล้านบาท
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า พลังของ "วันพีซ" ในไทยยังคงร้อนแรง และสามารถขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มแฟนคลับพันธุ์แท้ (Core Fan) ไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวและลูกค้าทั่วไปที่มาเดินห้างระดับแลนด์มาร์กได้
ปรับพอร์ตรายได้: เมื่ออีเวนต์ไม่ใช่แค่ "ของแถม" แต่คือ "เครื่องยนต์หลัก"
ที่ผ่านมา DEX มีโครงสร้างรายได้หลักจากการขายลิขสิทธิ์และสินค้า (Merchandise) สูงถึง 70% ขณะที่รายได้จากอีเวนต์มีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้น แต่ในปี 2569 นี้ กฤษณ์ สกุลพานิช ซีอีโอของ DEX ตั้งเป้าที่จะขยับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจประสบการณ์ขึ้นไปที่ 20% เพื่อดันรายได้รวมปีนี้ให้ไปถึงเป้าหมาย 350 ล้านบาท
"One Piece Pop-up Cafe คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ เราไม่ได้มองเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งงาน แต่กำลังวางรากฐานแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดลิขสิทธิ์ระดับโลก" — กฤษณ์ สกุลพานิช, CEO DEX
มากกว่าแค่กาแฟ: คือการสร้าง Brand Equity และ Deal ในอนาคต
มุมมองที่น่าสนใจของ DEX คือการมอง "มูลค่าทางอ้อม" การจัดอีเวนต์ใหญ่ในสถานที่ที่มีศักยภาพสูงอย่างไอคอนสยาม ช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์ (Brand Equity) และดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยดูอนิเมะให้เข้าสู่ระบบนิเวศของบริษัท ซึ่งจะนำไปสู่การปิดดีลลิขสิทธิ์ (Licensing Deal) กับพันธมิตรรายใหญ่ในอนาคตได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ DEX ยังเตรียมส่งไม้ต่อให้ IP ระดับตำนานตัวอื่นๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็น ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) และ ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) เพื่อตอกย้ำว่าโมเดลธุรกิจเชิงประสบการณ์จะกลายเป็นรายได้หลักที่ทำเงินให้บริษัทเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% อย่างต่อเนื่องในอีก 3 ปีข้างหน้า
ครั้งนี้ DEX กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า "ลิขสิทธิ์อนิเมะ" มีมูลค่ามหาศาลหากรู้วิธีแปลงจากสินค้าในกระดาษมาเป็น "พื้นที่" ที่คนอยากเข้าไปอยู่ ยิ่งคนเลี้ยงแมวเพิ่มขึ้น (Cat-Economy) หรือคนชอบเที่ยว (Travel Trend) มากเท่าไหร่ ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ "ความรักและความผูกพัน" (Emotional Connection) อย่างอนิเมะ ก็จะยิ่งกลายเป็น Safe Haven ที่ทำกำไรได้ดีแม้ในยุคเศรษฐกิจผันผวนครับ